
กรณีทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เปิดหลักฐานเกี่ยวกับผลตรวจ และเฟซบุ๊กของโรงเรียนเเห่งหนึ่ง ที่โพสต์ภาพของน้องเอ ที่ยืนยันว่ายังคงไปโรงเรียนตามปกติ ไม่ได้อยู่บ้านแล้วถูกกระทำ ตามที่นำเสนอไปเเล้วนั้น
คลิกอ่านข่าว "น้องชมพู่" ทั้งหมดที่นี่

ล่าสุดวันที่ 29 มิ.ย.63 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ นายอินตา พ่อศรีชา สมาชิกสภาเทศบาลตำบลกกตูม เป็นหนึ่งในสามบุคคลที่ใช้ตำเเหน่งช่วยประกันตัวนายนริน เล่าความเป็นมาว่าพื้นที่ตำบลกกตูมนั้น ที่ดินเกือบทั้งหมดที่ชาวบ้านใช้ทำกินเป็นที่ดิน สปก. อยู่ติดกับพื้นที่เขตอุทยานเเห่งชาติป่าสงวน ซึ่งไม่มีโฉนด ชาวบ้านไม่สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกันได้ อีกทั้งชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร ไม่มีเงินก้อน ดังนั้นหากมีเรื่องคดีความใด ๆ จำเป็นต้องใช้ตำเเหน่งของข้าราชการท้องถิ่นเเทนหลักทรัพย์

โดยศาลจะตีราคาหลักทรัพย์จากเงินเดือน 10 เท่า เช่น สท.มีเงินเดือน 15,000 บาท จะเเทนหลักทรัพย์ 150,000 บาท โดยวันดังกล่าวมี สท.เดินทางไปด้วย 3 คน ประกอบด้วย สท.อินตา สท.อ๊อด เเละ สท.เจน ตีราคาหลักทรัพย์รวมกันได้ 450,000 บาท โดยศาลเรียกหลักทรัพย์ 300,000 บาท ซึ่งถือว่าเพียงพอ เเต่ศาลพิจารณาเเล้วเห็นว่า สท.ทั้ง 3 คน หมดวาระไปเเล้ว 1 ปี ขณะนี้กำลังดำรงตำเเหน่งรักษาการ เนื่องจากยังไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น ถือว่าเป็นตำเเหน่งที่เลื่อนลอย จึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว
ส่วนสาเหตุที่กล้าใช้ตำเเหน่งในการช่วยประกันตัวนายนรินนั้น สืบเนื่องจากวันที่ 24 มิ.ย.63 ได้รับการติดต่อจากญาติของนายนรินน ขอให้ช่วยประกันตัวให้ ตนก็ตัดสินใจช่วยทันที เพราะไม่เชื่อว่านายนรินจะเป็นผู้ก่อเหตุ ที่ผ่านมานายนรินเป็นคนดี ไม่เคยก่อคดีในลักษณะนี้มาก่อน ตนอยู่ในพื้นที่ทราบดีว่าใครเป็นอย่างไร ดังนั้นหลังจากนี้หากมีอะไรที่พอช่วยได้ ตนก็จะช่วยเต็มที่

ส่วนทางด้านนายตี๋ (นามสมมติ) ลูกชายของนายนริน ให้สัมภาษณ์ว่าจากที่ตนดูข่าวเมื่อคืน ตนก็สบายใจขึ้นมากกว่าหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าไทม์ไลน์วันที่ 19 ก.พ.63 ของสำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ และของที่ รร.กกตูม ไม่ตรงกัน น่าจะเป็นหลักฐานที่ช่วยพ่อของตนได้
ส่วนตัวแล้วตนเองก็สงสารพ่อ พ่อของตนไม่รู้เรื่องอะไร แต่ต้องมาถูกดำเนินคดีแบบนี้ ก่อนหน้านี้ตอนที่พ่อถูกจับวันแรก ๆ ครอบครัวตนก็ถึงขั้น กอดคอกันร้องไห้ แต่ตอนนี้ครอบครัวของตนก็เริ่มยิ้มได้บ้างแล้ว วันนี้ตนก็ยืนยันว่าพ่อของตนบริสุทธิ และส่วนวันที่ 11 พ.ค.63 ที่น้องชมพู่หายตัวไป ตนก็ยืนยันคำเดิมว่าพ่อของตนนอนอยู่ที่บ้าน สำหรับตอนนี้ตนก็จะอยู่เคียงข้างแม่ และเป็นกำลังใจให้แม่ อยากให้แม่สู้ต่อไปเพื่อพ่อ

