
วันที่ 16 ม.ค. 66 ทีมข่าวได้รับรายงานว่า ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร มีหนูน้อยรายหนึ่งชื่อ “น้องใบบุญ” อายุ 1 ขวบ 6 เดือน มีร่างกายผิดปกติตั้งแต่กำเนิด คือ ไม่มีรูทวาร มีนิ้วมือ 11 นิ้ว และหูซ้ายบิดเบี้ยว ไม่มีรูหู ทั้ง ๆ ที่ตอนอัลตราซาวด์ไม่พบสิ่งผิดปกติ แพทย์จากโรงพยาบาลชุมพรจึงส่งเคสต่อให้แพทย์โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีทำการรักษาต่อ ปรากฎว่าเมื่อมีการตรวจอย่างละเอียดพบว่าน้องเป็นโรคไต หัวใจ รั่ว 2 ห้อง มีอวัยวะเพศชายและอวัยวะเพศหญิงในร่างเดียวกัน คือมีองคชาตกับอัณฑะและมีรังไข่กับมดลูกด้วย จึงมีการผ่าตัดอวัยวะเพศชาย รังไข่และมดลูกออกเมื่อต้นเดือน พ.ค. 65

และเนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน การเดินทางจากบ้านที่ จ.ชุมพร ไปยังโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีเพื่อทำการรักษาแต่ละครั้ง เป็นไปอย่างยากลำบาก พ่อแม่ต้องขับรถจักรยานยนต์ในระยะทางเกือบ 250 กม. ใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง กว่าจะถึง แล้วหลังจากนี้ก็ยังต้องไปพบแพทย์อีกเรื่อย ๆ จึงร้องขอความช่วยเหลือไปยัง “นายปรีชา มีสุวรรณ” นายก อบต.สองพี่น้อง จ.ชุมพร

ทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับ “นายปรีชา มีสุวรรณ” นายก อบต.สองพี่น้อง จ.ชุมพร เจ้าตัวบอกว่าจริง ๆ แล้วเคสของ “น้องใบบุญ” ทาง อบต. อบจ. และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร (พมจ.) ได้ให้เข้าการช่วยเหลือมาประมาณ 1 ปีแล้ว ทั้งเรื่องของความเป็นอยู่และอาหารการกิน
แต่ครั้งนี้คือเมื่อวันเด็กที่ผ่านมา 14 ม.ค. 66 ทางครอบครัวโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับค่าเดินทางในการพา “น้องใบบุญ” ไปรักษา เพราะที่ผ่านมาอาศัยขอให้เพื่อนบ้านขับรถไปส่ง เหมารถโดยสาร หรือหากไม่มีทางแล้วจริง ๆ พ่อแม่ก็ต้องขับรถจักรยานยนต์พาลูกไป ทำให้ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้วให้การช่วยเหลือ วันนี้ก็ประสานให้รถของทาง อบจ. นำส่งน้องไปรักษาที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

ส่วนครั้งต่อ ๆ ไปหลังจากนี้ ทาง อบต. และ อบจ. ก็จะประสานให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวต่อไป จนกว่าการรักษาน้องจะเสร็จสิ้น หากไม่สามารถนำรถของทางหน่วยงานไปส่งได้ก็จะช่วยเหลือเป็นเงินแทนครั้งละ 1,000-1,500 บาท หรือหากเดือดร้อนอาหารการกิน ขาดเหลือของใช้จำเป็นอะไรก็ขอมาได้ตลอด นายปรีชา กล่าว

ต่อมาทีมข่าวเดินทางไปที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เพื่อพูดคุยกับ “น.ส.พิมวิภา สีเผือก” อายุ 22 ปี พร้อมสามีวัย 31 ปี ทีมข่าวได้เจอกับ “น้องใบบุญ” ด้วย น.ส.พิมวิภา เล่าให้ฟังว่า “น้องใบบุญ” เป็นลูกคนที่ 3 คนแรกเป็นผู้หญิงอายุ 7 ขวบ ปัจจุบันมีอาการชักบ่อยและพัฒนาการทางสมองช้า ส่วนคนที่สองเป็นผู้ชาย อายุ 5 ขวบ ร่างกายแข็งแรงปกติ

