
วันที่ 16 ก.พ. 66 เวลา 16.00 น. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และทีมงานได้พา นางสุณาพรณ์ บุญเกิด หรือป้าพร อายุ 74 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ซ.พหลโยธิน 52 เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิต 5 นาย ที่เข้ามาตรวจค้นร้านขายของชำ และยัดบุหรี่ปลอม 1 ซองให้ผู้เสียหาย

โดยมีการเรียกผู้เสียหายขึ้นรถและขับวนเพื่อรีดทรัพย์ โดยเรียกเงิน 20,000 บาท แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอมร้องขอให้พาไป สน.บางเขน สุดท้ายบังคับเอาเงินที่อยู่ในย่ามของป้าผู้เสียหายไปจำนวน 5,500 บาท มีกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน

นางสุณาภรณ์ บุญเกิด หรือ ป้าพร อายุ 75 ปี เล่าว่า เกิดเหตุวันที่ 13 ก.พ. 66 เมื่อเวลา 16.30 น. มีผู้ชายใส่เสื้อสีกากี เสื้อกั๊ก จำนวน 5 นายขับรถตู้ มาจอดหน้าร้านขายของชำ อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ก่อนจะเดินเข้ามาขอตรวจบุหรี่ที่ร้าน โดยตนเองให้บุหรี่ไป 2 คอตตอน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำบุหรี่ที่ให้ไปตรวจสอบบนรถตู้ ก่อนจะลงมาบอกว่าเป็นบุหรี่ปลอม แต่ตนเองยืนยันว่าบุหรี่ที่ให้ไปเป็นของจริง มีใบเสร็จที่ซื้อจากร้านขายส่งในหมู่บ้านชัดเจน

ขณะนั้นตัวเองจับสังเกตได้ว่าเจ้าหน้าที่มีการสลับบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่จริงของตนเองมีน้ำหนัก ส่วนบุหรี่ที่ทางเจ้าหน้าที่นำมาให้นั้น เบาและแฟบ ตัวเองก็บอกเจ้าหน้าที่ไปว่า "หากเป็นของปลอมต้องปลอมทั้งหมด เนื่องจากก่อนหน้านี้ขายไปแล้ว 3 คอตตอน ไม่มีลูกค้าคนไหนมาร้องเรียนเลยว่าเป็นบุหรี่ปลอม"

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังยืนยันว่าพบบุหรี่ของตนเองปลอม แล้วก็มีการพยายามไปค้นที่ห้องนอน เปิดลิ้นชักหาเงิน แต่ตนเองอ้างไปว่าเงินไม่ได้เก็บไว้ในห้องนอน เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปคุยบนรถตู้ก่อนจะล็อกประตู ตอนนั้นยอมรับว่าตกใจมากแต่ก็ต้องขึ้นไปบนรถ วนไปวนมาในหมู่บ้าน โดยระหว่างอยู่ในรถกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ได้พยายามพูดคุยถึงเงินที่ต้องจ่ายโดยบอกว่าตนเองต้องจ่าย 20,000 บาท ตนเองก็บอกไม่มีและยอมติดคุกให้พาไปที่ สน. ได้เลย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะกลับลำและบอกว่า "ในกระเป๋ามีเท่าไรเอามา" ตนจึงจำใจหยิบเงินที่ขายของได้ให้ไป โดยใส่ไว้ในกระติกน้ำแข็งที่ทางเจ้าหน้าที่เตรียมไว้เป็นจำนวนเงิน 5,500 บาท
จากนั้นเมื่อ เจ้าหน้าที่ได้เงินแล้วเขาก็ส่งตนลงจากรถ โดยมีการสั่งห้ามไม่ให้ป้าพูดเรื่องนี้กับใคร หากไปแจ้งความจะกลับมาเอาหนักกว่าเดิม ซึ่งตนเองก็ไม่เคยไปบอกใคร กระทั่งได้คุยกับผู้นำชุมชน แล้วเขาก็พาไปร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น หากเจ้าหน้าที่ฟังอยู่ก็อยากจะบอกว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครเลย ทุกคนต้องทำมาหากินเพื่อเอาตัวรอด ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่ต้องมาเคลียร์หรือเอากระเช้ามาไหว้ขอโทษ

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด บอกว่า ก่อนหน้านี้มีประชาชนเคยแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทางเพจแล้วแต่ยังไม่มีพยานหลักฐานพอที่จะเอาผิดคนก่อเหตุได้ แต่เคสดังกล่าวทางผู้เสียหายมีพยานหลักฐานครบ จึงนำเรื่องนี้มาเปิดเผยและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยจัดการ เพราะตัวป้าผู้เสียหายกลัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากตัวป้าเองอาศัยอยู่ที่ร้านตัวคนเดียว
ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ได้ประสานไปยังหน่วยงานดังกล่าวว่า บุคคลที่มารีดทรัพย์เป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ และถ้าหากเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือเป็นโจร ตนเองยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะก่อนหน้านี้แม่ของคนในทีมสายไหมต้องรอดที่ทำอาชีพขายของชำก็เคยโดนแบบนี้มาก่อน แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิดคนพวกนี้
ส่วนเรื่องคดี พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน เผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ ตำรวจสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดพร้อมกับตรวจสอบหลักฐานกล้องวงจรปิด และตรวจสอบทะเบียนรถตู้ที่ใช้ในการก่อเหตุ รวมถึงจะเรียกพยานแวดล้อม โดยเหตุการณ์นี้เข้าข่ายความผิด ฐานกรรโชคทรัพย์ และอยู่ระหว่างพิจารณาในความผิดข้อหาปล้นทรัพย์ด้วย ขณะเดียวกัน หากตรวจสอบพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจริงจะต้องพิจารณาความผิดเพิ่มเติมด้วย ตามหลักการทำงานของกรมสรรพสามิตสามารถขอเข้าค้นในร้านต้องสงสัยได้ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่ไม่สามารถเข้าไปค้นในห้องนอนได้
Advertisement