
กรณีวันที่ 11 ต.ค. 65 เมื่อเวลา 21.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สกลนัฐ ปัดตาเทศาสารวัตร (สอบสวน) สภ.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจาก ผอ.โรงเรียนบ้านแสลงโทน ว่าพบศพคนเสียชีวิตอยู่ภายในโรงเรียน ที่เกิดเหตุอยู่ป่าหญ้าภายใรงเรียนบ้านแสลงโทน หมู่ 1 ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

พบศพชายทราบชื่อต่อมา นายธนทัต หรือ หนำ จักนทร์แก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ 11 ต.เมืองฝาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นอนเสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้น บริเวณแผ่นหลังมีรอยไฟไหม้ ข้างศพพบหยดน้ำตาเทียน ไฟแช็ค รองเท้า และกระเป๋าของผู้ตาย

ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยบาดแผลใด ๆ แต่มีกลิ่นของน้ำมันคละคลุ้งทั่วบริเวณ เมื่อเจ้าหน้าที่พลิกศพพบบริเวณหน้าอกยังมีร่องรอยการถูกไฟไหม้ช่วงหน้าอกด้านซ้าย เป็นหลุมจนเห็นอวัยวะภายในร่างกาย

ทั้งนี้ยังเจอกระเป๋าสะพานสีฟ้าซึ่งเป็นของผู้ตาย วางอยู่บนตะแกรงเหล็กที่ไว้สำหรับใส่ขวดพลาสติกหรือขยะรีไซเคิลของโรงเรียน เมื่อตรวจสอบในกระเป๋าสะพายดังกล่าวก็พบกระเป๋าตังค์สีน้ำตาล 1 ใบ ด้านในมีเงินจำนวน 280 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และบุหรี่ 2 ซอง เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ทีมข่าวได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าในกระเป๋าสีฟ้า ของผู้เสียชีวิต ที่พบข้างศพ มียาอะมิซัลไพรด์ (Amisulpride) อยู่จำนวน 1 แผง ยาเหลือในแผง 3 เม็ด โดยยาดังกล่าวเป็นยาในกลุ่มโดพามีน แอนตาโกนิสต์ (Dopamine antagonist) ทางคลินิกนำมาบำบัดอาการจิตเภท

จากการตวรสอบกล้องวงจรปิด ที่ทีมข่าวได้จากร้านขายของชำหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านภรรยาผู้เสียชีวิต โดยกล้องดังกล่าว สามารถบันทึกภาพก่อนเกิดเหตุเอาไว้ได้ กล้องตัวที่ 1 ความยาว 1.08 นาที เวลา 11.32.39 ผู้เสียชีวิต เสื้อเทา กางเกงขาสั้น ได้เดินไปพร้อมกับภรรยาและลูกสาวเพื่อไปเยี่ยมญาติในบ้านอีกหลัง กล้องตัวที่ 2 ความยาว 1.46 น. เวลา 11.55.04 ผู้เสียชีวิต ได้เดินกลับบ้าน หลังจากไปเยี่ยมญาติเสร็จแล้ว โดยมีภรรยาและลูกสาว เดินตามหลังมาด้วย
กล้องตัวที่ 3 ความยาว 3.45 น. ก่อนจะเกิดเหตุ เวลา 18.52.38 กล้องจับภาพผู้เสียชีวิต ยืนอยู่มุมซ้ายของกล้อง ในมือถือกระเป๋าสีฟ้า จากนั้นเวลา 18.55.08 กล้องจับภาพผู้เสียชีวิต เดินผ่านร้านค้า มือซ้ายถือขวดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปกลางหมู่บ้าน และสามารถเดินทะลุไปจุดเกิดเหตุได้

กล้องตัวที่ 4 ความยาว 40 วินาที เวลา 19.23.39 น. ภรรยาผู้เสียชีวิต ขับรถจักรยานยนต์พร้อมลูกสาวนั่งหน้า ตามหาสามี เนื่องจากผู้ตายหายออกจากบ้านประมาณ 30 นาที กล้องตัวที่ 5 ความยาว 40 วินาที เวลา 19.26.00 น. ภรรยาขับรถตามหาสามีไม่เจอ จึงขับกลับมาบ้าน กล้องตัวที่ 6 ความยาว 30 วินาที เวลา 19.38.06 น. หลังภรรยาขับรถออกตามหาสามีไม่เจอ จึงมาขอดูกล้องวงจรปิดที่ร้านค้า กระทั่งเจอว่าสามีเดินผ่านกล้อง จากนั้นภรรยาก็กลับไปบ้าน มารู้ว่าสามีถูกพบเป็นศพอีกทีตอนชาวบ้านมาแจ้งข่าว

