Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
พ.ต.อ.ภาคภูมิ พูดแล้วอะไรคือจุดแตกหักที่ทำให้ออกมาแฉ บิ๊กโจ๊ก

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พูดแล้วอะไรคือจุดแตกหักที่ทำให้ออกมาแฉ บิ๊กโจ๊ก

7 ม.ค. 69
14:59 น.
แชร์

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พูดแล้วอะไรคือจุดแตกหักที่ทำให้ออกมาแฉ บิ๊กโจ๊ก จากที่เคยจะยืนหยัดเคียงข้างเป็นคนสุดท้าย

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิท "บิ๊กโจ๊ก" เปิดเผยในรายการโหนกระแสถึงที่มาที่ไป ปมตัดสินใจออกมาเป็นพยานแฉ “บิ๊กโจ๊ก”

โดย หนุ่มกรรชัย พิธีกรรายการถาม พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ว่า อะไรคือจุดแตกหัก ที่ทำให้ฝั่ง รองภาคภูมิ ซึ่งถือว่าเป็นมือขวาของบิ๊กโจ๊ก และบิ๊กโจ๊ก ก็ไม่เคยด่า ไม่เคยว่า ไม่เคยตบทำร้าย เหมือนคนอื่นๆเลย อะไรเป็นจุดแตกหักที่ทำให้นำหลักฐาน มาต่อสาธารณะและยื่นให้ตำรวจ

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุว่า มันเริ่มจากการต่อสู้คดีมาด้วยกัน แรกๆก็ยังไม่มี มันเริ่มจากเหตุการณ์ของการแถลงข่าว ที่มีพลตำรวจตรีนำเกียรติ ขึ้นบนเวทีกล่าวถึงเส้นทางการเงินของคดีเว็บพนัน BNK ที่มีการกล่าวหาเส้นเงินไปยังบิ๊กตำรวจและผู้หลักผู้ใหญ่ต่างๆ จริงๆวันนั้นตนถูกวางตัวให้ขึ้นไปพูด ไม่ใช่พลตำรวจตรีนำเกียรติ แต่ว่าตนและครอบครัวตนและน้องชายไม่ยอม

จนทำให้ทั้งครอบครัวตน โดยเฉพาะน้องชายตนมีการทะเลาะกับบิ๊กโจ๊กอย่างรุนแรง ตนและน้องชายจึงออกมา เพราะว่าแนวทางการต่อสู้คดีในลักษณะแบบนี้มันไม่เหมาะกับตัวเรา จากนั้นผู้การนำเกียรติก็ติดต่อมาหาตน ให้กลับไปช่วย เพราะว่าน้องๆบอกว่าตนรู้เกี่ยวกับเรื่องของคดี ให้ช่วยน้องๆหน่อย เพราะตนก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่มันเกิดขึ้นจากคดีมินนี่ ทำให้น้องๆได้รับความเดือดร้อน ตนก็เลยตัดสินใจกลับเข้าไปอีกครั้งนึง อย่างน้อยในคดีนี้ตนจะยืนเคียงข้างท่านรองโจ๊กเป็นคนสุดท้าย

ก็ต่อสู้คดีกันมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีของท่านและภรรยาของท่าน และที่ท่านฟ้องเขาและถูกฟ้อง ตนก็ต่อสู้ให้ทุกเรื่องเคียงข้างให้ทุกที่ แม้แต่คดีภรรยาท่าน ตนยังไปปรากฏตัว และดำเนินการให้ในทุกขั้นตอน ไม่เคยทิ้งท่าน ในยามที่ท่าน ณ ตอนนั้นน่าจะหนักที่สุดในชีวิต

แต่หลังจากนั้นมามันเริ่มมีการสั่งให้ทำในสิ่งที่มันสุ่มเสี่ยง เช่นมีการให้ไปส่งทอง 246 บาท ให้กรรมการ ป.ป.ช. และมีการแอบให้บันทึกคลิป เก็บเอาไว้แบล็กเมล์ ซึ่งมันเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย และมีการพยายามอัดคลิป ที่บ้านอาจารย์วันนอร์ เพื่อนำไปข่มขู่ท่านสุชาติ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้เป็นประธาน ป.ป.ช. เพื่อให้ช่วยเหลือคดี พอท่านไม่ดำเนินการให้ก็มีการปล่อยคลิปออกมา

