
วันที่ 28 เม.ย. 69 นาย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ “ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” ระบุว่า แถลงการณ์มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน กรณี การชี้แจงของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เรื่อง ชี้แจงการขอรับข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในคดีการเสียชีวิตของ นางสาว ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ (แตงโม)
มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินขอแถลงการณ์ต่อประชาชน และสื่อมวลชนให้ทราบโดยทั่วกัน ถึงการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่และไม่ขอบด้วยพระราชบัญญัติการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙ และประกาศคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ เรื่อง กำหนดขอบเขตของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียในการขอรับบริการทางนิติวิทยาศาสตร์ ตามมาตรา ๕ (๒) และ (๔) พ.ศ. ๒๕๖๐ อันเป็นการกระทำความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และเป็นความผิดทางวินัยของข้าราชการพลเรือน
ตามที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้ออกแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร เรื่อง ชี้แจงการขอรับข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในคดีการเสียชีวิตของนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์(แตงโม) เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๙ ระบุการชี้แจงออกเป็น ๓ ประเด็นสรุปได้ว่า (๑) มีการส่งมอบพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย ให้แก่ผู้ร้องขอตามสิทธิทางกฎหมายไปก่อนหน้านี้ และศาลจังหวัดนนทบุรีได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๒) กรณีการร้องขอข้อมูลไปประกอบการดำเนินการอื่นของผู้ร้องขอ เป็นการดำเนินการตามระเบียบ ความถูกต้อง และความโปร่งใส ภายใต้พระราชบัญญัติการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙ การเปิดเผยข้อมูลทางคดีต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อน และ(๓) กรอบระยะเวลาการดำเนินการ คณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ได้พิจารณาเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๙ และได้มีการขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้องขอ และได้รับข้อมูลจากผู้ร้องขอเมื่อปลายเดือนมีนาคมและอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์นั้น
มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินจึงขอเรียนต่อประชาชนและสื่อมวลชนทางถึงรายละเอียดของข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขอข้อมูลการชันสูตรพลิกศพภาพถ่ายต้นฉบับการนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม ผู้ตาย ว่า นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาของนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ผู้ตาย ได้มอบหมาย และมอบอำนาจให้นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ให้ดำเนินการขอข้อมูลการชันสูตรพลิกศพภาพถ่ายต้นฉบับการนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ผู้ตาย เพื่อส่งให้คณะผู้สืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนตามคำสั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ ๑๐๘/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๘ ท้ายบันทึกข้อความสำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ที่ ยธ ๐๘๒๒/๐๐๐๘ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ออกเป็นเลขสืบสวนที่ ๒๐/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๘ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินจึงมีหนังสือ ลงวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ เรื่อง ขอคัดถ่ายเอกสารหลักฐานภาพถ่ายแบบบันทึกข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการถ่ายภาพ หมายเลข S๒๕๖๕๐๒๐๕๘๘ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
ในกรณีนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม เสียชีวิต ประกอบกับในขณะเดียวกันคณะพนักงานสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ร้องขอพยานหลักฐานดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้ยื่นขอข้อมูลตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ เนื่องจากในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ทางมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้มีการติดตามผลดังกล่าวมาโดยตลอด โดยทางนิติกรของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แจ้งว่า เนื่องจากการขอรับข้อมูล ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูล ตามปกติจะต้องเป็นพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีเท่านั้นที่สามารถขอรับได้เลย แต่ในกรณีที่ได้รับมอบอำนาจจากนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน จะเข้าข้อยกเว้นเป็นการเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งศาล หรือเปิดเผยข้อมูลตามมติขอคณะกรรมการเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความยุติธรรม ตามพระราชบัญญัติการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙ ซึ่งคณะกรรมการจะมีการประชุมในวันที่ ๑๕ หรือ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๘ ด้วยเหตุที่นัดประชุมล่าช้า เนื่องจากวันนัดประชุมเป็นวันว่างตรงกันของผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กับคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์
