
วันที่ 14 เม.ย.63 น.ส.นก (นามสมมติ) อายุ 21 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตแฟนหนุ่ม หลังนำภาพลับอนาจารมาเผยแพร่ประจานผ่านสื่อออนไลน์ พร้อมนำหลักฐานเป็นภาพเปลือยที่ถูกแบล็คเมล์และคลิปเสียงช่วงที่อดีตแฟนหนุ่มเคยโทรหา มามอบให้กับพนักงานสอบสวนด้วยพร้อมตัวแทนกลุ่มและทนายความ ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง

น.ส.นก บอกว่า คบหาดูใจกับนายบอส อายุ 26 ปี มาได้ประมาณ 3 ปี ซึ่งฝ่ายชายพักอาศัยที่ จ.แพร่ ประกอบอาชีพเป็นนักดนตรีกลางคืน โดยรู้จักกันผ่านทางแอพหาคู่ ช่วงที่คบหาดูใจกันก็มีการเดินทางไปหาอดีตแฟนหนุ่ม ราว 4-5 เดือนครั้ง ช่วงที่คบหากันก็มีเพศสัมพันธ์กันตามประสาคนรัก บางครั้งแฟนหนุ่มได้นำโทรศัพท์มาบันทึกคลิปเอาไว้ หากครั้งไหนรู้จะขอให้ลบออกทันที

นอกจากนี้ช่วงที่ไม่ได้เดินทางไปหาก็วิดีโอคอลคุยกัน บางครั้งมีการถอดเสื้อผ้าเปลือยกายคุยกัน แต่ไม่รู้ว่านายบอสจะแคปรูปเก็บไว้ แต่มาช่วงหลังมักมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง เนื่องจากฝ่ายชายมีอาการหึงหวงแบบไร้สาระ โดยหากมีใครมากดไลค์หรือตนไปกดไลค์รูปผู้ชายอีกฝ่ายก็จะโมโหไม่พอใจ และตามราวีเพื่อน ๆ ในเฟซบุ๊ก

พร้อมส่งข้อความมาข่มขู่ และยังนำภาพลับบางส่วนมาเผยแพร่ จนเริ่มทะเลาะกันรุนแรงขึ้น และยังใช้คำพูดด่าทอล่วงเกินบุพพการี จึงขอแยกทางไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แต่ฝ่ายชายไปขอให้เพื่อนตนช่วยง้อขอคืนดี จนต้องบล็อกเฟซบุ๊กของอีกฝ่าย

จากนั้นนายบอสได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา และส่งภาพลับไปให้กับทางผู้ชายที่เข้ามากดไลค์ และคนอื่น ๆ ที่ตนติดต่อในเฟซบุ๊ก และยังข่มขู่ว่าจะส่งภาพลับให้กับพ่อและแม่ของตนด้วย อย่างไรก็ตาม รู้สึกหวาดกลัวและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันจะดำเนินคดีกับอดีตแฟนหนุ่มให้ถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ผู้เสียหายกำลังแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางมารดาของอดีตแฟนได้มีการโทรศัพท์ติดต่อมาหา และยอมรับสารภาพว่าลูกชายเป็นผู้ที่สมัครเฟซบุ๊กปลอมและนำภาพไปเผยแพร่จริง สาเหตุเกิดจากความหึงหวง และขอให้ทางผู้เสียหายถอนแจ้งความ เนื่องจากครอบครัวไม่มีเงิน ก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้กับนายบอส ยอมรับว่าที่ทำลงไปเนื่องจากหึงหวง และไม่อยากให้ฝ่ายหญิงไปกดไลค์ กดหัวใจ หรือคอมเมนต์ชายอื่น

ด้าน นายบอส บอกว่า สาเหตุเกิดจากความหึงหวง หลังเลิกกันเมื่อไปตามง้อแต่ไม่สำเร็จ จึงโกธรคิดว่าฝ่ายหญิงปันใจ ด้วยความขาดสติจึงแสดงความเป็นเจ้าของ โดยการเจาะเข้ารหัสเฟซบุ๊กของฝ่ายหญิง และปล่อยรูปลับให้ผู้ชายทุกคนได้เห็น โดยขณะนี้ตนมีสติแล้วที่ผ่านมาไม่ได้ตั้งใจ สัญญาว่าจะกลับตัวหากได้คืนดี เพราะตนรักฝ่ายหญิงมากและยอมรับผิดในสิ่งที่ทำทั้งหมด

ขณะที่ พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ บุญพูล ผกก.สน. พระโขนง บอกว่า คดีนี้เป็นคดีในความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถยอมความได้บางเรื่องหากเจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาความ ซึ่งในกรณีนี้คู่กรณีได้มีการปลอมแปลงเฟซบุ๊กของอีกฝ่าย และส่งต่อรูปอนาจาร รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว หากผู้ใดได้รับและส่งต่อ รวมถึงผู้ที่โทรศัพท์มาก่อกวนก็จะมีความผิดไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวตนไม่แนะนำให้ยอมความ เพื่อจะได้เป็นเยี่ยงอย่างกับสังคม ผู้หญิงจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อหรือทาสทางอารมณ์ของใครอีก โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมตัวที่ไปจะนำตัวคู่กรณีของผู้เสียหายมาสอบสวน โดยไม่ต้องรอหมายศาล เนื่องจากความผิดในคดีนี้มีโทษจำคุกเกิน 5 ปี
Advertisement