วันที่ 11 ต.ค. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุ ที่ป่าหญ้าด้านหลังใรงเรียนบ้านแสลงโทน หมู่ 1 ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ โดยวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 3 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จ.บุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย ได้ลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุ

ลักษณะจุดเกิดเหตุพบเป็นรอยไหม้หญ้าจุดนี้อยู่ห่างอาคารเรียนหลังที่ใกล้ที่สุด ประมาณ 15 เมตร และห่างจากบ้านชาวบ้านหลังที่ใกล้ที่สุด 100 เมตร

ชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่ ได้ตั้งข้อสงสัยว่าถ้าหากเป็นการฆ่าตัวตาย ทำไมไม่มีร่องรอยศพดิ้น เพราะถ้าจุดไฟเผาตัวเองศพจะต้องมีการดิ้นทุรุนทุราย

เวลา 17.00 น. หลังสอบปากคำเสร็จ นางพรพรรณ ซิมเซิน อายุ 55 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวว่า นายธนธัต ลูกชายตัวเองเขาเริ่มไปอยู่กับตัวเองที่ประเทศเยอรมัน ตั้งแต่เขาอายุ 15 ปี โดยช่วงแรก ๆ ก็ไป ๆ มา ๆ หว่างประเทศไทยและประเทศเยอรมันนีไม่ได้อยู่ยาว กระทั่งปี 62 ลูกชายได้ไปอาศัยอยู่กับตัวเองที่ประเทศเยอรมันติดต่อกันนานกว่า 3 ปี และกลับประเทศไทยมาพร้อมกับตัวเองและพ่อเลี้ยงชาวต่างชาติ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 65 จากนั้นตัวเองและลูกชายก็ไปเที่ยวที่พัทยา แล้วกลับบ้านที่บุรีรัมย์เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 9 ต.ค. 65
กระทั้งวันที่ 10 ต.ค. 65 ลูกชายก็อยู่บ้าน และมีไปเยี่ยมญาติตอนสาย ๆ กระทั่งเวลา 17.00 น. ได้มีการจัดงานวันเกิดของลูกสะไภ้ ภรรยาผู้ตาย ซึ่งตัวเองก็เห็นลูกนอนเล่นโทรศัพท์ในบ้าน จากนั้นตัวเองก็ยุ่งกับการเอาของฝากจากต่างประเทศให้กับเครือญาติ กระทั่งไม่เจอตัวลูกชายช่วงใกล้ 1 ทุ่ม ลูกสะใภ้ของตัวเองจึงออกไปขับรถตามหา แต่ก็ไม่เจอ กระทั่งไปเปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบว่าลูกชายเดินออกจากบ้านตอนเวลา 18.55 น. จนเวลาประมาณ 20.40 น. ถึงมาทราบข่าวว่ามีชาวบ้านพบศพลูกชายถูกเผาหลังโรงเรียน ยืนยันว่าลูกไม่ได้บอกว่าจะออกไปไหน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตัวเองเชื่อว่าลูกชายถูกฆาตกรรมแน่นอน เนื่องจากตัวเองไปเห็นสภาพศพลูกชายมีรอยช้ำที่บริเวณหัว และอีกอย่างถ้าลูกชายจุดไฟเผาตัวเองจริง ๆ ทำไมศพถึงไม่ดิ้น ไม่มีร่องรอยดิ้นรน และอีกอย่างถ้าลูกชายจะฆ่าตัวตายจริง ๆ ทำไมไม่ฆ่าตัวตายตั้งแต่อยู่ต่างประเทศ เพราะตรงนั้นเขาอยู่ตัวคนเดียวจะทำอะไรก็สะดวก ทำไมเขาถึงมาฆ่าตัวตายที่บ้านซึ่งมีคนเยอะแยะ
โดยลูกชายก็ไม่มีปัญหากับใคร เพราะเขาเพิ่งกลับบ้านที่ จ.บุรีรัมย์ ได้แค่วันเดียว ซึ่งหมู่บ้านที่เขาเสียชีวิตก็เป็นบ้านของภรรยาไม่ใช่บ้านเกิดของเขา ตัวเองอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยคลี่คลายหาสาเหตุการตายลูกชายให้ได้โดยเร็ว ยืนยันว่าก่อนเกิดเหตุช่วงที่มีการจัดงานเลี้ยงวันเกิด ตัวเองก็ไม่เห็นลูกชายมีปากเสียงหรือมีปัญหากับภรรยาของเขาแต่อย่างใด ลูกชายเป็นคนเงียบเงียบไม่ค่อยคุยกับใครที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นเขามีปัญหากับใครอีกด้วย
ทีมข่าวสอบถามเรื่องทรัพย์สินติดตัวของผู้ตาย แม่ของผู้ตายก็บอกว่า ตัวเองไม่รู้ว่าลูกชายมีเงินติดตัวเท่าไหร่ แต่ที่พบในกระเป๋าข้างศพ เจ้าหน้าที่บอกว่ามีเงินติดตัวอยู่ 200 บาท และคาดว่าลูกชายน่าจะไม่มีเงินติดตัวมากเนื่องจากเพิ่งขอตัวเองไป 1000 บาทตอนที่อยู่พัทยา ทั้งนี้ลูกชายก็ไม่ได้ทำประกันชีวิตไว้อีกด้วย ยอมรับว่าลูกชายมีทานยาเกี่ยวกับบำบัดยาเสพติด เพราะตอนอายุ 15 ปี ลูกตนมีประวัติเสพยาเสพติด ส่วนเรื่องโรคซึมเศร้าลูกตนไม่เคยเป็นมาก่อน
ด้าน น.ส.ยุพาภรรณ หรือ ก้อย เกษาโร อายุ 23 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต หลังให้ปากคำเสร็จไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ทีมข่าวเนื่องจากยังอยู่ในอาการเสียใจ บอกเป็นข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุไม่รู้ส่าสามีออกจากบ้านไปตอนไหน ยืนยันว่าไม่ได้ทะเลาะกันก่อนเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุการตายนั้นก็ระบุไม่ได้ว่ามาจากเรื่องอะไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจในการคลี่คลายตดี