ในช่วงประมาณเดือนมกราคม ๒๕๖๙ ทางมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้มีการติดตามทวงถามอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้แจ้งมาว่า ไม่มีการประชุมในวันดังกล่าว แต่จะมีการจัดประชุมในเร็วๆนี้ ซึ่งทางมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้ขอให้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มีหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่ได้มีการประชุมดังกล่าว แต่ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กลับเงียบไปและไม่มีหนังสือตอบกลับมา
หลังจากนั้น ในช่วงเดือนมกราคม ๒๕๖๙ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้ประสานงานทางโทรศัพท์ขอทราบผลการพิจารณาจัดส่งข้อมูลการชันสูตรพลิกศพอีกหลายครั้ง มักจะได้รับคำตอบว่าอยู่ในระหว่างการเสนอต่อคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์
ซึ่งต่อมาสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มีหนังสือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ ยธ ๑๐๑๒/๔๑๓ ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เรื่อง แจ้งผลการร้องขอข้อมูลการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ โดยขอให้มูลนิธิฯ จัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมระบุวัตถุประสงค์ในการร้องขอข้อมูลการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยให้เวลาในการแจ้งวัตถุประสงค์ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันได้รับหนังสือดังกล่าว ซึ่งต่อมา มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ และชี้แจงจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมระบุวัตถุประสงค์ในการร้องขอข้อมูลการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้มีหนังสือส่งถึงมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๙ แจ้งว่าเรื่องอยู่ในระหว่างการเสนอต่อคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์
มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินขอเรียนให้ประชาชนและสื่อมวลชนทราบว่า ด้วยข้อเท็จจริงตามลำดับดังกล่าวข้างต้น ทำให้เห็นได้ว่าผู้อำนวยการสถาบันนิตวิทยาศาสตร์มีพฤติกรรมในการประวิงเวลาในการจัดส่งสำเนาไฟล์ต้นฉบับภาพถ่ายแบบบันทึกข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการถ่ายภาพ หมายเลขS๒๕๖๕๐๒๐๕๘๘ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ในกรณีนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม เสียชีวิต อันเป็นการล่วงละเมิดสิทธิของนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาของนางสาวภัทรธิดา
พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิของรับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ ตามพระราชบัญญัติการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙ ประกอบกับประกาศคณะกรรมการกำกับการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ เรื่อง กำหนดขอบเขตของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสีย ในการขอรับบริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ตามมาตรา ๕ (๒) และ (๔) พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๒ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า พระราชบัญญัติการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙
“...มาตรา ๙ การเปิดเผยข้อมูล ให้กระทำได้เฉพาะแก่ผู้ร้องขอรับบริการด้านนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด เว้นแต่เป็นการเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งศาลหรือเปิดเผยข้อมูลตามมติของคณะกรรมการเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความยุติธรรม...”
ประกาศคณะกรรมการกำกับการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ เรื่อง กำหนดขอบเขตของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสีย ในการขอรับบริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ตามมาตรา ๕ (๒) และ (๔) พ.ศ. ๒๕๖๐
“...ข้อ ๒ ผู้มีส่วนได้เสียซึ่งจะขอรับการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ตามมาตรา ๕ (๔)หมายถึง คู่กรณี คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายของคู่กรณี บุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใด ๆของคู่กรณี ผู้ซึ่งมีส่วนได้เสียโดยตรงจากการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในเรื่องที่ขอรับการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์นั้น...”
