
เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 69 พ.ต.ต.หญิง กนกวรรณ วุฒิเกษมกิจ สว.(สอบสวน) สภ.สองพี่น้อง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่17 แจ้งว่าเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กอายุ 3 ปี กินขนมปังติดคอ ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่13 ต.หัวโพธิ์ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรีจึงรีบไปให้การช่วยเหลือ
แต่เมื่อไปถึงพบว่าเด็กไม่มีชีพจรแล้ว จึงทำการช่วยเหลือ และนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่17 ต่อมายืนยันว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว ตำรวจจึงร่วมชันสูตรพลิกศพกับแพทย์ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่17
สภาพศพเด็กนอนเสียชีวิตอยู่ มีร่องรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้า ลำตัว หน้าอก ท้องหลัง และแขนขาหลายจุด แต่ไม่ทราบสาเหตุการตาย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และนำตัวเด็กส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
ต่อมา พ.ต.อ.วรภพ จำปาเงิน ผกก.สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.วีรวัฒน์ สีพันธ์โคตร์ รองผกก.สส. พ.ต.ท.นิคม ขุนสอาดศรี สว.สส. นำกำลังทีมชุดสืบสวน, จนท.พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานนำตัวบุคคลทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำ
โดยหนึ่งในนั้นพบผู้ต้องสงสัย คือเพื่อนสนิทร่วมแก๊งของแม่เด็ก ชื่อนายมืด อายุ 32 ปี ซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามกับแม่เด็ก เป็นคนที่อยู่กับเด็กคนสุดท้ายมาสอบสวนอย่างละเอียด
เบื้องต้นนายมืดให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนพาเด็กมานอนที่บ้านจริง เพราะแม่เด็กฝากลูกไว้ โดยแม่เด็กออกไปทำธุระข้างนอก ตนจึงไปอุ้มเด็กมาตอนตี1 และเด็กเกิดหิวตื่นมาร้องไห้ และหิวจึงได้กินขนมปังจนเกิดติดคอ และแน่นิ่งหมดสติ ตอนตี4ถึงตี5 ตนจึงพยายามช่วยชีวิต และประสานขอความช่วยเหลือปฐมพยาบาล
ต่อมาล่าสุด ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง ได้ประชุมแนวทางการสืบสวนต่อไขคดีการตายอย่างละเอียด หลังผลการชันสูตรได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตร่างกาย มีรอยฟกช้ำ มีเลือดออกในช่องท้อง ตับและม้ามฉีกขาด คาดว่าเกิดจากการทำร้ายร่างกาย จากนั้นผกก.สภ.สองพี่น้องจึงได้มอบหมายให้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สองพี่น้อง นำทีมดำเนินการสืบสวนผู้ต้องสงสัยคือ นายมืด เพื่อนสนิทแม่
ซึ่งตอนแรกให้การปฏิเสธปั้นเรื่องจนสุดท้ายให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือทำร้ายร่างกายเด็กจริง โดยให้การว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ ขณะที่ตนเองอุ้ม ด.ช.ปลื้ม จากบ้านของ ด.ช. ในเวลาประมาณ 01.00 น. เพื่อที่จะนำไปนอนที่บ้านของตนเอง ระหว่างทางมีการหยอกล้อกับเด็ก โดยได้ใช้หัวเข่าด้านขวากระแทกไปที่บริเวณหน้าท้องของ ด.ช.จำนวนหนึ่งครั้ง จากนั้นเด็กมีอาการจุก หายใจติดขัด จึงอุ้มเด็กไปนอนที่ห้องพักของตน โดยคิดว่าเด็กไม่เป็นอะไรมาก และตนเองจึงกลับไปนั่งเล่นที่บ้านของเพื่อนบ้านจนใกล้สว่าง จึงเดินกลับมาที่บ้านพักของตน เพื่อปลุกเด็กให้ตื่น แต่เด็กไม่ตอบสนองเรียกแล้ว ไม่ยอมตื่น จึงได้ร่วมกับเพื่อนข้างบ้านอุ้มเด็กไปที่อนามัยหัวโพธิ์ ปรากกฏว่าอนามัยยังไม่เปิดทำการ จึงพาเด็กไปพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่วัดหัวโพธิ์ เพื่อทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นรถโรงพยาบาลมารับเด็กไปส่งยังโรงพยาบาลสมเด็จฯ ปรากฏว่าเด็กได้เสียชีวิตแล้ว
เบื้องต้นได้ตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเสพติด พบว่ามีสารเสพติดจึงได้ดำเนินการจับกุมตัวนายมืด ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 โดยผิดกฎหมาย พร้อมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
หลังจากนั้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ม.ค. 69 ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สองพี่น้องได้นำตัวนายมืดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ โดยมีชาวบ้านและญาติเด็กมายืนดูการทำแผนจำนวนหนึ่ง ซึ่งนายมืดเองมีอาการวิตกกังวล และได้ยกมือไหว้ขอโทษแม่ของด็ก บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ โดยแม่ของเด็กได้ร้องไห้เสียใจ
ด้าน พ.ต.อ.วรภพ จำปาเงิน เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นคดีที่ทางตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ พร้อมรวบรวมพยาน และหลักฐาน ซึ่งเราไม่ได้ปักใจเชื่อตามคำให้การของผู้ต้องหา เราได้ส่งทีมสืบสวนไปสอบปากคำพยานแวดล้อม และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จนในที่สุดผู้ก่อเหตุได้รับสารภาพดังกล่าว จึงได้พาไปทำแผน ส่วนสาเหตุที่ทำลงไปตำรวจได้ตรวจหาสารเสพติด พบว่าปัสสาวะสีม่วง คาดว่าเสพยา และมีอารมณ์ฉุนเฉียว อาจมีช่วงเด็กร้องไห้แล้วเกิดความหงุดหงิด จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา และส่งตัวดำเนินคดีต่อไป
ด้าน น.ส.ไก่ ญาติของ ด.ช.ที่เสียชีวิต เล่าว่า หลานเป็นเด็กน่ารัก พูดเก่ง รู้สึกเสียใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตอนแรกก็สงสัย เพราะไม่เชื่อว่าขนมปังจะติดคอ พอทราบข่าวว่าทำร้ายหลานเสียใจมาก สงสารหลาน อายุแค่ 3 ขวบเอ งส่วนพ่อของเด็กนั้นติดคุก เด็กอาศัยอยู่กับแม่ มีพี่อีก 2 คน สงสารหลานมาก
ด้านผู้นำชุมชน นายชัยยุทธ อริกุล กำนันตำบลหัวโพธิ์ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องรู้สึกเสียใจมาก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น พูดไม่ออกเลย เด็กตัวเล็กนิดเดียว ก่อนเด็กจะเสีย ตนมยังเห็นน้องเล่นริมถนนเลย พอทราบว่าตายผิดธรรมชาติ ตนและชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านก็ได้ช่วยกันดำเนินการช่วยเหลือในการนำเด็กส่งชันสูตรศพ เพื่อพิสูจน์หาความจริง ซึ่งเสียใจมากไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้สงสารเด็ก
Advertisement