วันที่ 30 ส.ค. 68 จากกรณีพบศพชายนิรนามเสียชีวิต ถูกเผาในรถเก๋ง ท้องที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งต่อจิ๊กซอว์ว่าเป็นเหตุ ฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ต่อมาที่ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทีมสืบสวนสอบสวน ทั้งจากกองบังคับการตำรวจภูธรภาค5 กลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจสภ.ดอยสะเก็ด และสภ.แม่โจ้ หลังจากที่ประชุมกันกว่า 1 ชั่วโมง ทางเจ้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายงานต่างแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่
โดย พล.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมคนร้ายฆาตกรที่ก่อเหตุร้ายนี้ได้แล้วจำนวน 2 รายคนแรก คือผู้ต้องหาที่ได้รับบาดเจ็บขาหักได้เข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลดอยสะเก็ดเชียงใหม่ หลังจากเกิดเหตุได้ไม่นาน ส่วนเพื่อนคู่หูอีกคนเป็นคนขับรถนำทาง ไปจับกุมได้ในพื้นที่ อ.จอมทอง โดยคดีนี้ในวันที่ 30 ส.ค. เวลา 14.00 น. ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จะมาแถลงข่าวด้วยตนเองที่ สภ.แม่โจ้
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทีมสืบสวนคลี่คลายคดีนี้รายหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุทะเลาะวิวาท ก่อนเกิดเหตุนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ได้รับแจ้งเหตุ บุคคลถูกทำร้ายร่างกายที่บ้านหลังหนึ่งในท้องที่ ม.13 ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย เมื่อตำรวจไปตรวจสอบพบรอยคราบเลือดแปดเปื้อนตกตามพื้นบ้าน และห้องน้ำ พบค้อน และสากตำน้ำพริกเปื้อนเลือดตกอยู่ แต่เมื่อตำรวจไปถึงไม่พบคนเจ็บแต่อย่างใด จนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ดได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งประสบอุบัติเหตุ และไฟลุกไหม้ และมีคนบาดเจ็บขาหักถูกนำส่งโรงพยาบาลดอยสะเก็ดเชียงใหม่
ทางตนจึงได้สั่งการให้ตำรวจ ทั้ง สภ.ดอยสะเก็ด และสภ.แม่โจ้ได้เร่งสอบสวนที่คล้ายคดี และไปสอบสวนผู้ต้องหาที่ได้รับบาดเจ็บขาหักนอนอยู่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คือนายวชิรวิทย์ อายุ 28 ปี ให้การยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายดำรงฤทธิ์ อายุ 33 ปี ทำงาน ปณ.แห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาอีกคนที่ได้หลบหนีไปจนมุมตำรวจในท้องที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ จากนั้นได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.แม่โจ้
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ เป็นเรื่องหนี้สินที่หยิบยืมกัน โดยผู้ตายได้กู้เงินผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาได้ไปกู้มาจากนายทุนในอีกต่อหนึ่ง และถูกผู้ต้องหาเบี้ยวหนี้เป็นจำนวนเงินก้อนใหญ่
จากนั้นนายวชิรวิทย์ ผู้ต้องหาได้ร่วมกับนายดำรงฤทธิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาวางแผนที่บ้านพัก ก่อนที่จะลวงคนตายมาพบ และให้นายดำรงฤทธิ์ผู้ต้องหาอีกคนซ่อนตัวอยู่ในบ้าน พอผู้ตายเดินทางมาถึงก็ได้เข้าไปในบ้าน และมีปากเสียงกัน ก่อนที่นายดำรงฤทธิ์จะลงมือใช้ ทั้งค้อนและสากตำพริกทุกศีรษะจนเสียชีวิต เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28ส.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นในช่วงกลางคืนจึงอุ้มคนตายไปไว้เบาะหลังเก๋งคนตาย และให้นายวชิรวิทย์ขับรถเก๋งคนตายนำศพจะเอาไปทิ้งลงเหว ทั้งศพและรถ พร้อมกับซื้อน้ำมันเบนซินเตรียมการไปด้วย โดยมีนายดำรงค์ฤทธิ์ขับรถเก๋งสีดำตามไป แต่ปรากฏว่าขณะไปถึงจุดเกิดเหตุนายวชิรวิทย์ คนร้ายได้ขับรถของคนตายเสียหลักชนแบริเออร์ตกดอยข้างทาง ทำให้ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก
จากนั้นดำรงฤทธิ์ ได้มาลากเพื่อนออกมาจากรถ แล้วช่วยกันราดน้ำมันจุดไฟเผารถอำพรางคดี นายดำรงฤทธิ์จึงพานายวชิรวิทย์ ได้รับเจ็บที่ขาซ้ายหัก และถูกไฟลวกที่แขนมาส่งโรงพยาบาลดอยสะเก็ด จนถูกตำรวจสืบสวนแกะรอยตามอายัดตัว และถูกตำรวจขยายผลจับกุมได้ในที่สุด
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหาทั้งสองว่าร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองเอาไว้ก่อน และร่วมกันเอาซ่อนเร้นอำพรางศพก่อน 2 ข้อหา ส่วนข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างสอบสวน
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้สามารถติดตามยึดรถเก๋งสีดำ ซึ่งเป็นรถของนายดำรงฤทธิ์ ผู้ต้องหา และเป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุได้แล้ว
รถคันดังกล่าวถูกพบจอดอยู่ที่ลานจอดรถของที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่งใน อ.สันทราย ซึ่งเป็นที่ทำงานของนายดำรงฤทธิ์ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำรถคันนี้มาเก็บไว้ที่โรงพัก เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด
เบื้องต้นพบหลักฐานสำคัญหลายอย่างภายในรถ เช่น รองเท้าแตะ 1 คู่ ยาแผนปัจจุบัน 1 แผง และเศษหญ้าแห้งจำนวนหนึ่งตกอยู่บริเวณเบาะรถ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า รถคันนี้เป็นรถที่นายดำรงฤทธิ์ใช้ขับตามหลังรถของผู้ตายจนเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ทำให้รถเก๋งสีดำมีรอยสีขาวติดอยู่ด้านข้าง จากนั้นรถของผู้ตายที่นายวชิรวิทย์เป็นคนขับได้เสียหลักพุ่งชนแท่งแบริเออร์จนตกลงไปข้างทาง ส่งผลให้นายวชิรวิทย์ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาซ้ายหัก
หลังเกิดเหตุนายดำรงฤทธิ์ ได้ช่วยกันนำร่างนายวชิรวิทย์ออกมาจากซากรถ ก่อนจะราดน้ำมัน และจุดไฟเผารถเก๋งสีขาวเพื่ออำพรางคดี จากนั้นจึงพาผู้บาดเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาลดอยสะเก็ด และหลบหนีไป ต่อมาเมื่อทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมจึงหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านเพื่อนใน อ.จอมทอง กระทั่งถูกรวบตัวได้ในที่สุด
Advertisement