นอกจากนี้ การที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มักกล่าวอ้างว่า การให้รับบริการทางนิติวิทยาศาสตร์ตามพระราชบัญญัติการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ต้องเสนอคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์พิจารณานั้น มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินเห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างไม่ใช่ความจริง เพราะอำนาจในการพิจารณาอนุมัติในการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓๒ เท่านั้น ไม่ใช่อำนาจของคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีอำนาจเพียงการกำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐาน ระเบียบหรือประกาศ เพื่อให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์นำไปปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติหรืออนุญาตใดๆ ตามพระราชบัญญัติการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙ หรือกฎหมายอื่นใดเลย ทั้งนี้รายละเอียดของอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ ปรากฏในพระราชบัญญัติการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๕ ซี่งบัญญัติไว้ว่า
“...มาตรา ๑๕ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดมาตรฐานการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ของสถาบัน
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ ในกรณีมีการร้องขอตามมาตรา ๕ (๑) (๒) (๓) และ (๔) ที่เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา ทั้งนี้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๓) กำหนดขอบเขตของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียในการขอรับบริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ตามมาตรา ๕ (๒) และ (๔) ทั้งนี้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๔) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ของสถาบัน และหลักเกณฑ์และวิธีการงดหรือลดค่าธรรมเนียมการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ของสถาบัน
(๕) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บรักษาและทำลายข้อมูล
(๖) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเปิดเผยข้อมูล
(๗) กำหนดแนวทางในการส่งเสริมการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ ภาคเอกชน รวมทั้งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านนิติวิทยาศาสตร์กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
(๘) ออกระเบียบกำหนดอัตราค่าตอบแทนวิชาชีพในการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ของเจ้าหน้าที่ของสถาบัน...”
ดังนั้น เมื่อผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมายประวิงเวลาในการให้สำเนาไฟล์ต้นฉบับภาพถ่ายแบบบันทึกข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการถ่ายภาพ หมายเลข S๒๕๖๕๐๒๐๕๘๘ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ในกรณีนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม เสียชีวิต อันเป็นการละเมิดสิทธิของนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาของนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิขอรับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ ตามพระราชบัญญัติการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙ จึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำที่เป็นการประวิงเวลาในการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงมอบอำนาจให้นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ดำเนินการทางกฎหมายกับนายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และดำเนินการทางวินัยข้าราชการต่อไป
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาตามคำแถลงของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙ ในประเด็นแรกข้อความที่บอกว่า “...ที่ผ่านมาสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด โดยได้ส่งมอบรายงานการตรวจชันสูตรศพ พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แก่ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และพนักงานอัยการ เพื่อประกอบสำนวนคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงรายงานการผ่าชันสูตรศพครั้งที่สอง ซึ่งได้มอบให้แก่ผู้ร้องขอตามสิทธิทางกฎหมายไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ศาลจังหวัดนนทบุรีได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ แล้ว…” นั้น
แถลงการณ์ดังกล่าวของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์พูดถึงเพียงการรายงานการ
ผ่าชันสูตรศพครั้งที่สอง แต่หนังสือที่ทางมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินนั้นเป็นการขอไฟล์หลักฐาน ภาพถ่าย แบบบันทึกข้อมูลเบื้องต้นของวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ และได้มีการแจ้งต่อสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แล้วว่าเพื่อประกอบการสืบสวนของคณะพนักงานสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่กำลังสืบสวนหาตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้กระทำผิดอาญาและผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมกันบิดเบือนคดีเกี่ยวกับการที่นางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม เสียชีวิต ซึ่งเป็นคนละคดีกัน ถึงแม้ว่าศาลจังหวัดนนทบุรีจะมีคำพิพากษาคดี เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ก็ตาม
แต่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา รวม ๓ คดี คือ คำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ ๒๕๔๙/๒๕๖๖ คดีหมายเลขแดงที่ อ ๓๔๓๑/๒๕๖๗ ความอาญา เรื่อง หมิ่นประมาท พิพากษาวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ระหว่าง พนักงานอัยการ อัยการสูงสุด โจทก์ กับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จำเลยที่ ๑ นายวัชรไกรศร เหตุจรัส จำเลยที่ ๒ นายอนุรักษ์ อมรเมตตา จำเลยที่ ๓ คำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ ๑๖๓๑/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อ ๓๕๓๓/๒๕๖๘ ศาลอาญา ความอาญา เรื่อง หมิ่นประมาท พิพากษาวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๘ ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ พลตำรวจตรี วสันต์ เตชะอัครเกษม โจทก์ร่วม กับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จำเลย คดีหมายเลขดำที่ อ ๑๖๓๒/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อ ๓๗๔๙/๒๕๖๘ ศาลอาญา ความอาญา เรื่อง หมิ่นประมาท พิพากษาวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ กับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จำเลย
