
วันที่ 15 มีนาคม2569 เวลา 11.00 น.ร.ต.อ.หญิงปรีดา ขาวผ่อง ร้อยเวรสภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุยิงกันที่บริเวณแผงผักหน้าตลาดนัดใบกล้วย ถนนควนขัน ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง จึงรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเมื่อไปถึงพบว่ามีประชาชนจำนวนมากอยู่ในที่เกิดเหตุและพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยรายแรกคือนายอำนวยศรีเกตุหรือ“นวย”อายุ 66 ปีอยู่บ้านเลขที่65 หมู่ที่5 ตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง อาชีพพ่อค้านำพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านมาขาย ถูกยิงเข้าที่บริเวณขาด้านซ้าย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรังได้ปฐมพยาบาล เบื้องต้นก่อนนำตัวขึ้นเปลส่งรักษาที่โรงพยาบาลตรัง
ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายคือนายประภาส มีศรี อายุ 40 ปี สวมเสื้อสีแดง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณนิ้วมือข้อศอก และหัวเข่าเจ้าหน้าที่ได้ช่วยนำตัวเข้าทำแผลในรถกู้ภัยตรัง
จากการสอบถามนางสาวชนิสรา จ่ายแจกหรือ“พี่พร” อายุ 50 ปี แม่ค้าที่นำสินค้ามาขายในตลาดใบกล้วย เล่าว่าตนเองและแฟนได้ขับรถมาจอดที่ตลาดตั้งแต่
เวลา 05.00 น.จากนั้นนำสินค้าไปจัดวางในแผงภายในตลาดต่อมาประมาณเวลา 06.00 น. มีผู้มาบอกให้เลื่อนรถ โดยอ้างว่าที่ดังกล่าวเป็นที่จอดประจำของนายอำนวยแต่ตนเองแจ้งว่าไม่สามารถเลื่อนรถได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณะใครมาก่อนควรได้จอดก่อน และตั้งใจว่าเมื่อขายของเสร็จจะนำรถออกเองต่อมามีรถกระบะของนายอำนวยมาจอดปิดท้ายรถของตนตอนแรก ไม่ทราบว่าเป็นรถของใครจึงสอบถามคนในตลาด
เมื่อทราบว่าเป็นรถของนายอำนวยจึงไปขอให้นายอำนวยเลื่อนรถให้แต่ได้รับคำตอบว่ายังไม่เลื่อนต้องรอให้ขายของเสร็จก่อน ตนจึงไปตามนายประภาสแฟนของตน มาช่วยพูดคุยจนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น และขณะนั้นเห็นว่านายอำนวยชักอาวุธปืน ออกมานายประภาสจึงเข้าไปแย่งปืน ทำให้เกิดการต่อสู้ยื้อยุดกัน ก่อนที่ปืนจะลั่นถูกเข้าที่ขาซ้ายของนายอำนวยได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายประภาสได้รับบาดเจ็บบริเวณนิ้วมือ และหัวเข่าจากการเข้ายื้อแย่งอาวุธปืน
หลังเกิดเหตุนายประภาสได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปชี้จุดที่จอดรถ ซึ่งเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ โดยรถของตนเป็นรถเก๋งหมายเลขทะเบียนกต5065ตรัง ส่วนรถของนายอำนวยเป็นรถกระบะหมายเลขทะเบียนบต8522ตรัง ซึ่งจอดปิดท้ายรถเก๋งของตนอยู่ทำให้ไม่สามารถนำถอยรถออกได้ จนกระทั่งหลังเกิดเรื่องมีผู้ชำนาญได้นำอิฐเศษปูนมารองเพื่อให้รถถอยลงจากฟุตบาทได้
ขณะเดียวกันนางสมศรี อินทร์ทองหรือ“พี่เขียว”แม่ค้าที่นำผักที่ปลูกเองจากบ้านในพื้นที่โพรงจะเข้มาขาย เล่าว่าพี่นวยซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บ และเป็นเจ้าของปืนเป็นพ่อค้าที่นำพืชผักจากชาวบ้านมาขายร่วมกัน โดยพี่นวยเป็นคนหาเช้ากินค่ำ และเป็นคนใจดีมาขายของที่ตลาดแห่งนี้ ตั้งแต่ช่วงที่ตลาดเพิ่งเปิดก่อนเกิดเหตุแฟนของคู่กรณีได้มาด่าทอฝั่งพี่นวยก่อนเรื่องที่จอดรถ จากนั้นคู่กรณีพยายามจะเข้ามาทำร้าย ทำให้พี่นวยวิ่งหนีแล้วแต่คู่กรณีก็ยังตามมา ขณะนั้นตนเองกำลังยืนขายผักอยู่จึงไม่ทราบว่าเหตุการณ์ต่อ จากนั้นเกิดอะไรขึ้นกระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้น1นัด และมาทราบภายหลังว่าพี่นวยถูกยิงที่ขา ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าพี่นวยพกปืนมาก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่เมื่อเกิดเหตุก็ทราบว่าเป็นปืนของพี่นวย และคาดว่าขณะเกิดการปะทะกันและมีการแย่งปืนปืน จึงลั่นใส่พี่นวยเอง โดยคู่กรณีก็เป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเช่นกัน
นางสมศรี กล่าวเพิ่มเติมว่าก่อนเกิดเหตุหากพูดคุยกันดีๆ ก็น่าจะไม่เกิดเรื่องเพราะทั้งสองฝ่ายไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกันมาก่อน แต่ครั้งนี้แฟนของคู่กรณีเป็นฝ่ายมาด่าทอก่อน และคาดว่าเหตุปะทะกันจนเกิดการแย่งปืน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐาน ว่าสาเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทจากปัญหาเรื่องที่จอดรถก่อน จะลุกลามจนเกิดเหตุปืนลั่นโดยพบว่าอาวุธปืนที่ใช้เป็นปืนขนาด.357 บรรจุกระสุนไว้ 6 นัด และมีการยิงออกไปแล้ว 1 นัด ส่วนอาวุธปืนมีใบอนุญาตหรือไม่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อย่างไรก็ตามภายหลังเกิดเหตุเจ้าของตลาดนัดใบกล้วย ชี้แจงว่าจุดเกิดเหตุไม่ได้อยู่ภายในพื้นที่ตลาดนัดใบกล้วย โดยตรงแต่เป็นพื้นที่แผงลอยของเอกชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งไม่ได้อยู่ในความดูแลหรือการบริหารจัดการของตลาดนัดใบกล้วย
สำหรับตลาดนัดใบกล้วยเป็นตลาดนัดเช้าที่เปิดตั้งแต่เวลา 06.00–11.00น. ทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ จะมีประชาชนจำนวนมากมาเดินจับจ่ายซื้อของเนื่องจากเป็นตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องราคาสินค้าที่ไม่แพง
Advertisement