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประวัติของผู้เสียชีวิตพบว่ามีการรักษาที่ รพ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่ปี 61 มีอาการซึมเศร้า ใช้เสพติดจนเกิดอาการหูแว่วนอนไม่หลับประสาทหลอน พูดคนเดียว รับว่าใช้สารเสพติด และผู้เสียชีวิตมารับยาตลอด เดือน ม.ค. 62 มารับยาเอง เดือน พ.ค. 62 โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ส่งยามาที่บ้าน เดือน ส.ค. 65 ญาติมาขอใบรับรองแพทย์ เกี่ยวกับอาการไปยื่นเกณฑ์ทหาร

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมด้วยจำลองเหตุการณ์ โดยเริ่มต้นในช่วงเวลาที่นายธนทัต หายตัวไปจนถึงมีคนพบศพ ว่าสามารถที่จะเป็นไปได้หรือไม่หากมีคนร้ายเดินตามแล้วจะไม่ปรากฎในวงจรปิด

ขณะที่นายสุวรรณ ภาศรี ลุงของนายธนทัต บอกว่า หลานไปอยู่กับแม่ที่เยอรมันตั้งแต่เรียนจบ ม.3 ช่วงแกก็ไป ๆ มา ๆ จนถึงอายุเกือบ 20 ล่าสุดก่อนที่จะไปอยู่นานถึง 3 ปี เนื่องจากหลานถูกจับเสพยาเสพติดจึงถูกส่งเข้ารับการบำบัดหลังจากบำบัดแล้วหมอบอกดีขึ้น จึงตัดสินสินใจให้หลานไปอยู่กับแม่ที่เยอรมันเพราะอยากให้หลานเลิกยาเด็ดขาด ไม่ต้องกลับมาเจอสภาพแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยงจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก
แต่ล่าสุดที่ไปอยู่นานถึง 3 ปี เพราะติดสถานการณ์โควิดจึงเพิ่งได้กลับมาบ้านพร้อมกับแม่ ส่วนตัวไม่เชื่อว่าหลานจะฆ่าตัวตายเอง เพราะหลานเป็นคนรักตัวเอง ประกอบกับร่องรอยที่พบไม่ว่าจะเป็นที่หลานถูกไฟไหม้ ซึ่งไม่น่าจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ อีกทั้งยังมีร่องรอยเขียวช้ำที่หน้าผากคล้ายถูกของแข็งด้วย แล้วจุดที่หลานเดินไปก็ค่อนข้างมืดเชื่อว่าน่าจะมีคนเรียกให้ออกไปหามากกว่า ที่สำคัญไม่มีมูลเหตุจูงใจอะไรที่หลานจะต้องฆ่าตัวตาย ทั้งตั้งข้อสังเกตหากเป็นการจุดไฟเผาตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย ทำไมไม่มีร่องรอยการดิ้นทุรนทุรายบ้าง แต่จากร่องรอยเหมือนถูกทำให้ตายก่อนแล้วจุดไฟเผาอำพรางทีหลัง ก็อยากให้ตำรวจเร่งคลี่คลายปมว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และอยากให้จับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ไม่อยากให้หลานต้องตายฟรี
