
ช่วงค่ำวานนี้ (18 ส.ค. 2569) ศูนย์วิทยุ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณพื้นที่หมู่ 6 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสานชุดสายตรวจ ชุดสืบสวน ชุดเคลื่อนที่เร็ว และ ร.ต.ท.ณัฐภัทร ทองแดง รอง สว.(สอบสวน) สภ.หลังสวน รุดเข้าตรวจสอบและระงับเหตุอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุเป็นชุมชน ซึ่งปลูกสร้างบ้านพักอาศัยอยู่ร่วมกันจำนวน 5 หลัง บนเนื้อที่ราว 7 ไร่ รายล้อมด้วยสวนปาล์มน้ำมัน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ในสภาพยังไม่หายจากอาการคลั่ง ทราบชื่อคือ นายวันชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บทางญาติต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลหลังสวนเป็นการด่วน ทราบชื่อคือ นายสมนึก อายุ 45 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายแท้ๆ ของผู้ก่อเหตุ โดยถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณชายโครงซ้าย 1 แผล และไหล่ซ้าย 1 แผล เป็นแผลฉกรรจ์ลึก อาการสาหัสมาก และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว
จากการสอบสวนและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงวันนี้ (19 ส.ค. 2569) บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า นายจักรพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ลูกชายของนายสมนึก ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ได้นำผู้สื่อข่าวชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมเล่านาทีวิกฤตว่า ก่อนเกิดเหตุ นายมาโนช (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี (มีศักดิ์เป็นน้า) และลูกสาว นั่งอยู่หน้าบ้านของตนเอง ขณะที่ นายวันชัย (ผู้ก่อเหตุ) นั่งอยู่หน้าบ้านฝั่งตรงข้าม ห่างกันไม่ถึง 20 เมตร จากนั้นนายวันชัยได้เริ่มเอะอะโวยวาย ตะโกนด่าทอนายมาโนชด้วยความปักใจเชื่อมาตลอด 10 ปี ว่า นายมาโนชปลูกบ้านรุกล้ำที่ดินของตน ก่อนจะขว้างปาก้อนดินใส่หลังคาบ้านและถือท่อนเหล็กเดินอาละวาด ข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย ตลอดจนทำร้ายสัตว์เลี้ยงข้างบ้าน
เมื่อเห็นท่าไม่ดี ลูกสาวของนายมาโนช จึงรีบขับรถไปยัง สภ.หลังสวน เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาระงับเหตุเพราะหวั่นจะเกิดอันตรายถึงชีวิต แต่กลับถูกปฏิเสธ โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่า "ต้องมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอหรือภาพถ่ายหน้าผู้ก่อเหตุให้ชัดเจนก่อนจึงจะออกปฏิบัติการได้" ทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ในทันที เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้าน เหตุการณ์กลับยิ่งบานปลาย นายสมนึก (ผู้ตาย) เห็นเหตุการณ์จึงพยายามเข้าช่วยพูดคุยเจรจาเพื่อให้ประนีประนอมตามประสาญาติพี่น้อง แต่นายวันชัยกลับตรงเข้าตบหน้านายสมนึกจนเกิดการต่อสู้ตะลุมบอน ก่อนที่นายวันชัยจะวิ่งเข้าไปในครัว หยิบมีดประกอบอาหารเล่มยาวที่แอบลับเตรียมไว้ล่วงหน้า ออกมากระหน่ำแทงนายสมนึกอย่างกระทันหันโดยไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางความตกตะลึงของญาติๆ ที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธยาวและคลุ้มคลั่งอย่างหนัก
ด้าน มารดาของผู้ก่อเหตุ และเป็นพี่สาวของ นายสมนึก ได้เปิดใจทั้งน้ำตาด้วยความเจ็บปวดสูงสุดในชีวิต ต้องตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ลูกชายแท้ๆ ของตนไปฆ่าน้องชายสร้างความสูญเสียใหญ่หลวงให้ครอบครัว โดยระบุว่า ลูกชายติดยาเสพติดอย่างหนักจนเกิดอาการประสาทหลอน ตนเองหลาดหวาดกลัวจนไม่สามารถอาศัยอยู่ร่วมหลังคาเรือนได้ ต้องหนีไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอก เพราะบางครั้งลูกชายจำหน้าแม่ไม่ได้ และถามว่า "มึงเป็นใคร มาอยู่ทำไมที่บ้านกู" อีกทั้งยังถือขวานและลับมีดไว้อยู่ตลอดเวลา
มารดาของผู้ก่อเหตุ เผยอีกว่า ที่ผ่านมาพยายามแจ้งหน่วยงานต่างๆ และขอความช่วยเหลือให้นำตัวลูกชายไปบำบัดรักษาหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าที่ควร จนต้องพึ่งพาทีมกู้ภัยในพื้นที่มาช่วยระงับเหตุเป็นครั้งคราว จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดครั้งนี้ ซึ่งตนมองว่าเกินกว่าจะเยียวยาหรือให้อภัยได้อีกต่อไป พร้อมตัดขาดความเป็นแม่ลูกและยินยอมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยกล่าวด้วยน้ำเสียงสลดว่า "อยากให้ตำรวจวิสามัญไปเลย เพื่อเลือกคนดีให้อยู่ต่อ ขยะแบบนี้อยู่ไปก็สร้างแต่ปัญหา"
ขณะที่กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตต่างแสดงความเสียใจและกังขาต่อหลักการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยวอนขอให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงของสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมตั้งคำถามว่า "ต้องรอให้มีคนตายก่อนใช่ไหมถึงจะมา ตอนนี้เสียคนสำคัญในครอบครัวไปแล้วมันเอากลับคืนมาไม่ได้ อยากวิงวอนว่าต่อไปหากชาวบ้านไปแจ้งเหตุ ไม่ว่าจะดูร้ายแรงหรือไม่ ขอให้รีบออกมารับเรื่องและลงพื้นที่มาก่อน อย่ามัวแต่รอหลักฐานหรือรอคลิป เพราะความล่าช้าแม้นาทีเดียวอาจหมายถึงชีวิตของคน"
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายวันชัยไว้ที่ สภ.หลังสวน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถให้การได้ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ค้นหาอาวุธมีดของกลางที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อนำมาประกอบสำนวนและดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฉกรรจ์ต่อไป
Advertisement