สำหรับ “น้องใบบุญ” คลอดเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 64 เป็นการคลอดก่อนกำหนดที่โรงพยาบาลชุมพร อายุครรภ์ได้แค่ 7 เดือน น้ำหนัก 907 กรัม เนื่องจากมดลูกบีบตัวและมีน้ำคร่ำน้อย ซึ่งก่อนที่จะคลอดได้มีการอัลตราซาวด์ 2 ครั้ง ไม่พบสิ่งผิดปกติ จนกระทั่งคลอดออกมาถึงพบว่าน้องไม่มีรูทวาร ไม่มีรูหูซ้าย ใบหูบิดเบี้ยว และนิ้วมือฝั่งขวาเกินออกมา 1 นิ้ว ที่บริเวณใกล้กับนิ้วโป้ง จึงถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
เมื่อมาถึงแพทย์ที่โรงพยาบาลก็ตรวจอีกครั้ง เจอว่าหัวใจบนซ้ายและขวารั่ว ไตข้างขวาติดเชื้อจำเป็นต้องตัดทิ้ง ไม่อย่างนั้นจะลามไปข้างซ้าย ตนก็เลยยินยอมให้ผ่าตัด แต่เมื่อถึงเวลาผ่าตัดตนได้รับแจ้งจากแพทย์อีกว่าน้องมี 2 เพศ คือมีอวัยวะเพศหญิง มีรังไข่และมดลูก ขณะเดียวกันใกล้ ๆ อวัยวะเพศหญิงก็มีอวัยวะเพศชายโผล่ออกมาคล้ายเนื้องอกเล็ก ๆ ด้วย นั่นคือองคชาตกับลูกอัณฑะ แต่ไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากเวลาปัสสาวะจะออกทางอวัยวะเพศหญิงอย่างเดียว


ในวันที่ 3 ก.ค. 64 แพทย์จึงทำการผ่าตัดเอาลำไส้ต่อออกมาที่หน้าท้องเพื่อให้สามารถขับถ่ายได้ เนื่องจากไม่มีรูทวาร พร้อมกันนั้นในหลวงก็ได้รับลูกตนไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย ทำให้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษา ต่อมาเมื่อเดือน พ.ค. 65 ก็จำเป็นต้องตัดไตข้างขวา ตัดอวัยวะเพศชายออก พร้อมกับตัดมดลูกและรังไข่ทิ้งด้วย เนื่องจากป้องกันไม่ให้สามารถมีลูกได้เพราะมดลูกกับรังไข่ที่มี มีความผิดปกติเช่นกัน เสี่ยงส่งผลกระทบต่อร่างกายในอนาคต พร้อมกับชี้แจ้งให้ตนทราบว่ามันต้องแลกเพื่อให้ลูกมีชีวิตรอดต่อไป และวันเดียวกันนั้นก็มีการผ่าตัดเปิดรูทวารไว้แล้วด้วย ซึ่งตนก็ยินยอมให้มีการผ่าตัดทุกอย่าง

“น.ส.พิมวิภา” เผยเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้ยังต้องเดินทางมาโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีทุกเดือนตามแพทย์นัด เพื่อประเมินร่างกายของลูกสำหรับการเข้ารับผ่าตัดนำใส้กลับเข้าไปและต่อเข้ากับรูทวาร ซึ่งก็ยังไม่มีกำหนดวันขึ้นอยู่กับร่างกายของลูก ทำให้ตนมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูง หากขับรถจักรยานยนต์พาลูกมากับสามีก็มีค่าน้ำมัน 1,000-2,000 บาท และเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย จึงอยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของค่าใช้จ่ายการเดินทาง ค่าอาหารการกิน เพราะลำพังครอบครัวตนมีแค่สามีที่ทำงานรับจ้างกรีดยาง ตัดปาล์ม เป็นเสาหลัก รายได้วันละประมาณ 200 บาท ก็ไม่เพียงพอ บวกกับบ้านพักอาศัยตอนนี้ก็ยังเป็นหนี้ผู้รับเหมาอีก 20,000 บาท ทั้งนี้ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าทาง อบจ. อบต. และ พมจ.ชุมพร จะไม่ช่วยเหลือ ยอมรับว่าทุกหน่วยงานคอยช่วยเหลือมาตลอด ทั้งค่าสร้างบ้าน อนุเคราะห์พามาส่งโรงพยาบาล แต่มันก็ยังไม่เพียงพอจริง ๆ
Advertisement