
จากกรณี วัยรุ่นเมืองนนทบุรี 20 กว่าคน รุมกระทืบอริ 2 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยภาพคลิปที่พลเมืองดีถ่ายจับภาพได้ชัดเจน กลุ่มคนก่อเหตุกำลังรุมกระทืบวัยรุ่นชายคนหนึ่งจนนอนจมกองเลือดที่จุดเกิดเหตุหน้าร้านเสริมสวย

โดยผู้บาดเจ็บคือ นายรัฐศักดิ์ หรือ ตูน อายุ 21 ปี ถูกทำร้ายด้วยการเอาหมวกกันน็อกทุบที่หัว ส่วน นายสมเจตน์ หรือ ตี้ อายุ 23 ปี ถูกฟันเข้าที่แผ่นหลัง


ล่าสุดทีมข่าว ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมุมสำคัญที่เห็นว่า กลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ชนผู้บาดเจ็บ ก่อนรุมทำร้ายเลือดคั่งในสมอง จากภาพกล้องวงจรปิดเวลา 18.06 น. จับภาพได้ชัดขณะที่รถจักรยานยนต์กลุ่มคู่อริขับขี่มากันหลายคัน จนถึงบริเวณหน้าร้านเสริมสวย กลุ่มคู่อริขับรถจักรยานยนต์พุ่งชนผู้บาดเจ็บเข้าอย่างจัง

ทำให้รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำหลายคัน หนึ่งในนั้นจะเห็นรถจักรยานยนต์สีน้ำเงินคนขับคือ นายตูน อายุ 21 ปี ผู้บาดเจ็บสาหัส และรถจักรยานยนต์สีแดงคนขับคือ นายตี๋ อายุ 23 ปี ผู้บาดเจ็บถูกแทงที่หลัง

ในภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นอีกว่า พอชุลมุนจะเห็น นายตี๋ สวมเสื้อสีน้ำเงินวิ่งหนีไม่คิดชีวิต วิ่งไปทางด้านหลังมุมขวาของกล้อง และมีคนถือมีดวิ่งไล่ตาม ส่วน นายตูน เสื้อแดงนอนกองกับพื้นที่ ในภาพเห็นชายคนหนึ่งกางขาเตะหัวตูน 1 ครั้ง ชายเสื้อดำสวมหมวกกันน็อกสวมกางเกงยีนส์เตะเข้าที่หน้าของนายตูน อย่างแรง 5 ครั้ง จากนั้นชายเสื้อฟ้าเตะที่หัวและหน้าของตูนอีก 3 ครั้ง

จากนั้นมีชายที่สวมเสื้อสีดำกางเกงสีดำถือหมวกกันน็อกสีดำ วิ่งมานำหมวกกันน็อกมาฟาดที่ศีรษะของตูนอีก 4-5 ครั้ง และมีชายคนอื่น ๆ เข้มากระทืบหัวตูนคนละทีสองที ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นจะขับขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป มีชายเสื้อดำกางเกงสีดำสวมหมวกกันน็อกเต็มใบอีกคนหนึ่งควักมีดสั้นปลายแหลมชี้หน้านายตูน เหมือนจะเอามีดฟันแต่มีป้าเจ้าของร้านเสริมสวยเดินเข้ามาห้ามก่อน แล้วโบกมือขอร้องว่าอย่าทำ ชายเสื้อดำจึงซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ซ้อน 3 พากันหลบหนีไป จากนั้นป้าร้านเสริมสวยก็เดินเข้ามาดูผู้บาดเจ็บ ตูนอยู่ในสภาพนอนแน่นิ่ง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้พูดคุยกับพ่อแม่นายรัฐศักดิ์ หรือ ตูน โดยคุณพ่อ บุญเกิน ปานไทย และคุณแม่ สุพรรณ สายสอน บอกกับทีมข่าวทั้งน้ำตาถึงอาการลูกชายตอนนี้ว่า หมอแจ้งกับพ่อและแม่ว่าให้ทำใจเพราะลูกชายจะอยู่ได้อีกไม่นาน เนื่องจากเลือดคั่งในสมองมากไม่สามารถผ่าตัดได้
หัวใจหยุดเต้นแล้ว 1 ครั้ง แพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจขึ้นมา 1 ครั้ง ชีพจรมาอย่างอ่อน ๆ คาดว่าอีกไม่นาน เขาจะค่อย ๆ ไปเอง โดยหมอได้ถามพ่อกับแม่แล้วว่า หากหัวใจหยุดเต้นอีกครั้งหนึ่งจะให้ปั๊มหัวใจหรือไม่ แต่ก็จะมีความเสี่ยงในเรื่องของกระดูกซี่โครงหักได้ ซึ่งพ่อกับแม่คุยกันแล้วบอกกับหมอว่า หากลูกหัวใจหยุดเต้นครั้งนี้ให้ปล่อยเขาไปเลย ให้เขาไปอย่างสบายที่สุด