ขณะที่คุณนภัส ปราณีตพลกรัง ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี รายงานว่า ศาลจังหวัดมุกดาหาร อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายนริน เชื้อคมตา ผู้ต้องหาในคดีอนาจารเด็ก 5 ขวบ ด้วยหลักทรัพย์ 2 เเสนบาท โดยภรรยาเเละญาตได้มารับตัวออกจากเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร

เมื่อเวลา 18.15 น. ที่ผ่านมา ภรรยาเเละญาติของนายนริน เชื้อคมตา ผู้ต้องหาคดีอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี เเละผู้ต้องสงสัยคดีน้องชมพู่ ได้รับตัวนายนรินออกจากเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร หลังจากศาลจังหวัดมุกดาหาร อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ด้วยหลักทรัพย์ 200,000 บาท โดยภรรยาเเละญาติ ได้เช่าโฉนดที่ดิน เพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกัน


ขณะที่บรรยากาศเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ญาติ ๆ ได้มารอตั้งเเต่เวลา 17.00 น. ซึ่งทันทีที่นายนรินถูกปล่อยตัวออกมา ญาติได้ล็อกตัวนายนริน ไม่ให้ตอบคำถามสื่อมวลชน โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายนริน ถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว นายนรินไม่ตอบคำถามใดๆ เเต่พูดเพียงสั้นๆว่า ไม่ขอพูดอะไร ก่อนที่จะขึ้นรถเก๋งสีขาวออกจากศาลจังหวัดมุกดาหารไป
โดยศาลนัดรายงานตัวนัดเเรก ในวันที่ 8 ก.ค.63 เวลา 09.00 น. เเละหลังจากนั้นจะต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก ๆ 12 วัน เเละทั้งหมดคือบรรยากาศล่าสุด ที่เรือนจำจังหวัดมุกดาหารครับ

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางมายังบ้านของนายนริน พบกับน.ส.หมวย (นามสมมติ) ลูกสาวนายนริน ตั้งแต่ตอนเช้าของวันนี้ แม่และญาติ ๆ ก็ได้เดินทางไปทำเรื่องประกันนายนรินพ่อของตน ที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร
โดยนางฝนแม่ของตนก็ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินกว่า 200,000 บาท ที่รวบรวมได้จากการยืมญาติ ๆ และมีสมาชิกสภาเทศบาลไปใช้ตำแหน่งในการประกันตัวอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้แม่ของตนก็พยายามเดินเรื่องประกันพ่อแล้ว ถึงสองครั้ง แต่ก็ไม่สามารถประกันได้ วันนี้ตนก็ยังไม่ได้ติดต่อแม่ว่าสามารถประกันตัวพ่อได้หรือไม่ แต่ตนก็จะรอฟังข่าวดีอยู่ที่บ้าน

