
ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของนางสาวนิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ “แตงโม” นักแสดงสาวชื่อดัง ที่เสียชีวิตจากเหตุพลัดตกเรือสปีดโบ๊ตกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565
ล่าสุดวันนี้พันตำรวจตรีณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนข้อเท็จจริงคดีแตงโม ร่วมประชุมพิจารณาประเด็นบาดแผลของแตงโม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
การประชุมครั้งนี้มีแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เข้าร่วมให้ข้อมูล และพันเอกนายแพทย์ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตอาจารย์และศัลยแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งบาดแผลอีก 3 คน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ภาพบาดแผลของแตงโม และพิจารณาว่าลักษณะบาดแผลที่ปรากฏสามารถบ่งชี้ถึงสาเหตุการเกิดบาดแผลได้หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีข้อเท็จจริงใดที่อาจถูกบิดเบือน ส่งผลต่อกระบวนการยุติธรรมและการพิจารณาคดีในชั้นศาลหรือไม่
ขณะที่การประชุมในวันนี้ นางพนิดา ศิริยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมรับฟังการประชุมแต่อย่างใด
ด้านพันตำรวจตรีณฐพล เปิดเผยก่อนการประชุมว่า หลังได้รับการร้องเรียนจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม คุณแม่ของแตงโม และทนายความ ให้ตรวจสอบว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่
โดยระบุว่า คณะพนักงานสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานมาเป็นระยะเวลาพอสมควร และขณะนี้มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปผลการสืบสวนได้แล้ว คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้ภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายน และมีความเห็นทางคดีภายในสิ้นเดือนนี้
พันตำรวจตรีณฐพล ย้ำว่า การสืบสวนของดีเอสไอยึดหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจสอบทางเทคโนโลยี และคำให้การของพยานในชั้นศาลมาประกอบการพิจารณา โดยพบว่ามีหลายประเด็นที่ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน ทั้งเรื่องภาพถ่ายที่เผยแพร่ผ่านสื่อ ตำแหน่ง GPS ที่พยานบางรายให้การ รวมถึงข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับนายอัจฉริยะ ซึ่งศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง และมีข้อเท็จจริงบางส่วนที่แตกต่างกัน
หลังจากได้รับข้อมูลดังกล่าว คณะพนักงานสืบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงนำสิ่งของที่ได้รับจากคุณแม่ของแตงโมไปตรวจสอบอย่างละเอียด จนได้ข้อเท็จจริงใหม่หลายประเด็นที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ล่าสุดดีเอสไอ ได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบาดแผลและศัลยกรรมตกแต่งจำนวน 3 ราย รวมถึงแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ ซึ่งติดตามคดีมาตั้งแต่ช่วงแรก เข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับบาดแผลบริเวณด้านหลังร่างของแตงโม โดยเฉพาะบาดแผลบริเวณขาด้านหลัง ซึ่งเป็นประเด็นที่คุณแม่ของแตงโมให้ข้อมูลว่ายังไม่เคยได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจังมาก่อน
พันตำรวจตรีณฐพล ยังระบุว่า หากสามารถสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบาดแผลดังกล่าวได้ ข้อมูลนี้จะกลายเป็นส่วนสำคัญในสำนวนการสืบสวน พร้อมย้ำว่าดีเอสไอใช้เทคโนโลยีย้อนรอยเหตุการณ์เพียงแค่ส่วนหนึ่ง เพื่อค้นหาความจริงว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรเท่านั้น
โดยคณะพนักงานสืบสวนยังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจำลองภาพเหตุการณ์ โดยนำภาพที่ปรากฏในคำพิพากษาและภาพที่ได้รับจากตำรวจ มาสร้างเป็นภาพสีและภาพจำลองเหตุการณ์ เพื่อใช้วิเคราะห์ร่วมกับหลักฐานอื่นๆ
ส่วนภาพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งดีเอสไอได้ร้องขอไปนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลกลับมา อย่างไรก็ตามคณะทำงานสามารถขอข้อมูลจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ จนได้ข้อเท็จจริงมาประกอบการสืบสวน และนำมาใช้ในการจำลองเหตุการณ์แทน
เมื่อถามถึงประเด็นบาดแผลใหม่บริเวณด้านหลังขาของแตงโม ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน และอาจยังไม่เคยถูกพิจารณาในชั้นศาลนั้น พันตำรวจตรีณฐพล ระบุว่า จากการตรวจสอบสำนวนพบว่ายังมีหลายประเด็นที่น่าสงสัย และบาดแผลดังกล่าวเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่คณะทำงานกำลังพิจารณา
เบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบว่าลักษณะบาดแผลอาจเกิดจากวัตถุมีคม จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมและการวิเคราะห์บาดแผลเข้ามาให้ความเห็นทางวิชาการ เพื่อหาคำตอบว่าบาดแผลดังกล่าวมีสาเหตุมาจากอะไร โดยคาดว่าจะได้รับข้อสรุปจากคณะผู้เชี่ยวชาญภายในเร็วๆ นี้
เมื่อถามว่าหากพบว่ามีการละเลยหรือปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบาดแผลดังกล่าว จะสามารถดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ชุดเดิมตามมาตรา 157 ได้หรือไม่ พันตำรวจตรีณฐพล ชี้แจงว่า “อำนาจหน้าที่ของดีเอสไอในชั้นนี้ คือการตรวจสอบว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่เข้าสู่กระบวนการสอบสวนหรือชั้นศาลหรือไม่ ส่วนการดำเนินคดีกับบุคคลใดนั้น จะเป็นขั้นตอนที่ต้องพิจารณาภายหลังจากการสืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว”
ส่วนข้อสงสัยว่าบาดแผลดังกล่าวอาจนำไปสู่การรื้อฟื้นคดีหรือเปลี่ยนทิศทางการเสียชีวิตของแตงโมจากอุบัติเหตุไปสู่คดีฆาตกรรมหรือไม่นั้น พันตำรวจตรีณฐพล ระบุว่า “ในชั้นสืบสวนของดีเอสไอ ขณะนี้ยังมุ่งเน้นเพียงการพิสูจน์ว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ แต่หากพบว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงจริง ก็จะต้องมีการสืบสวนต่อไปว่าแตงโมเสียชีวิตจากสาเหตุใดกันแน่ ก่อนพิจารณาว่าดีเอสไอจะรับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษหรือไม่ และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ก็อาจต้องส่งเรื่องให้หน่วยงานที่มีอำนาจ คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป”
Advertisement