
เมื่อเวลา 03.19 น. วันที่ 14 มี.ค. 69 น.ส.ปานตา กิจสม อายุ 33 ปี นำหลักฐานสลิปโอนเงิน พร้อมบันทึกประจำวัน เข้าแจ้งความเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวในพื้นที่เมืองพัทยา หลังถูกหลอกให้จองล็อกขายของภายในงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา สูญเงินรวมกว่า 200,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้คดีที่แจ้งไว้กลับยังไม่มีความคืบหน้า
น.ส.ปานตา เล่าว่า ตนเป็นแม่ค้าขายอาหาร และรู้จักกับบุคคลหนึ่งที่อ้างว่าสนิทกับคนทำงานในเมืองพัทยา ซึ่งเคยช่วยจัดหาล็อกขายของให้ตนมาแล้วครั้งหนึ่ง และได้จริงจึงทำให้เกิดความเชื่อใจ
ต่อมาในช่วงเดือน พ.ค. บุคคลดังกล่าวได้ติดต่อมาชวนให้จองล็อกขายของในงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาอีกครั้ง โดยระบุว่ามีล็อกราคาถูก ให้เลือกตนจึงตกลงจอง 1 ล็อก ก่อนที่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่รู้จักกันจะฝากให้ช่วยหาล็อกเพิ่มจึงทำให้ตนรับจอง และโอนเงินต่อให้รวมทั้งหมด 28 ล็อก
โดยราคาล็อกมี 2 โซนหลัก ได้แก่ โซนหน้าชายหาดบริเวณฮาร์ดร็อคพัทยาเริ่มต้นประมาณ 9,000 บาท โซนชายหาดตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยาสูงสุดประมาณ 17,000 บาท การโอนเงินเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือน พ.ค. จนถึงเดือน ต.ค. รวมเป็นเงินกว่า 200,000 บาท
ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนพยายามสอบถามมาตลอดว่าล็อกได้จริงหรือไม่ และขอพบผู้ที่อ้างว่าเป็นคนจัดหาล็อก แต่ได้รับคำตอบเลี่ยงตลอด โดยอ้างว่าผู้จัดหาเป็นลูกน้องของบุคคลใกล้ชิดผู้บริหารเมืองพัทยา และกำลังขับรถให้นายอยู่ที่ชลบุรี
กระทั่งช่วงก่อนเริ่มงาน เจ้าหน้าที่เริ่มนำเต็นท์มาตั้งบริเวณชายหาด ตนจึงไปตรวจสอบที่โซนหน้าชายหาดใกล้ฮาร์ดร็อคพัทยา ซึ่งตามข้อตกลง ตนต้องได้ 13 ล็อก แต่เมื่อไล่ตรวจรายชื่อกลับไม่พบชื่อตน หรือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าแม้แต่ล็อกเดียว
เมื่อสอบถามกลับไปผู้ที่รับเงินอ้างว่า “เต็นท์ยังตั้งไม่ครบให้รอก่อน” แต่เมื่อตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดก็ยังไม่พบเช่นเดิมจึงขอเงินคืน
ฝ่ายคู่กรณีเสนอคืนเงินเพียง 88,000 บาท โดยอ้างว่าต้องหักค่าประกันเหมือนการเช่าบ้าน แต่ตนไม่ยอม เพราะโอนเงินเต็มจำนวน และมีหลักฐานสลิปทุกครั้ง หลังจากนั้นอีกฝ่ายเริ่มเงียบหายติดต่อไม่ได้
ผู้เสียหายพยายามติดต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคน ทั้งผู้ที่ใช้ชื่อ “เมฆกิตติพงศ์” และ “พงศธร หรือ ปาล์ม” แต่ไม่ได้รับคำตอบมีเพียงการบอกว่า “กำลังตามเรื่องให้อยู่”
สุดท้าย น.ส.ปานตาจึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อให้ติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี แต่จนถึงปัจจุบันเรื่องยังเงียบไม่มีความคืบหน้า
ผู้เสียหายฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าให้ระวังการจองล็อกขายของผ่านบุคคลกลาง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ และอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามคดี เนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายที่ฝากเงินผ่านตนเช่นกัน
Advertisement