ทั้งนี้จากข้อมูลไทม์ไลน์ในวันเกิดเหตุพบว่าเวลา 15.00 น. นายธนทัต ได้ไปซื้อบุหรี่ 2 ซอง ที่ร้านค้าข้างบ้าน 15.10 น. นักการภารโรงศูนย์เด็กเล็ก ฯ เห็นนั่งอยู่ริมสระน้ำฝั่งตรงข้ามกับบ้าน 17.00 น. ช่วงที่มีการกินเลี้ยงสังสรรค์วันเกิดภรรยา นายธนทัต ก็นั่งอยู่ในบ้าน 18.55 น. กล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ขณะเดินผ่านหน้าร้านของชำ จากนั้นเวลาประมาณ 19.30 น. มีชาวบ้านเห็นเดินผ่านหน้าบ้านก่อนมุ่งหน้าไปทางโรงเรียน กระทั่ง 20.30 น. นักการภารโรงเรียนบ้านแสลงโทนไปพบศพถูกเผาตรงป่าหญ้าหลังโรงเรียน

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางแวว (นามสมมติ) เจ้าของร้านตู้น้ำมันหยอดเหรียญ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 1 ทุ่มกว่า ขณะตัวเองปิดร้านแล้วนอนอยู่ในบ้าน ตัวเองก็ได้ยินเสียงลูกค้ามาเติมน้ำมันที่ตู้หยอดเหรียญของตัวเอง แต่ตัวเองก็ไม่ได้ออกมาดูว่าใครเป็นคนมาเติมน้ำมัน จากนั้นตัวเองก็ไม่ได่ยินเสียงใครมาเติมน้ำมันที่ร้านตัวเองอีกเลย แล้วก็ไม่รู้ว่า เป็นคนตายหรือไม่ที่มาเติมน้ำมันในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะตัวเองก็ไม่เห็น ที่ตัวเองรู้ว่ามีคนมาเนิมน้ำมันช่วง 1 ทุ่มกว่านั้น เพราะตัวเองเล่นโทรศัพท์อยู่ สำหรับตู้เติมน้ำมันดังกล่าว เป็นรุ่นเก่า จึงไม่มีกล้องบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้

หลังให้สัมภาษณ์ นางแวว ได้พาทีมข่าวทดลองหยอดเงินเติมน้ำมันที่ตู้เติมน้พมันดังกล่าวดู ก็พบว่าตู้ดังกล่าวจะส่งเสียงต้อนรับว่า "สวัสดีค่ะ กรุณานำหัวจ่ายใส่ถัง เพื่อทำการเติมน้ำมัน จากนั้นก็มีเสียงดนตรี" โดยตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญดังกล่าว อยู่ห่างจากบ้านภรรยาผู้เสียชีวิต 250 เมตร

ต่อมาทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ นางนกเอี้ยง (นามสมมติ) ชาวบ้านที่เจอผู้เสียชีวิต เดินออกมาจากตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ เล่าว่า เมื่อวานนี้เวลาประมาณ 19.00 น. ตัวเองนั่งอยู่หน้าบ้าน ตัวเองเห็นผู้เสียชีวิตเดินออกจากร้านตู้น้ำมันหยอดเหรียญ แต่ตัวเองไม่ได้สังเกตุว่าผู้เสียชีวิตได้เติมน้ำมันหยอดเหรียญหรือไม่ และไม่ได้สังเกตุมือของเขาว่าถืออะไรไว้ในมือ จากนั้นผู้เสียชีวิตก็เดินผ่านบ้านตัวเองไปสีหน้าธรรมดา แล้วก็เดินไปทางด้านหลังโรงเรียนจุดที่พบเป็นศพ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาเดินไปทำไม
Advertisement