
วันที่ 27 พ.ค. 69 หญิงชราวัย 70 ปี น้ำตาคลอเข้าร้องหน่วยงาน พม.ภูเก็ต หลังถูกหลานสาวที่เลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ ร่วมมือชายคนสนิทวางแผน อ้างเป็นหนี้นอกระบบ ถูกฟ้องกำลังจะติดคุก หลอกให้เอาโฉนดบ้านไปค้ำประกัน สุดท้ายบ้านราคาประเมิน 1.6 ล้านบาท ถูกเปลี่ยนมือเหลือเพียง 6 แสนบาท แถมเจ้าตัวยืนยัน “ไม่เคยได้เงินแม้แต่บาทเดียว”
คุณยายเผย เลี้ยงหลานสาวคนนี้มาตั้งแต่อายุเพียง 2 เดือน หลังแม่แท้ๆ เอามาทิ้งไว้หน้าบ้าน ไม่คิดว่าวันหนึ่งคนที่รักเหมือนลูกแท้ๆ จะย้อนกลับมาทำกันได้ลงคอ
จุดเริ่มต้นเกิดจากหลานสาวอ้างว่าติดหนี้นอกระบบ ถูกเจ้าหนี้ขู่ฟ้องร้องและอาจถูกจับเข้าคุก ขอให้แม่ช่วยเอาโฉนดบ้านไปกู้เงินเกือบ 3 แสนบาทเพื่อใช้หนี้ ด้วยความสงสารและกลัวลูกเดือดร้อน คุณยายจึงยอมทำทุกอย่างโดยไม่ได้ปรึกษาใคร
หลังได้เงินไป กลับไม่มีการจ่ายหนี้ตามที่อ้าง จนมีชายฉกรรจ์มาเฝ้าหน้าบ้านเช้ายันดึก สร้างความหวาดกลัวให้หญิงล้วนทั้งบ้าน ก่อนจะมีชายคนหนึ่งเข้ามาอ้างตัวเป็นคนช่วย “ไถ่บ้าน” แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเจ้าของโฉนดแทน
คุณยายเปิดเผยอีกว่า หลานสาวยังหลอกให้พาหลานอีก 3 คนหนีออกจากบ้านกลางดึก อ้างตำรวจจะมาจับ ก่อนพาไปอยู่กับชายคนดังกล่าว กระทั่งภายหลังรู้ตัวว่าบ้านถูกขายไปแล้วในราคาเพียง 600,000 บาท ทั้งที่ราคาประเมินจริงสูงถึง 1.6 ล้านบาท
ที่ช้ำหนักกว่านั้น เมื่อคุณยายพยายามทวงถาม กลับถูกด่าทอและทำร้ายร่างกาย ซ้ำฝ่ายหลานยังนำภาพถ่ายวางเงินมาอ้างกับตำรวจว่าได้จ่ายเงินค่าบ้านแล้ว ทั้งที่คุณยายยืนยันไม่เคยได้รับเงินจริง
วันนี้หญิงชราต้องระหกระเหินไปอาศัยบ้านพี่ชาย มีรายได้วันละไม่กี่ร้อยจากการทำงานดูแลสวนสาธารณะ ขณะที่คดียังไร้ความคืบหน้า หน่วยงาน พม.ภูเก็ต ระบุชัด ทุกคนที่ได้ฟังเรื่องต่างเชื่อว่า คุณยายตกเป็นเหยื่อถูกลูกสาวและชายคนหนึ่งร่วมกันหลอกเอาทรัพย์สินจนหมดตัว
“เลี้ยงมากับมือ แต่สุดท้ายกลับโดนหลอกจนไม่เหลืออะไร” คือคำพูดสั้นๆ จากหญิงชราที่วันนี้เหลือเพียงน้ำตา และความหวังว่าจะมีใครช่วยทวงความยุติธรรมคืนให้ชีวิตบั้นปลายของเธอ
Advertisement