น.ส.หมวย ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าหากสามารถประกันตัวพ่อได้ ตนก็จะถามพ่อว่า พ่อเป็นอย่างไรบ้าง และตนก็เป็นห่วงความรู้สึกพ่อ เกรงว่าพ่อจะเครียด เพราะพ่ออยู่ข้างใน ตนเองก็ไม่รู้ว่าพ่อจะเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนคดีน้องชมพู่ ตนเองก็เกรงว่าพ่อของตนจะถูกเชื่อมโยงอยู่เหมือนกัน
อย่างไรก็ตามตนเองก็เชื่อมั่นว่าพ่อเป็นผู้บริสุทธิ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นคดีของน้องเอ หรือน้องชมพู่ ตนเองก็อยากให้เจ้าหน้าที่จับคนร้ายตัวจริงให้ได้ และอยากให้คนร้ายตัวจริงออกมายอมรับ ในสิ่งที่เขาทำ ส่วนคลิปที่ครอบครัวน้องเอ ออกมาเคลื่อนไหว ส่วนตัวแล้วตนก็ไม่อยากแสดงความคิดเห็น แต่ตนก็อยากให้เขาออกมาเปิดเผยข้อมูลบ้าง สำหรับแม่ตนตอนนี้ ก็เข้มแข็ง และคอยเป็นกำลังใจให้กับตนเองและน้อง ๆ
โดยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา แฟนเพจ "Robin Hoot รีเทิร์น" ได้โพสต์คลิปพ่อแม่ของเด็กหญิงเอ มีการพูดจาขอบคุณเจ้าหน้าที่ โดยฝ่ายหญิงพูดว่า "ดีใจ เเละมีความสบายใจ ไม่กดดัน เพราะว่าเราจิตใจที่บริสุทธิ์ เราพูดอะไรเราก็พูดตรง ๆ ความจริง เเละเราก็เชื่อมั่นในหลักฐานทุกอย่าง ว่านายได้ทำให้เรา เเละดูเเลอย่างดี"

เเละในคลิปจะได้ยินเสียงคนถามว่า มีใครหรือเจ้าหน้าที่คนไหนบังคับให้ใส่ร้าย หรือพูดเท็จ สามีของหญิงรายนี้ ตอบว่า "ไม่มี เรามาเเบบเต็มใจมา ความเต็มใจ เต็มใจมากที่สุด"
ทั้งนี้ล่าสุดทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่มายังบ้านกกตูม เพื่อพูดคุยกับนางรุ่งทิพย์ เชื้อคมตา ครูประจำชั้นของเด็กหญิงเอ ซึ่งครูรายนี้ก็เป็นครูที่ปรากฏในภาพตอนที่เด็กหญิงเอ ทำกิจกรรมที่โรงเรียน เมื่อวันที่ 19 ก.พ.63 ที่ผ่านมา

ครูรุ่งทิพย์ เล่าว่า ตนเองขอยืนยันว่าเด็กหญิงเอ มาโรงเรียน และทำกิจกรรมที่เมื่อวันที่ 19 ก.พ.63 จริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตนขอยืนยันว่าเป็นไปตามภาพถ่ายที่ถูกนำเสนอในข่าว โดยเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 ก.พ.63 เท่าที่ตนเองจำได้ ช่วงเช้าตนเองก็ได้สอนเด็กหญิงเอ และนักเรียนร่วมชั้น ส่วนช่วงบ่ายก็ได้ให้นักเรียนทำความสะอาด ซึ่งเด็กหญิงเอ ก็อยู่ในสายตาตนเองตลอด

ส่วนเรื่องที่ถูกเด็กชายแมน เพื่อนร่วมชั้นเรียนต่อยท้องนั้น เกิดขึ้นประมาณวันที่ 13,14 ก.พ.63 กระทั่งวันที่ 23 ก.พ.63 แม่ของเด็กหญิงเอ ก็ได้มาขอลาให้ลูกเนื่องจากเด็กมีอาการปวดท้อง และหลังจากนั้นตนก็ได้ทราบข่าวว่า เด็กหญิงเอ รักษาตัวที่ รพ.เต่างอย ซึ่งตนและ ผอ.โรงเรียนกกตูม ก็ได้พากันไปเยี่ยม เด็กก็ตอบแค่ว่าถูกเด็กชายแมน ต่อยท้อง