วันนั้นก็มีการทะเลาะกันอีกครั้งนึง ตนก็บอกว่าถ้าเกิดจะทำแบบนี้ ตนขอถาม 3 ข้อ ถ้าตอบคำถาม 3 ข้อนี้ได้ตนจะเอาด้วย

ข้อหนึ่งก็คือ ท่านอาจารย์วันนอร์ ผิดอะไร ท่านช่วยทุกอย่าง ให้ไปที่บ้าน ให้ไปพบพร้อมทั้งประสานงานให้ แล้วเราไปทำอย่างนี้ ท่านจะต้องได้รับความเดือดร้อน

ข้อสอง ทำแบบนี้แล้วใครจะคบเรา แม้แต่คนที่ช่วยเราเรายังไปอัดคลิปเค้า ใครจะคบเรา

และข้อสาม คดีของเราถ้ามีปัญหากับ ป.ป.ช. คดีของเราจะล่าช้า

ซึ่งทั้งสามข้อก็ไม่ได้รับคำตอบ รู้แต่ว่าจำเป็นต้องทำ หลังจากนั้นตนก็เลยแยกตัวออกมา ไม่ติดต่อไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรอีกเลย ก็เลยไปปรึกษาคุณพ่อ คุณพ่อก็เลยบอกว่ามันไปต่อไม่ได้แล้ว

หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการถามว่ามีความกลัวหรือกังวลใจอะไรบ้างไหมตอนนี้

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ไม่ได้กังวลใจอะไร ส่วนที่ทางทนายของบิ๊กโจ๊กมายื่นเรื่อง ตนไม่ได้กังวล เพราะคิดว่ามันเป็นเหลี่ยมของทางคดี และไม่แปลกใจเพราะคิดว่าเค้าต้องทำ เพื่อให้เกิดผลวันนี้ที่เค้าไปยื่นที่ ป.ป.ช. เพื่อให้พนักงานสอบสวนเป็นคู่ปรปักษ์กับเขา เพื่อไม่ให้ ป.ป.ช. ส่งสำนวนมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เค้าต้องการให้คดีอยู่ที่ป.ป.ช. ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าทำไมติดใจ ป.ป.ช.เหลือเกิน

หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการถามว่าสุดท้ายอยากจะบอกอะไรกับ บิ๊กโจ๊ก ลูกพี่เก่าไหม

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุว่าจริงๆตนก็ได้พูดไปหลายครั้งแล้วว่าเราต้องพูดความจริงกัน ให้ท่านเข้าใจด้วยว่า ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะมาทำร้าย ทำลายหรือกลั่นแกล้งท่าน แต่เพียงว่าตนต้องการปกป้องสิทธิ์ตัวเอง และลูกน้องหลายๆคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือที่ผ่านมา ท่านทำให้กระบวนการยุติธรรมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกิดความเสียหาย อย่างมาก จริงๆแล้วตนต้องขอโทษตำรวจ 200,000 กว่าคน ที่ตนได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในบางเรื่อง ทำให้มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น กระทบต่อภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การออกมาในครั้งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ตนพยายามลบล้างในสิ่งที่ตนได้กระทำลงไป

หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการถามว่า ก่อนหน้าที่จะออกมาแฉเรื่องนี้ ทางพันตำรวจเอกภาคภูมิเองเคยเกือบคิดสั้นจริงหรือไม่

เจ้าตัวบอกว่าตอนโดนคดีใหม่ใหม่ก็คิดจริงๆ เพราะเราคิดว่าเรามันเลวขนาดนั้นเลยเหรอ สิ่งต่างๆมันพังทะลายในพริบตา ชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมา คุณงามความดีที่ทำมามันก็พังทะลายลงไป ในอนาคตก็มองไม่เห็นว่าชีวิตจะเป็นยังไง แต่ว่าผ่านมาสองปีชีวิตมันตกผลึกแล้ว ไม่ได้มีความอยากที่จะกลับเข้าไปรับข้าราชการหรืออยากเป็นตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ เพราะคิดว่า 30 กว่าปีที่ผ่านมาทุ่มเทให้กับการทำงาน วันนี้ได้กลับมาดูแลครอบครัว ใช้ชีวิตอีกแบบนึงมันก็มีความสุขดี

ขอบคุณ:รายการโหนกระแส

Advertisement

แชร์
พ.ต.อ.ภาคภูมิ พูดแล้วอะไรคือจุดแตกหักที่ทำให้ออกมาแฉ บิ๊กโจ๊ก