
จากกรณีชาวบ้านในพื้นที่ ซ.สุขสวัสดิ์ 2 มีการถ่ายคลิปเด็กเล็ก 4 คน เลี้ยงเด็กอ่อน 3 เดือน ตามลำพัง โดยไม่มีญาติผู้ใหญ่คอยดูแล ซึ่งมีข้อมูลว่าแม่ของเด็กไม่ทำงานแล้วยังติดยาเสพติด ทีมงานของนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 พ.ย. 65 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พร้อมด้วยตัวแทนเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าช่วยเหลือเด็กเล็ก หลังรับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า มีเด็กถูกปล่อยทิ้งไว้ตามลำพังไม่มีพ่อ-แม่ดูแล ภายในห้องเช่าซอยสุขสวัสดิ์ ซอย 2 แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กทม.

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังบ้านของเด็ก ๆ ที่ปรากฎในคลิป ซึ่งอยู่เป็นห้องเช่าชั้นดาดฟ้าของอาคารแห่งหนึ่ง ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 2 แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุงเทพฯ โดยอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ ค่อนข้างรกและไม่ค่อยสะอาด ซึ่งพบกับ นางศิริพร เรืองศรีสังข์ อายุ 37 ปี ผู้เป็นแม่ กำลังอุ้มทารกเพศหญิงวัย 3 เดือน และเด็กอีก 5 คน มี เด็กหญิงแอล อายุ 10 ปี, เด็กหญิงไนท์ อายุ 8 ปี, เด็กหญิงข้าว อายุ 6 ปี, เด็กชายจากัวร์ อายุ 4 ปี, เด็กชายโปล้น อายุ 3 ปี รวมกันแล้ว 6 คน สภาพมอมแมมและตื่นตระหนกพอเห็นเจ้าหน้าที่มากันหลายคน
ส่วนพ่อเด็กคือ นายพีรพงษ์ อายุ 28 ปี ทำงานโรงงานย่านมีนบุรี โดยช่วงเช้าเด็กหญิงไนท์ 8 ขวบ จะเดินไปเอาข้าววัดมาแบ่งกันกินกับพี่น้องทั้ง 6 คน โดยเด็กหญิงไนท์จะเป็นคนคอยดูแลน้องคนเล็กและบางครั้งก็นำเด็กไปฝากให้ย่าเลี้ยงดู ซึ่งมีห้องเช่าอยู่ใกล้เคียงกัน

นางศิริพร เรืองศรีสังข์ แม่เด็ก กล่าวว่าตนมีลูก 6 คน เป็นผู้หญิง 4 คน และผู้ชาย 2 คน โดยก่อนหน้าที่สามีเป็นคนรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ก็มีลูกออกมาเรื่อย ๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายมากขึ้น ตนจะออกไปทำงานเพิ่มก็ไม่ได้เพราะไม่มีคนเลี้ยงลูก ช่วงพักหลัง ๆ สามีตกงานเลยไม่มีรายได้ประจำ ในส่วนของ นางหนูเรือง ผู้เป็นย่า ก็คอยช่วยเหลือเรื่องค่าอาหารและเงินไปโรงเรียนของลูกสาวคนโต
ตนยอมรับผิดที่ปล่อยให้ลูกไปเล่นตามลำพัง เพราะตอนแรกก็คิดว่าลูก ๆ ไม่ได้ไปไหนไกล ซึ่งตอนนี้ก็ลำบากบางวันก็ไม่มีเงินกินข้าว ลูกสาวมีไปขอข้าวพระที่วัดมาให้กินบ้าง ซึ่งตนเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ของลูก ๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ส่วนตัวก็มีการพยายามคุมกำเนิดแล้วแต่ก็ยังมีลูกออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งก็ต้องเลี้ยงเขาเพราะเขามาเกิดแล้ว
ส่วนประเด็นเรื่องยาเสพติดตนยอมรับว่าแต่ก่อนเคยมีประวัติการเสพยาเพราะเครียด แต่ตอนนี้เลิกใช้แล้ว เรื่องความสะอาดก็ยืนยันว่าอาบน้ำให้ทุกวันแต่เสื้อผ้าที่มอมแมมนั้น ยอมรับว่าไม่มีเงินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้
ส่วนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะมีการเอาลูกไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็ก ตนก็ไม่อยากให้พรากลูก ๆ ไป เพราะทำให้ลูกเกิดมาแล้วก็อยากเลี้ยงลูกด้วยตัวเองจะดีกว่า ซึ่งถ้ามีแนวทางการช่วยเหลือก็จะลองปรึกษากับเจ้าหน้าที่ดู

