
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ระบุถึง ประเด็นที่ทนายของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือบิ๊กโจ๊ก ได้เดินสายร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีสินบนทองคำ ที่มีผู้ถูกกล่าวหารวม 6 คน กรณีดังกล่าว พล.ต.ท.ไตรรงค์ บอกว่า การร้องเรียนถือว่าเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากเป็นการต่อสู้ในมุมของข้อกฎหมายที่ต่างฝ่ายพยายามหาความชอบธรรม โดยพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้กังวลในเรื่องนี้
และในเรื่องที่มีนักวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาให้ความเห็นและตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ลูกน้องคนสนิทของบิ๊กโจ๊ก ในเรื่องนี้ก็เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำพยานหลักฐานในชั้น ป.ป.ช. มาแถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งเป็นหลักฐานที่อยู่ในสำนวน จะหมิ่นเหม่มีความผิดหรือไม่
พล.ต.ท.ไตรรงค์ บอกว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องมีการชี้แจงเรื่องนี้ เพราะสังคมในปัจจุบันมีเพจอวตารที่ให้ข้อมูลที่บิดเบือน จึงต้องออกมาชี้แจงเท่าที่ทำได้ โดยไม่กระทบต่อการสืบสวนสอบสวน
รวมถึงกรณีที่ทนายความของบิ๊กโจ๊ก บอกว่า สำนวนจาก ป.ป.ป. ส่งไปให้ ป.ป.ช. แล้ว ควรจะเดินหน้า ส่งไปยังประธานรัฐสภาตามขั้นตอน เพราะมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา ยืนยันว่าตำรวจทำตามขั้นตอนทางกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 61
ส่วนที่หลายคนเป็นห่วง เรื่องที่ทางตำรวจมีพยานหลักฐานทั้งหมด แต่กลับมาตายน้ำตื้นนั้น เรื่องนี้มีการชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว และสำนวนดังกล่าวถูกส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการแล้ว และหาก ป.ป.ช. ส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจทำ ก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนจะมีการกล่าวหาชอบหรือมิชอบ เป็นสิทธิของในการต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหา จะให้การยังไงก็ได้เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด รวมถึงจะแสดงออกในความยังไงก็ได้ ไม่ต้องสนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า มองยังไงที่ตอนนี้ บิ๊กโจ๊ก ท่าทีเงียบผิดปกติ มีการประเมินหรือไม่ว่ามีการหลบหนีออกนอกประเทศ หรือเมาหมัด ตรงนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ บอกว่า ไม่ขอออกความเห็นในเรื่องนี้
และล่าสุดจากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าวพบว่า เมื่อวานนี้ บิ๊กโจ๊กได้เดินทางไปทำบุญที่วัดโฆสิตาราม (หลวงพ่อกวย) ใน จ.ชัยนาท ยังไม่ได้หนีออกนอกประเทศแบบที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
Advertisement