
จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิป หญิงวัยรุ่นด่าทอและทำร้ายร่างกายหญิงชรา พร้อมกับเขียนแคปชั่นว่า "เสื่อม! อ้างแก๊งหลานรวมหัวแกล้งทำร้ายคุณยาย เหตุเกิดพื้นที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี" โดยมีผู้เข้าชมและแชร์จำนวนมาก เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นสงสารยาย และตั้งคำถามว่าคนถ่ายคลิปทำไมไม่ห้าม แต่มีการหัวเราะเสี้ยมและเชียร์แทนนั้น

ล่าสุด วันที่ 18 มิ.ย. 63 ทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านเกิดเหตุ ต.เพ็ญ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี นางสม (นามสมมติ) อายุ 64 ปี ยายผู้ที่ถูกหลานสาวทำร้ายร่างกาย เล่าว่า ตนแจ้งความดำเนินคดีกับลูกสาวและหลานสาวที่ทำร้ายร่างกายแล้ว โดยตนเป็นแม่ม่าย สามีตาย มีลูก 3 คน คือนายเสือ (นามสมมติ) ลูกคนโต, นางกุ้ง (นามสมมติ) ลูกคนที่ 2 และนางปู (นามสมมติ) ลูกคนที่ 3 ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และอยู่ที่บ้านของนายเสือ มีนางปูอยู่บ้านใกล้กัน ปกติตนจะทะเลาะโต้เถียงกับนางปูตลอด แต่ไม่ถึงทำกับลงมือทำร้ายกัน

ก่อนหน้านี้ ประมาณ 2 ปี น.ส.ฝน (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ลูกสาวของนางกุ้ง แต่งงานไปอยู่ จ.นครพนม กลับมาอาศัยอยู่กับนางปู ซึ่งเป็นน้า ไม่ยอมมาอยู่กับแม่และยาย ก่อนเกิดเหตุวันที่ 14 มิ.ย. 63 ตนนอนอยู่ในบ้าน น.ส.ฝน และลูกสาวของนางปูได้จุดประทัดเสียงดัง ตนสังเกตว่าหลานจุดประทัดมาหลายวันแล้ว เพราะเป็นประเพณีสืบทอดกันมา หากมีคนเสียชีวิตถึงจะมีการจุดประทัด ตนเกรงว่าชาวบ้านที่ได้ยินเสียงจะคิดว่ามีคนตาย จึงได้ออกมาร้องห้าม

จากนั้น น.ส.ฝนได้ร้องตะโกนสวนมาว่า จุดให้ตนตอนตาย และด่าว่าตนเป็นคนแก่เพราะเกิดนาน แก่ไม่มีหัวสมอง ด่าตนต่าง ๆ นานา ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย และหัวเราะเยาะเหมือนไม่ใช่ยายกับหลาน โดยมีลูกสาวของนางปูเป็นคนถ่ายคลิป และเชียร์ น.ส.ฝน ตนโมโหจึงใช้หนังยางยิงใส่ แต่หลานทั้ง 2 คนก็ยังหัวเราะเยาะ น.ส.ฝนบอกว่าจะไปแจ้งตำรวจ แล้วถือท่อนไม้มาโยนใส่ตน แล้วก็ตบตีและจิกผมกันตามคลิป โดยไม่มีใครเข้ามาห้าม มีแต่เสียงเชียร์

ส่วนตนบริเวณลำตัวและแขนเขียวช้ำ เพราะตนสู้ไม่ได้ ขณะที่นางปู ลูกสาว ได้บังคับให้ตนกราบตีน ตนจึงยอมกราบตีนลูกต่อหน้าชาวบ้าน และญาติที่มายืนมุงดู จนนางปูพอใจ ชวนผัวกลับบ้านไป
"ฉันรู้สึกเสียใจมาก รักทั้งลูกและหลาน แต่กลับมาตบตีทำร้ายตน ตอนนี้ร้องไห้ไม่ออก เพราะน้ำตามันตกลงในข้างในใจ ถ้าลูกและหลานสำนึกผิดมากราบขอขมา ตนก็จะไม่รับ ไม่อโหสิกรรม และขอตัดลูกตัดหลานนับตั้งแต่วันนี้ไป พร้อมกับสั่งลูกชายและลูกสาวไว้ว่า ถ้าแม่ตาย ห้ามลูกสาวคนเล็กและหลานคนนี้มาเผาผีหรือทำบุญให้เด็ดขาด" นางสม กล่าว

ด้าน นางกุ้ง (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ลูกสาวของนางสม แม่ของ น.ส.ฝน เล่าว่า ตนแยกทางกับสามีคนแรก มีลูกด้วยกัน 4 คน น.ส.ฝนเป็นคนโต ตนเลี้ยงลูกคนนี้จนเรียนถึงชั้น ม.3 หลังแต่งงานลูกก็ได้ไปอยู่กับสามีที่ จ.นครพนม เมื่อ 2 ปีก่อน น.ส.ฝนกลับมาบ้านแต่ไม่ยอมอยู่กับยายและแม่ เพราะว่าเกลียดสามีใหม่ของตน จึงไปขออาศัยอยู่กับนางปู ซึ่งเป็นน้า และไม่ยอมพูดกับตนอีกเลย
และลูกสาวมักจะพูดจาเสียดสีตนและสามีใหม่ตลอด ตนก็อดทนไม่โต้ตอบ ส่วนนางปู น้องสาวก็ไม่ถูกกับแม่มาตั้งนานแล้ว เพราะรำคาญว่าแม่พูดมาก จึงมีปากเสียงทะเลาะกันตลอดแ ต่ไม่เคยถึงขั้นทำร้ายร่างกาย วันที่เกิดเหตุตนก็ไม่อยู่บ้าน ถ้าอยู่ก็จะเข้าห้ามไม่ให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นเด็ดขาด ในฐานะคนเป็นทั้งลูกและแม่ รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่ตนสอนลูกไม่ได้ ลูกไม่เชื่อฟัง ก็ได้แต่เสียใจ เพราะกลัวว่าลูกจะมีบาปติดตัวไปที่เขาทำร้ายยายตัวเอง
Advertisement