ขณะที่ น.ส.หนูเรือง ศรีจันทร์ อายุ 55 ปี ย่าของเด็ก เปิดเผยว่า นางศิริพรเป็นลูกสะใภ้ของตน เป็นคนขี้เกียจทำงาน ไม่สนใจจะขวนขวายทำมาอาชีพ ส่วนใหญ่รอแต่จะให้ลูกชายตนเป็นคนเลี้ยง ซึ่งในตอนแรกที่มีลูกสาวคนโตตนก็คอยช่วยเหลือและสนับสนุนเงินให้หลานสาวไปโรงเรียน เพราะหวังว่าพวกเขาจะได้รับการศึกษาและพัฒนาชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น
แต่ นางศิริพร ก็เล่นเสียมีลูกหัวปีท้ายปีแบบนี้แล้วจะให้ตนทำอย่างไร บอกให้ไปทำหมันก็ไม่ยอมไป บอกให้ไปหางานทำก็ไม่ยอม อีกทั้งยังเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย ตนในฐานนะผู้เป็นย่าพอเห็นหลานอดมื้อกินมื้อก็สงสารและก็ต้องช่วยเหลือ เพราะทุก ๆ เช้านางศิริพรจะให้ลูกสาวคนกลางไปขอข้าวพระกินที่วัด โดยตัวเองก็ไม่ยอมออกจากห้องไปไหน ซึ่งไม่ได้ใส่ใจที่จะเลี้ยงดูขนาดนั้น บางทีตนก็เอาหลานมาช่วยเลี้ยงดูบ้างเพราะสงสารและเป็นห่วงหลาน แต่จะให้ตนรับผิดชอบตลอดไปก็คงเป็นไปไม่ได้ ทำงานอย่างเดียวก็เหนื่อยมากพอแล้ว
ในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ยื่นมือมาช่วยเหลือก็รู้สึกดีใจและมีความหวัง อยากให้เจ้าหน้าที่เอาหลานไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ลำพังความสามารถของนางศิริพรในการเลี้ยงดูลูกทั้ง 6 คน ก็คงเป็นไปได้ยาก

ด้าน นายประสิทธิ์ ทองน้อย อายุ 55 ปี เพื่อนบ้าน บอกกับทีมข่าวว่า ต้นเห็นนางศิริพรตั้งแต่มีลูกคนแรกจนกระทั่งมีมาเรื่อย ๆ 6 คน ซึ่งเจ้าตัวไม่ยอมทำหมันและไม่ได้ทำงาน รายได้ส่วนใหญ่ที่มาจุนเจือครอบครัวมาจากผู้เป็นสามีและย่าของเด็ก และแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้มีการงานทำแต่ก็ไม่ได้เลี้ยงดูลูกทั้งหมดอย่างดีเท่าที่ควร ส่วนใหญ่มองว่าไม่ใส่ใจที่จะดูแลลูกมากกว่า เพราะหนักสุดคือไม่อาบน้ำให้ลูกนาน 10 วัน บางครั้งก็ตีลูกรุนแรง ซึ่งไม่รู้ว่าที่อารมณ์ฉุนเฉียวมาจากเรื่องยาเสพติดหรือไม่


โดยส่วนใหญ่แล้วจะเห็นว่าเด็กเด็กเล่นกันตามลำพังโดยที่ไม่มีผู้ปกครองอยู่ด้วย น้อยครั้งที่นางศิริพรจะออกจากบ้านแล้วฝากลูกไว้กับตนหลายครั้ง ตนต้องสอดส่องแทนเพราะกลัวว่าเด็กจะจุดไฟกับเล่นมีดเพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยเด็กชายจากัวร์เล่นมีดจนได้แผลที่หัวไหล่ อีกทั้งยังเคยจุดไฟเล่น ก็กลัวว่าจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ตอนนี้เห็นเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาช่วยเหลือก็มองว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะเป็นห่วงคุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ ที่ผ่านมาตนทำให้แค่ให้ขนม ให้ข้าวกินก็เท่านั้น

นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง บอกกับทีมข่าวว่า กรณีดังกล่าวต้องขอบคุณสื่อทุกช่องที่ช่วยกันส่งข่าวแจ้งกันเข้ามา พอเห็นคลิปแล้วก็นึกอดเป็นห่วงในเรื่องของสภาพความเป็นอยู่เพราะห้องรกมาก พัดลมที่ใช้อยู่ก็ไม่มีฝาครอบ ถ้าเด็กเล็กเล่นกันแล้วไปโดนใบพัดจะอันตรายมาก

รวมถึงสุขอนามัยของเด็ก ๆ ก็ไม่สะอาดเท่าที่ควรจะเป็น ชาวบ้านบางคนบอกว่าบางครั้งน้อง ๆ ไม่ได้อาบน้ำติดกันนาน 10 วัน ซึ่งตนได้มีการประสานไปยังท่านรองปลัดพัฒนาสังคมและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในเบื้องต้น แต่ในระยะยาวอาจจะต้องมีการปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อวางแผนการใช้ชีวิต หากทางครอบครัวจะมีการรับบุตรหลานกลับมาเลี้ยงเองอีกครั้ง ซึ่งในตอนนี้ในส่วนของแม่ของเด็กก็ยังไม่มีอาชีพประจำทำ นั่นหมายความว่ากำลังทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากคุณย่า ซึ่งต้องมีความพร้อมก่อนที่จะมีการรับเด็กมาเลี้ยง กัน จอมพลัง กล่าว
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้นำตัวเด็กทั้ง 6 คน ไปดูแลรักษาเกี่ยวกับเรื่องของความสะอาดและจะดำเนินการเยียวยาตามขั้นตอนต่อไป
Advertisement