
จากกรณี น.ส.ไก่ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ว่าถูกนายเสมียน ลือชา อายุ 51 ปี มีที่นาอยู่ใกล้กับบ้านของผู้เสียหาย ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาจอดที่ผู้แจ้ง แล้วใช้มีดจี้บังคับให้ผู้แจ้งขึ้นรถไปด้วย

โดยนายเสมียน ได้พา น.ส.ไก่ พาเข้าไปในขนำในป่าและข่มขืนจนสำเร็จความไคร่ จากนั้นได้ขัง น.ส.ไก่ ไว้ โทรเรียกเพื่อนมาข่มขืนซ้ำอีก 1 ครั้ง จนครอบครัวทราบเรื่องได้พา น.ส.ไก่ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนก่อเหตุให้ถึงที่สุด

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ สามีของ น.ส.ไก่ ผู้เสียหาย ในช่วงที่เจ้าหน้าที่ให้ออกมาพักจากการสอบสวน โดยสามีของ น.ส.ไก่ ยืนยันว่า น.ส.ไก่ ถูกข่มขืนจริง เพราะในวันที่เกิดเหตุตนกับ น.ส.ไก่ มีปากเสียงกันงอนกันนิดหน่อย น.ส.ไก่ จึงเดินกลับบ้านจะไปหาแม่ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านตน 5 กิโลเมตร
ก่อนที่จะกลับบ้านไปหาแม่ได้เดินผ่านที่นาของ นายเสมียน จังหวะนั้น นายเสมียน ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาพอดี แล้วล่อลวง น.ส.ไก่ ให้ขึ้นรถจักรยานยนต์บอกว่าจะไปส่งที่บ้านแม่ แต่ปรากฏว่าพาไปข่มขืนในกระท่อม แล้วยังพาเพื่อนอีก 1 คน มากระทำชำเรา น.ส.ไก่ ด้วย จากนั้นจึงพา น.ส.ไก่ ไปส่งที่บ้านของแม่ น.ส.ไก่ ช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน จนรุ่งเช้าแม่น.ส.ไก่ โทรมาบอกให้มารับเพราะ น.ส.ไก่ อยู่ที่บ้านแล้วโดยมีนายเสมียนขับรถจักรยานยนต์มาส่งที่บ้าน

สภาพที่เห็น น.ส.ไก่ ที่แขนขวามีรอยเขียวช้ำเป็นรอยนิ้วมือ เสื้อทางด้านขวาตะเข็บข้างลำตัวฉีกขาด และที่ชัดเจนคืออวัยวะเพศมีเลือดไหลออกมาคล้ายว่าฉีกขาดหรือถูกกระทำอย่างรุนแรง ตั้งแต่วันเกิดเหตุ น.ส.ไก่ นั่งเหม่อลอยและมีจังหวะที่หวาดระแวงหวาดกลัวจึงพยายามเค้นถามความจริง
จนวันที่ 23 ก.ย. 65 น.ส.ไก่ ยอมรับว่าถูกข่มขืนจริง โดยถูกมีดจี้คอแล้วบอกว่าถ้าไปบอกคนอื่นหรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะฆ่าทิ้ง น.ส.ไก่ จึงไม่กล้าบอกใครเพราะกลัว ตอนนี้ตนได้พา น.ส.ไก่ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้วแพทย์ลงความเห็นว่าถูกกระทำอนาจารอย่างรุนแรงจริง และได้นำผลตรวจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เป็นหลักฐานแล้ว

ทีมข่าวเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพบเป็นเพลิงพักสังกะสีกลางป่า ภายในมีแคร่ไม้ มีกองไฟที่มอดแล้ว ฟืนสำหรับก่อไฟ ทีมข่าวพบร่องรอยคล้ายคราบเลือดบนแคร่ไม้ แต่ไม่ทราบว่าใช่คราบเลือดจริงหรือไม่ โดยบ้านหลังนี้อยู่ห่างจากบ้านของ น.ส.ไก่ 3 กิโลเมตร

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายเสมียน ลือชา อายุ 51 ปี ที่ผู้เสียหายแจ้งว่า เป็นคนที่ข่มขืนและเรียกเพื่อนมาข่มขืนซ้ำอีกก่อนจะพาไปส่งที่บ้านแม่ของผู้เสียหาย มาสอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธรกบินทร์บุรี

โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายเสมียนมาสอบปากคำที่ห้องสืบ มีจังหวะหนึ่งที่ทีมข่าวเดินไปพบเห็นพอดี พอนายเสมียนเห็นว่าเป็นนักข่าว นายเสมียน ลุกขึ้นแล้วพูดกับทีมข่าวว่าผมถูกใส่ร้ายผมไม่ได้เป็นคนทำ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบนำตัวนายเสมียนเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องกระจก นายเสมียน ก็ยังมองมาที่ทีมข่าวและพยายามส่ายหัวบอกกับทีมข่าวว่า ไม่ได้เป็นคนทำผมถูกใส่ร้ายพูดซ้ำ ๆ อยู่แบบนี้

ทีมข่าวเดินทางไปบ้าน น.ส.ไก่ ที่ถูกข่มขืน ปรากฎว่าบ้านอยู่กลางป่ายางพารา ไม่มีไฟฟ้า หากเดินช่วงกลางคืนเปลี่ยวมาก

โดยวันนี้ น.ส.ไก่ เผยกับทีมข่าวว่า ตอนแรก ๆ ตนไม่กล้าที่จะบอกเรื่องนี้กับใครเพราะกลัวนายเสมียนขู่ว่าถ้าเรื่องนี้มีคนรู้จะมาปาดคอตน และจะปาดคอคนในครอบครัวให้หมด และยังบอกอีกว่า ถ้าตำรวจจับได้แล้วตนติดคุกออกมาจากคุกเมื่อไหร่ก็จะฆ่ายกครัว แต่สุดท้ายตัดสินใจบอกครอบครัวเพราะกลัวนายเสมียนจะมาข่มขืนตนอีก
โดย น.ส.ไก่ เปิดใจกับทีมข่าวว่า ถูกนายเสมียนใช้มีดเล่มใหญ่จี้คอ พาเข้ากะต็อปสังกะสี โดยใช้มีดเฉือนเสื้อตนให้ขาดด้วย พอสำเร็จความใคร่ก็ให้ได้ยินตาเสมียนโทรศัพท์หาเพื่อน บอกว่ามีเด็กมาส่ง มีของดีมาส่ง แล้วเพื่อนนายเสมียนก็มา สวมไอ้โม่งคลุมใบหน้าและเสพยามาด้วย แล้วก็มาข่มขืนตนอย่างรุนแรง พอสำเร็จความใคร่ก็จ่ายเงินให้นายเสมียนแต่ไม่รู้เท่าไร
นายเสมียนบอกว่าให้ตนอยู่กับตาเดี๋ยวตาจะไปซื้อของซื้อขนมซื้ออะไรมาให้กินไม่ต้องไปไหนตนจึงยกมือไหว้ขอร้องขอกลับบ้าน และบอกว่าจะไม่บอกใครแต่ช่วยพาหนูกลับบ้านไปหาแม่ ช่วงเที่ยงคืน ตาเสมียนจึงพาไปส่งที่บ้านโดยใช้รถจักรยานยนต์คาดว่าเป็นเว็บสีดำ แต่คนละคันกับตอนแรกที่พาตนมาที่กระท่อม พอตาเสมียนขับรถจักรยานยนต์ไปส่งตนที่บ้านก็ไม่ได้พูดหรือบอกอะไรกับแม่ตน ตนไม่กล้าบอกแม่ว่าถูกทำร้ายร่างกาย จนสามีมารับแล้วกลับไปอยู่บ้านสามีและสามีสังเกตพฤติกรรมเปลี่ยนไปพยายามเค้นถามสุดท้ายจึงยอมเปิดปาก
น.ส.ไก่ ยังบอกอีกว่า วันนี้ตนรู้สึกดีขึ้นมากไม่เครียดเหมือนหลายวันก่อน เพราะว่าตำรวจจับตาเสมียนได้แล้ว แล้วตนก็ยืนยันว่าตาเสมียนเป็นคนก่อเหตุ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับตนและครอบครัวด้วยขอให้คนที่ทำร้ายตนได้รับผลกรรมไม่อยากให้ตาเสมียนไปทำแบบนี้กับใครอีก
Advertisement