พ่อยังบอกอีกว่าสภาพของน้องตูนตอนนี้ ไม่ได้สติใด ๆ ทั้งนั้น ไม่ตอบสนองอะไรแล้ว ใส่เครื่องช่วยหายใจ ตามเนื้อตามตัวมีรอยฟกช้ำ แต่ที่บริเวณศีรษะบวมมาก จนหน้าตาผิดแปลกไปเป็นคนละคนเลย ใบหน้าเขียวช้ำ ศีรษะเขียวช้ำไปหมด อยากบอกกับคนที่ก่อเหตุว่า คนเป็นพ่อเป็นแม่ของตูนตอนนี้หัวใจสลายแล้ว เพราะไม่มีความหวังที่จะเอาชีวิตลูกกลับมา ทำได้แค่เพียงรอลูกชายสิ้นใจไปเอง พ่อและแม่ขอให้คนที่ทำผิดมารับผิดในสิ่งที่ได้ทำลงไป

ทีมข่าว ได้คุยกับ นายตี๋ หนึ่งในผู้บาดเจ็บที่ถูกโจ๋เมืองนนท์ 20 กว่าคน รุมกระทืบและไล่ฟัน ตี๋ บอกว่าตนขับรถจักรยานยนต์สีแดงส่วนตูนขับรถจักรยานยนต์สีน้ำเงิน
เมื่อวานเป็นวันที่กลุ่มคู่อริและพรรคพวกของตนนัดที่จะต่อยกันตัวต่อตัว 5 ต่อ 5 โดยตัวต้นเรื่องก็คือแฟรงค์กับแบงค์ พี่มีปัญหากันตั้งแต่สนามบอล โดยเขาไปเตะบอลกันแล้วมีคนเตะแรงเหมือนเล่นแรง ทำให้ไม่พอใจกันจึงนัดกันมาต่อยตัวต่อตัว ไป ๆ มา ๆ นัดต่อย 5 ต่อ 5 ซึ่งใน 5 คนนั้นก็ไม่มีตูนและตี๋เลย ตูนและตี๋เป็นเพียงคนที่รู้จักทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะตูนเรียนโรงเรียนเดียวกับกลุ่มคู่อริซึ่งเป็นรุ่นพี่ของกลุ่มคู่อริด้วย
ปรากฏว่า ตูนกับตี๋กับจะไปดูเขาต่อยกันตามนัด คล้ายว่าเป็นตัวกลางคิดว่าถ้าต่อยกันจบเรื่องก็จะจบ โดยมีตูนและตี๋เป็นพยาน แต่ปรากฏว่าไปรอคู่อริก็ไม่มา ตูนกับตี๋จึงขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน ตอนนั้นตูนกับตี๋ขับรถจักรยานยนต์กลับกันมาถึงจุดเกิดเหตุ ไม่รู้คู่อริมาจากไหนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของทั้งสองคนให้ล้มคว่ำ แล้วเข้ามารุมกระทืบ

ตอนนั้นตนก็ไม่รู้หรอกว่าตูนเป็นอย่างไร แต่สำหรับตนจำได้ว่าถูกต่อยแล้วก็วิ่งหนีเข้าไปหลบในร้านเสริมสวย ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ปรากฏว่า มีพี่ที่อยู่ในร้านเสริมสวยบอกว่าน้องมีเลือดไหลจึงเปิดเสื้อดูปรากฏว่า ถูกแทงที่บริเวณด้านหลัง 2 แผล แผลหนึ่งเย็บ 4 เข็ม อีกแผลหนึ่งเย็บ 1 เข็ม และมีรอยถลอกเต็มหลัง สำหรับคนที่แทงตี๋ ตี๋ไม่ทราบจริง ๆ เพราะเหตุการณ์มันชุลมุนมาก

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ไปนำตัว 1 ในแก๊งโจ๋ ไล่ฟันและรุมทำร้ายร่างกายคู่อริ ชื่อว่า นายแจ็ค อายุ 23 ปี โดยในวันที่เกิดเหตุนายแจ็คสวมเสื้อสีดำขับขี่รถจักรยานยนต์สีดำแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจตามตัวได้จากป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ และนำมาสอบสวนขยายผลหากลุ่มคนก่อเหตุต่อไป เนื่องจากตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวคนก่อเหตุคนอื่น ๆ ได้
โดยทีมข่าวพยายามสอบถามข้อมูลจากนายแจ็คปรากฏว่า แจ็คบอกว่าตนไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งนั้น ขอไม่ตอบคำถาม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คุมตัวเข้าห้องสอบสวน
Advertisement