กระทั่งเด็กหญิงเอ ออกจากโรงพยาบาล ประมาณวันที่ 10 มีนาคม 63 สองครอบครัวก็ได้เจรจากัน พร้อมกับมีการจ่ายเงินค่าเสียหายเป็นเงิน 4,000 บาท และหลังจากนั้นโรงเรียนก็ได้ปิดเทอมเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กระทั่งมีคดีของนายนรินเกิดขึ้น ตนยอมรับว่าตนก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช บอกว่า หากเด็กมีการหกล้มใส่ตอไม้ จนเกิดการฉีกขาดที่อวัยวะเพศก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่เป็นไปได้ยาก คำว่าอวัยวะเพศฉีกขาด ทางการแพทย์นั้น เราสามารถตรวจสอบได้ว่าเกิดจากการสอดใส่ หรือได้รับการฉีกขาดจากแรงกระแทกภายนอก โดยเวลาตรวจไม่ได้ตรวจแค่ภายนอก เพราะมีการตรวจภายในด้วย เช่น หากถูกกระแทกภายนอก ก็จะมีบาดแผลบริเวณภายนอก แต่ถ้าหากว่ามีการสอดใส่ ก็ต้องมีการฉีกขาดที่บริเวณช่องคลอด

กรณีหากโดนต่อยท้องแล้วเกิดอาการท่อปัสสาวะอักเสบนั้น ส่วนใหญ่จากการตรวจพบว่า สาเหตุมาจากการติดเชื้อเป็นหลักเท่านั้น ซึ่งในเด็กจะติดทางอวัยวะเพศเป็นหลัก แต่ถ้าบอกว่าเด็กโดนชกท้องแล้วจนเกิดอาการปัสสาวะอักเสบ มันไม่สอดคล้อง เป็นไปได้ยาก เพราะการชกท้องจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ช่องท้อง อาจจะมีฟกช้ำ มีรอยเขียวก็ว่าไป

ภายหลังที่ น.ส.สมพร หลาบโพธิ์ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เสร็จเรียบร้อย ทีมข่าวมีโอกาสได้สัมภาษณ์ น.ส.สมพร เปิดเผยว่า วันนี้สหวิชาชีพได้มาเชิญน้องโอมและน้องน้ำมนต์ ลูกชายทั้ง 2 คน ไปพูดคุยข้อมูลเพิ่มเติม โดยตนได้ไปนั่งรับฟังอยู่ด้วย ซึ่งตนจับใจความที่เจ้าหน้าที่สอบถามน้องโอมได้ว่า ในวันที่ 11 พ.ค.63 ที่ผ่านมา น้องโอมไปไหนและทำอะไรบ้าง ซึ่งน้องโอมก็ตอบว่าเล่นเกมโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน ไม่ได้ไปไหน เจ้าหน้าที่ไม่ได้ถามเรื่องเวลามากนัก เพราะคงคิดว่าเด็กจำเวลาที่แน่นอนไม่ได้
จากนั้นได้สอบถามว่า มีใครโทรศัพท์เข้ามาที่เบอร์ของนายไชย์พลบ้างหรือไม่ ซึ่งในวันนั้นก็มีแค่แม่น้องชมพู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้คำถามสลับกันไปสลับกันมา อย่างเช่นถามว่า น้องโอมเห็นพ่อแม่อยู่ที่บ้านตอนไหน ซึ่งน้องโอมก็ตอบว่าเห็นแค่แม่ อยู่บ้านในช่วงเช้า

น.ส.สมพร กล่าวต่อว่า สำหรับคำถามที่เจ้าหน้าที่สอบถามน้องน้ำมนต์นั้น ก็คล้าย ๆ กับถามน้องโอม แต่หลัก ๆ คือเจ้าหน้าที่พยายามถามว่า เห็นพ่อและแม่เมื่อไร ซึ่งน้องน้ำมนต์ตอบไปว่าในวันที่ 11 พ.ค.63 ที่ผ่านมา เจ้าตัวเห็นแต่น้องโอม ผู้เป็นพี่ชายเท่านั้น เพราะในวันนั้นเจ้าตัวตื่นสาย ซึ่งคำถามที่ถามถึงพ่อแม่นั้น ถามสลับกัน 1-2 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าการที่เจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลจากลูกชายว่า เห็นตนและสามีหรือไม่ ตนมองว่าเจ้าหน้าที่น่าจะต้องการเช็กพิกัดของตน ซึ่งยอมรับว่าไม่กังวลเท่าไรนัก
Advertisement