
เมื่อเวลาบ่ายวันที่ 16 มีนาคม2569 เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นที่บ้านเหล่านาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน191ได้รับแจ้งว่ามีชายคลุ้มคลั่งจับนางบุญเวิน และนางวิไลยายกับแม่ของตนเอง เป็นตัวประกันภายในร้านขายของชำแห่งหนึ่งในหมู่7 ต.นาดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมฝ่ายปกครองรุดเข้าตรวจสอบสถานการณ์ทันที
ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบนายวุฒิชัย วรชินาหรือโจ อายุ 36 ปี ยืนคุมเชิงแม่และยายด้วยท่าทีตาขวางพูดจาแข็งกร้าว และเรียกร้องขอดูบัตรเจ้าหน้าที่ฯสร้างความตึงเครียดให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมเจรจา แต่นายโจยังคงยืนกรานว่า “ถ้าใครมาจับตัวตนถือว่าผิด” ฝ่ายปกครองจึงตัดสินใจนำตัวนางบุญเวิน อายุ 80 ปี ผู้เป็นยาย และแม่ของนายโจออกมาจากจุดอันตรายได้สำเร็จก่อนเป็นอันดับแรก
จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่อส.กว่า 5 นาย ได้เข้าชาร์จตัวนายโจอย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามขัดขืนและดิ้นรนอย่างหนัก แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมตัวไว้ได้สำเร็จพร้อมใส่กุญแจมือและนำตัวออกจากที่เกิดเหตุ ท่ามกลางความไม่พอใจของชาวบ้าน ที่มารวมตัวกันดูเหตุการณ์ โดยมีชาวบ้านรายหนึ่งถึงกับใช้เท้าถีบเข้าที่ใบหน้าของนายโจได้ 1 ครั้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบกันตัวออกไป และนำนายโจขึ้นรถเพื่อสงบสติอารมณ์ และนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดที่อำเภอ
นางบุญเวิน อายุ 80 ปี ผู้เป็นยายของนายโจ เล่าด้วยความตกใจว่า หลานชายคนนี้เคยเป็นคนขยันทำมาหากินทำงานอยู่ต่างประเทศ ล่าสุดเพิ่งกลับมาจากไต้หวันแต่หลังจากนั้น 2 ปี ก็ไม่ได้ทำงานอะไรเลยวันเกิดเหตุไม่ทราบว่าทำไมหลานชายถึงเป็นแบบนี้จู่ๆ ก็คลุ้มคลั่งจับตนกับแม่ของเขาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน และพูดจาเพ้อเจ้อว่า “จะมีคนมาทำร้ายจะมาจับยายกับแม่ระวังไว้หมอบลงหมอบลง”
ตนถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่ช่วงสายจนถึงเที่ยง ตอนที่ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วยก็พยายามเกลี้ยกล่อม ให้ปล่อยยายแต่หลานก็ไม่ยอมปล่อยตน กลัวมากกลัวว่าหลานจะฆ่าเหมือนในข่าว
ด้านเพื่อนบ้านรายหนึ่งเล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนกำลังจะมาซื้อของที่ร้าน เห็นนายโจตะโกน ว่า“อย่ามาใกล้บ้านกู” ตนคิดในใจว่าจะหาใครมาช่วยดี นายโจมีอาการแบบนี้ตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงเช้าทราบว่านายโจเคยไปทำงานที่ไต้หวัน และกำลังจะไปอิสราเอลต่อ แต่เกิดสงครามเสียก่อน ปัจจุบันมาวิ่งไรเดอร์ส่งอาหารส่วนเรื่องยาเสพติดนั้นตนไม่ทราบว่านายโจไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่
เบื้องต้นการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของนายโจที่อำเภอไม่พบสารเสพติด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะนำตัวนายโจไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลอุดรธานีเพื่อหาสาเหตุของอาการคลุ้มคลั่งในครั้งนี้ต่อไป
Advertisement