
จากกรณีเมื่อช่วงเวลา 13.53 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเห็นมีเด็กหญิงวัย 1 ปี ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายแขนขาผิดรูป เกิดขึ้นบริเวณด้านล่างของอาคารที่ 4 การเคหะหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

วันที่ 19 ม.ค. 66 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งห้องที่พ่อเลี้ยงเด็กอยู่คืออาคารการเคหะหนองจอก อาคารที่ 2 ชั้น 5 ห้องถูกล็อก ไม่มีคนอยู่ มีรองเท้าเด็กถอดวางอยู่หน้าห้อง

ทีมข่าวสอบถามเพื่อนบ้าน บอกกับทีมข่าวว่า นายวรพล ลี้ขุนทด หรือ แชมป์ พ่อเลี้ยงเด็ก ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัย อาศัยอยู่ที่นี่มานานแล้ว แต่ส่วนตัวไม่ได้สนิทสนมกันเพราะไปทำงาน ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ซึ่งตนเองก็เคยเห็นว่ามีเด็กอาศัยอยู่ด้วย 2-3 คน แต่ก็ตนเองไม่เคยได้ยินเสียงเด็กร้องไห้หนัก ส่วนใหญ่เด็กก็ร้องตามประสาเด็ก และตนไม่ได้สุงสิงกันกับนายวรพลด้วยเลยไม่ได้สอบถาม ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุดก็ไม่ทราบเรื่องด้วย ไม่รู้ว่าเขาตีเด็กเล็กจริงหรือไม่ เพราะก็เห็นเขารักลูกดี

นางสาวแอนนา (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พลเมืองดี เล่าว่า เมื่อวาน 18 ม.ค. 66 เวลาประมาณ 21.00 น. ตนเห็นนางสาวมิว แม่ของเด็กนั่งอุ้มลูกอยู่ตรงบันไกกลางของการเคหะตึก 4 พบว่าแขนขวา และขวาซ้ายบวมและผิดปกติ จึงสอบถามแม่เด็กบอกว่าลูกตกเปล ตนเลยลองเอามือกดดู ปรากฏว่าน้องเจ็บและร้องไห้ขึ้นมา ตนจึงบอกว่าให้รีบพาลูกสาวไปหาหมอเดี๋ยวนี้ ตนกับสามีเลยอาสาจะพาไปส่งหมอ

พอจะพาไปหาหมอ นายวรพล หรือ แชมป์ พ่อเลี้ยงเด็ก มีการมาฉุดกระชากจะไม่ยอมให้ไปหาหมอ ตนจึงต่อว่าไป และตอนนั้นพวกตนอยู่กันเยอะด้วย นายวรพลจึงไปกล้าขัด พอพาไปถึงโรงพยาบาลหนองจอก ไม่มีเตียงรองรับ และไม่มีแพทย์เฉพาะทาง แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น แพทย์ระบุว่าไม่ได้มาจากการตกเปล แต่บาดแผลมาจากการถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งข้อต่อบางส่วนเริ่มมีกระดูกใหม่จะงอกออกมาแล้ว เลยไม่รู้ว่าแขนหาหักหรือไม่ แพทย์จึงปฐมพยาบาลพันเฝือกให้ก่อน สอบถามแม่เด็กอีกครั้งถึงยอมบอกว่า นายวรพลตีเด็กด้วยมือ เพราะเด็กไม่ยอมกินข้าว

ซึ่งตอนนั้นก็ 03.00 น. พยายามโทรหานายวรพลจะให้มาดูแลลูก แต่ก็ติดต่อไม่ได้ ก็คงกลัวความผิดเลยไม่มา ตนเลยพากลับมาอยู่บ้านตนเอง ล่าสุดญาติของแม่เด็กมาเลยประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมารับตัวไปโรงพยาบาลนพรัตน์ ส่วนตัวไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่ตนเองสงสารเด็ก คนเองก็มีลูกเล็กเหมือนกัน หัวอกคนเป็นแม่คน เห็นแบบนี้ก็ต้องช่วยเหลือ ตอนนี้ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ถ้านายวรพลตีเด็กจริงก็ถือว่าโหดร้ายมาก เพราะนายวรพลก็มีลูก 2 คนจากภรรยาคนเก่าเหมือนกัน คนโตผู้ชาย 5 ขวบ คนเล็กผู้หญิง 4 ขวบ ขอให้ตำรวจเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะเดียวกันทีมข่าวไปยัง สน.ลำหิน นางสาวมิน แม่เด็ก และนางอ้อย (นามสมมติ) น้าของแม่เด็ก เข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน โดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง มีการสอบถามรายละเอียดที่เกิดขึ้น และให้ในส่วนของแม่เด็กมีการชี้รูปนายวรพล ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นพ่อเลี้ยงเด็กจริงหรือไม่

นางอ้อย (นามสมมติ) น้าของแม่เด็ก เปิดเผยว่า นางสาวมิน อายุ 20 ปี แม่เด็ก มีภาวะทางสมองที่ไม่ปกติ เคยรักษาอาการจิตเวชช่วงอายุ 14 ปี และเป็นคนที่ค่อนข้างไอคิวต่ำ เชื่อคนง่าย ใครชวนไปไหนก็ไป ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองเป็นผู้ดูแลนางสาวมิน แต่ภายหลังอายุมากขึ้นจึงให้ไปอยู่กับทางคุณพ่อ ซึ่งพ่อของนางสาวมิน ก็ทำแต่งานไม่มีเวลาดูแลลูกสาว
นางสาวมิน หลานสาวของตน มาอยู่กับนายวรพล ผู้ต้องสงสัยเป็นพ่อเลี้ยงเด็ก จากการรู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดีย มีการชักชวนให้ไปอาศัยอยู่ด้วยกันที่อาคารเคหะที่เกิดเหตุ ส่วนพ่อแท้ ๆ ของเด็กหญิงมายวัย 1 ปี 4 เดือน ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และในส่วนของนายวรพล ผู้ต้องสงสัย ก็มีลูกเล็กอีก 2 คนเช่นกัน ส่วนตนเองเพิ่งมาทราบเมื่อวานวันนี้

เท่าที่เห็นบาดแผลของหลานสาว พบว่ามีรอยบวมตามแขนและขา ตอนนี้รักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วอยู่ในระหว่างการเอกซเรย์และประเมินอาการบาดเจ็บ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้เข้าพบแพทย์เลย ยังไม่ทราบความคืบหน้าถึงอาการบาดเจ็บของหลานสาว ส่วนตัวก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะตำรวจสอบปากคำนางสาวมิน แม่เด็ก ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากมีภาวะไอคิวต่ำ แต่จากการสอบถาม ก็ทราบว่าปมปัญหามาจากเรื่องของการที่หลานสาวไม่ยอมทานข้าว และตอนที่เด็กหญิงมาย หลานสาวของตนถูกนายวรพลใช้มือตี นางสาวมิน ผู้เป็นแม่เด็ก ก็ไม่กล้าห้าม แล้วหวาดกลัวว่าตัวเองจะถูกทำร้ายร่างกายไปด้วย จึงเชื่อได้ว่าอาจจะไม่รู้นิสัยใจคอกันดีเพราะเพิ่งมาอยู่ด้วยกันประมาณ 1 เดือน หลังจากนี้เองทางครอบครัวของตนจะมีการรับเด็กไปเลี้ยงที่บ้าน ส่วนนางสาวมินจะมีการปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อปรึกษาในการรับเลี้ยงดูต่อไป
Advertisement