
สภ.นครหลวง พร้อมกับกำนัน ได้เข้าเจรจากับหนุ่มคลั่ง หลังจากเมื่อคืนวานนี้ 2 ม.ค. 66 ก่อเหตุจับภรรยาและลูก 3 คน เป็นตัวประกันไว้ภายในบ้าน ตลอดทั้งคืนตำรวจได้วางกำลังเฝ้าเอาไว้ เพราะด้วยความมืด และชายคนดังกล่าวมีอาการหวาดระแวงเวลามีคนเข้าไปใกล้ ขู่จะฆ่าคนในบ้าน

จนเวลาผ่านไปเกือบ 10 ชั่วโมง จึงตัดสินใจเข้าเจรจาอีกครั้ง ในที่สุดก็สงบนิ่ง เหตุเกิดตั้งแต่ 22.00 น. จนถึงเช้า 07.00 น. ก่อนที่นายชาลี ผู้ก่อเหตุจะยอมไปกับตำรวจ ตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย

วันที่ 3 ม.ค. 66 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังศูนย์ปฏิบัติการชุมชนยั่งยืนของชุมชน นายสุเทพ บุญแจ้ง กำนัน ต.ปากจั่น เล่าว่า ครอบครัวของผู้ก่อเหตุทำงานรับจ้างแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ ขายของเก่าบ้าง ส่วนลูกสาวอายุ 16 ปี ทำงานเป็นพนักงานร้านอาหาร พอได้เงินเอามาให้พ่อ พ่อกลับนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ ทีแรกเข้าใจว่าเสพไปกว่า 60 เม็ด จนประสาทหลอน และระแวงลูกเมีย กลัวมีชู้ อยากอยู่กับลูกเมีย จึงบังคับลูกและเมียให้อยู่ในบ้าน แล้วเกิดเหตุดังกล่าว

โดยวันเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ร้องขอให้กำนันเข้าไปพูดคุย เนื่องจากว่ากลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับตัวไป และจะต้องพรากลูกพรากเมีย และเข้าไปพูดคุยไม่ให้ตำรวจจับ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำนัน และฝ่ายปกครองได้ประสานร่วมกัน เนื่องจากเป็นผู้ป่วยจึงยังไม่มีการจับกุมดำเนินคดี เพื่อให้ความมั่นใจ ซึ่งระหว่างเกลี้ยกล่อมอยู่นั้น ภรรยาของผู้ก่อเหตุได้แชตมาหาลูกสาวอายุ 16 ปี ที่อยู่กับตนด้านนอกว่าจะถูกทำร้าย ซึ่งที่ตัดสินใจไม่เข้าไปเนื่องจากผู้ก่อเหตุได้ขู่ว่า หากมีใครเข้าไปได้เห็นเป็นศพแน่ จึงเจรจาพูดคุย จนผู้ก่อเหตุยอมรับผิด และยืนยันจะเข้ารับการบำบัด

นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุเคยมาเข้ารักษาโครงการบำบัดยาเสพติดของชุมชนแล้วหนึ่งครั้ง เมื่อประมาณ 4-5 เดือนก่อน ผู้ก่อเหตุติดยามาตั้งแต่อายุ 13 ปี กระทั่งตอนนี้อายุกว่า 40 ปีแล้ว ส่วนพฤติกรรมและนิสัยชาวบ้านบอกว่าเป็นคนรักลูกมาก ส่วนใหญ่เวลาทะเลาะจะทำร้ายเมียบ้าง แต่ไม่เคยทำร้ายลูก ซึ่งเป็นเรื่องในครอบครัว

