
จากกรณี นายวัลลภ โครตใหญ่ อายุ 39 ปี ผู้บาดเจ็บ ได้ส่งคลิปจากกล้องวงจรปิดไปร้องขอความช่วยเหลือกับ เพจสายไหมต้องรอด เนื่องจากเจ้าตัวขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาจากส่งลูกไปโรงเรียน แล้วได้ขี่รถท้ายตามรถประจำทางของโรงพยาบาล พอไปถึงทางม้าลายหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมตรง ซ.วัดวิเศษการ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ถูกรถสองแถวแดงชนอัดท้ายรถประจำทางร่างกระเด็นไปกลางถนนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่คนขับรถสองแถวไม่ยอมลงไปดูดำดูดี และยิ่งไปกว่านั้นในขณะที่คนเจ็บนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านเป็นเดือน คนขับรถสองแถวและทางบริษัทก็ไม่เคยติดต่อไปเยี่ยวยาหรือแสดงความรับผิดชอบแม้แต่ครั้งเดียว


ซึ่งเหตุการณ์นี้ตามภาพในวงจรปิดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.35 น. ตรงถนนหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช จากการตรวจสอบวงจรปิดที่ทีมข่าวได้มาไม่พบคนขับสองแถวลงรถมาดูคนเจ็บและตามภาพ มีแต่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเข้าไปช่วยเหลือคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

โดยหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทางคนเจ็บได้ให้ทางญาติเดินทางไปแจ้งความแล้วที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ตำรวจที่รับเรื่องเอาไว้ลงบันทึกประจำวันและให้คนเจ็บกับทางญาติไปหาหลักฐานเอง โดย นายวัลลภ มีอาการบาดเจ็บท้องได้รับการกะทบกระเทือนบาดแผลพกช้ำที่เข่าทั้งสองข้าง ขาขวาบวมเอ็นเข่าสองข้างฉีกและกระดูกปลายนิ้วนางขวาหัก

ล่าสุดวันที่ 29 พ.ย.65 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้วีดีโอคอลไปหา นายวัลลภ โครตใหญ่ อายุ 39 ปี ผู้บาดเจ็บ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทีมข่าวฟังว่า ตอนเกิดเหตุเป็นช่วงที่ตนเองกำลังขี่รถไปทำงานต่อที่บริษัทหลังจากเดินทางไปส่งลูกและภรรยา ที่โรงเรียนใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช
ยืนยันในขณะที่ตนเองขี่รถตามหลังรถประจำทาง ไม่ได้ขี่รถผิดกฏจราจร และเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางม้าลาย จู่ ๆ รถประจำทางก็เบรค ตนเองจึงพยายามเบี่ยงรถเผื่อจะแซงไปข้างหน้า เนื่องจากช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงที่รถติด แต่ปรากฎว่ายังไม่ทันได้แซงรถประจำทาง อยู่ ๆ รถสองแถวก็พุ่งมาชนอย่างแรงและเร่งเครื่องยนต์อัดตนเองกับรถมอเตอร์ไซค์ซ้ำไปยังท้ายรถประจำทาง แต่โชคดีที่ตั้งสติได้ จึงพยายามตะเกียกตะกายตัวรอดออกมาจากรถที่กำลังเดินหน้ามาทับได้ครึ่งตัว
ยอมรับว่าตกใจและเสียใจมากที่คนขับรถสองแถวคันดังกล่าว ไม่ยอมลงจากรถมาดูอาการหรือให้การช่วยเหลืออะไร มีแต่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุดึงร่างตนเองเข้าฝั่งถนนและเรียกรถพยาบาลส่งตัวไปโรงพยาบาล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวยืนยันว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้คนขับรถสองแถวไม่เคยขอโทษหรือรับผิดชอบอะไร โทรไปหาก็ตัดสายทิ้งบ้าง เอาสายโทรศัพท์ให้คนอื่นคุยแทนบ้าง เป็นไปได้ก็อยากจะให้คนขับสองแถวมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เนื่องจากมีคนให้เบาะแสมาว่า ลุงตี๋ คนขับสองแถว ยังคงออกมาวิ่งรถ รับ-ส่ง ผู้โดยสารตามปกติ จนกระทั่งประมาณ 16.30 น. ลุงตี๋ ก็ขับรถมาตามเส้นทางเดินรถในเส้นทางที่เกิดเหตุ

โดยลุงตี๋ คนขับสองแถวผู้ก่อเหตุ เปิดใจกับทีมข่าวว่า ขอโทษด้วยที่ขับรถหนี ไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นนักข่าว ตกใจก็เลยไม่จอดรถ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวงจรปิดยอมรับว่าขับรถไปชนคนเจ็บจริง ๆ ที่ไม่ยอมลงจากรถไปดูคนเจ็บเนื่องจากตอนนั้นตกใจ ทำอะไรไม่ถูกและกำลังก้มหาเอกสารเพื่อเรียกประกัน ส่วนที่ต้องเหยียบคันเร่งอัดคนเจ็บเข้าไปที่ท้ายรถอีกรอบ ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นตกใจและขาตนเองใส่เหล็กจึงทำให้เหยียบเบรคไม่ทัน

ยอมรับตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่ได้มีโอกาสเจอหน้ากับคนเจ็บ ตอนนี้กำลังให้เจ้าของบริษัทติดต่อประกันไปรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากคนเจ็บฟังอยู่ก็ฝากขอโทษผ่านไปทางอมรินทร์ทีวีด้วยยืนยันไม่ได้ตั้งใจก่อเหตุ ไม่ได้หลับใน ไม่ได้เมา วันหน้ามีโอกาสว่างจะเดินทางไปเยี่ยมคนเจ็บ ตอนนี้เงินไม่มี ต้องทำมาหากินก่อนค้างค่าเช่ารถอยู่
Advertisement