ซึ่งทั้งสามคดีดังกล่าวศาลอาญามีคำวินิจฉัยให้เหตุผลตรงกันว่า นางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ไม่อยู่บนเรือลำเกิดเหตุ อันทำให้เห็นว่ามีการบิดเบือนคดีโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งสอดคล้องกับการร้องทุกข์ของนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาของนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ผู้ตาย ที่ได้ร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้มีการสืบสวนคดีซึ่งเป็นที่มาของการร้องขอไฟล์หลักฐาน ภาพถ่าย แบบบันทึกข้อมูลเบื้องต้นของวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ แต่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ประวิงเวลาไม่ทำการส่งให้การแถลงของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในประเด็นนี้จึงเป็นการอ้างที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และถือว่าเป็นการประวิงเวลาไม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียที่มีสิทธิขอรับการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ ตามพระราชบัญญัติการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๕(๒)และ(๔) และมาตรา ๙ และประกาศคณะกรรมการกำกับการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ เรื่อง กำหนดขอบเขตของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียในการขอรับบริการด้านนิติวิทยาศาสตร์มาตรา ๕(๒)และ(๔) พ.ศ.๒๕๖๐ ข้อ ๑ และข้อ ๒
ในคำแถลงประเด็นที่สอง ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กล่าวอ้างว่าการเปิดเผยข้อมูลของให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์จะต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรอง และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์เสียก่อนนั้นไม่เป็นความจริง เพราะคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการพิจารณาอนุมัติการเปิดเผยข้อมูลการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้ในสภาพของความเป็นจริงมีคดีอาญาซึ่งต้องมีการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานและมีการชันสูตรพลิกศพจำนวนมากหลายพันคดี หากกฎหมายต้องให้คณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ทำการพิจารณาก่อนมีการอนุมัติการให้ข้อมูล เจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมคงไม่สามารถดำเนินคดีต่อไปได้ เพราะต้องใช้เวลานานจนอาจทำให้ขาดอายุความได้ อีกทั้งยังมีข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการขอรับบริการทางนิติวิทยาศาสตร์ในกรณีนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ที่มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้ร้องขอ
คำตอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์คือไม่สามารถจัดประชุมคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ เนื่องจากวันว่างของคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์กับผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่ตรงกัน ไม่สามารถจัดประชุมได้ หากทุกเรื่องต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯเสียก่อน คดีคงค้างสะสมเป็นจำนวนมากไม่สามารถดำเนินคดีได้ เหตุผลของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในประเด็นนี้จึงเป็นเพียงข้ออ้างที่ไม่เป็นความจริง
ในคำแถลงของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ประเด็นที่สาม ที่ว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้มีการอ้าง “...ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๙ และที่ประชุมได้มอบหมายให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์รวบรวมและนำเสนอข้อมูลรายละเอียด เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ทำหนังสือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้องขอ และได้รับหนังสือจากผู้ร้องขอเพิ่มเติมแล้วเมื่อปลายเดือนมีนาคม และเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการนำเสนอต่อคณะกรรมการฯเพื่อพิจารณาอย่างเร่งด่วน ...” อันเป็นการแถลงข้อความที่เป็นเท็จต่อสาธารณชน เพราะมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้มีหนังสือมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินที่ ยฝด/คด/๐๐๖ ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เรื่อง ขอส่งข้อมูลเพิ่มเติมและวัตถุประสงค์ ถึงผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
ซึ่งในวันดังกล่าวได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินและมีผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังเป็นจำนวนมาก และได้มีการส่งหนังสือดังกล่าวในวันเดียวกันลงทะเบียนไปรษณีย์ด่วนตอบรับ การที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แถลงว่าได้รับหนังสือเมื่อปลายเดือนมีนาคมซึ่งห่างจากการส่งหนังสือจริงเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เป็นระยะเวลาห่างกันถึงเดือนเศษ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างร้ายแรง การแถลงดังกล่าวสะท้อนถึงพฤติกรรมการดำเนินงานที่ไม่โปร่งใส ไม่รักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ บิดเบือนการปฏิบัติหน้าที่ เลือกปฏิบัติและไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนให้ได้ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๙
มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินจะดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางปกครองกับผู้อำนวยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์อย่างถึงที่สุดต่อไป
Advertisement