นายชาลี ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อคืนนี้หลังจากที่ภรรยาและลูกทั้ง 3 คน ของตนเองกลับมาที่บ้าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกจากบ้านไปอยู่กับลูกสาวคนโตประมาณ 5 วัน ตนเองจึงไม่อยากให้เมียกลับไปอีก เมื่อคุยกันแล้ว จึงไม่เข้าใจกัน จนมีปากเสียงกัน และไม่อยากให้เมียและลูกไปอยู่ที่อื่น อยากให้อยู่กับตนเอง จึงปิดบ้านขังภรรยาไว้แต่ยืนยันว่าตนเองมีเพียงส้อมเท่านั้น ไม่มีอาวุธมีด หรืออาวุธอื่นเลย เมื่อคืนที่ทำลงไปตนเองรู้สึกตัว มีสติครบถ้วน ไม่ได้มีการเสพยาด้วย รวมถึงเมื่อ 2 วันก่อน ตนเองยังมีอาการป่วย จนวูบล้มลงไปในทุ่งนาใกล้บ้านและเจ็บขาอยู่เลย

เมื่อคืนนี้หลังจากมีปากเสียงกับภรรยาลูกสาวตนเองอายุ 16 ปี ชื่อใบเตย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อตำรวจมากันหน้าบ้านจำนวนหลายนาย ตนเองจึงเกิดความหวาดกลัว กลัวจะไม่ปลอดภัย จึงพูดไปว่าให้ทุกคนกลับ ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่ง ก็เท่านั้นไม่ได้มีการข่มขู่จะเอาชีวิตใครเลย หลังเกิดเหตุตนเองรู้สึกเสียใจมาก

ตนเองยืนยันว่าไม่ได้มีการเสพยาเสพติดถึง 60 เม็ด ที่พูดกับญาติว่าเสพยาเสพติดถึง 60 เม็ดแล้วไอเป็นเลือด เพียงแค่เป็นการเรียกร้องความสนใจเท่านั้นตนเองอยากขอโทษผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และนายกอบต. ที่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ จนเกิดความเสื่อมเสียกับชุมชน หลังจากนี้ ยืนยันว่าอยากรักษาตัวเองให้หาย และนำครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเหมือนเดิม อยากบอกเมียและลูกว่ารักมาก

ทีมข่าวได้พูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า นายชาลีมีลูกทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย 1.โต้ง ลูกชายคนโต อายุ 28 ปี 2.ใบเตย ลูกสาว อายุ 16 ปี 3.หยก ลูกสาว อายุ 13 ปี 4.ตัง ลูกชาย อายุ 7 ขวบ และ 5.เต้ ลูกชาย อายุ 4 ขวบ ปกติแล้วจะอยู่กับเมียและลูกคนเล็ก 3 คน เพราะโต้งกับใบเตยมีครอบครัวแล้ว
นายชาลีเป็นคนดีและรักลูกมาก แต่ว่าเมื่อ 2 วันก่อน นายชาลีเดินตกถนน ตกไปในทุ่งนาได้รับบาดเจ็บ จึงโทรไปหาใบเตยลูกสาวคนที่ 2 แล้วลูกสาวบอกว่า "ตายไปได้ก็ดี" จึงทำให้นายชาลีเสียใจมาก ส่วนเรื่องนายชาลีกับเมียก็ยอมรับว่ามีการทะเลาะกับเมียบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ถึงขั้นรุนแรงแบบนี้มาก่อน และว่าข่าวที่ออกไปไม่เป็นความจริงเลย ที่บอกว่านายชาลีคลั่ง แกไม่ได้คลั่งแบบนั้น ปกตินายชาลีเป็นคนสุภาพมาก เก็บของเก่าเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็มียุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจริง และจากข่าวที่ออกไปว่านายชาลีเอาเงินมาซื้อยาบ้า 60 เม็ด ก็ไม่เป็นความจริง เพราะนายชาลีไม่มีเงินไปซื้อขนาดนั้นแน่นอน
ส่วนสาเหตุคิดว่าเกิดจากการน้อยใจลูก เพราะลูกไม่สนใจ และอารมณ์ชั่ววูบ ตอนนี้ยอมรับว่าเป็นห่วงนายชาลีมาก เพราะแกน่าสงสาร กลัวว่าจะฆ่าตัวตาย เพราะตอนนี้ลูกกับเมียออกจากบ้านไปอยู่ข้างนอกแล้ว
Advertisement