
จากกรณีผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตทหารหญิง เข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.อ. ธานินทร์ ฉัตรเจริญพงศ์ รอง ผบก.ฯ รรท.ผกก.สภ.เมืองราชบุรี พร้อมแจ้งความกับตำรวจ ให้ดำเนินคดีทางอาญากับนายจ้าง ส.ต.ท.หญิง ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.4 บก.ส.9 ปัจจุบันช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นภรรยาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในข้อหาทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ

วันที่ 30 ส.ค. 65 ทีมข่าวเดินทางไปที่วัดใน จ.ราชบุรี ที่มีภาพปรากฎในสื่อโซเชียลมีเดียว่า ส.ต.ท.หญิง พร้อม ส.ว. เคยบริจาคเงินทำบุญบูรณะศาลาคู่เมรุร่วมกันนั้น ทันทีที่ทีมข่าวไปถึงพบว่ามีป้ายดังกล่าวจริง อยู่ภายในศาลาการเปรียญคู่กับพระเมรุ โดยในป้ายมีชื่อของ ส.ว.(ธ) บรรทัดบนสุด และ ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ และแม่ของ ส.ต.ท.หญิง อยู่ในป้ายเดียวกัน พร้อมระบุยอดเงินบริจาค 120,000 บาท

เจ้าอาวาส ชี้แจงว่า วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ทางครอบครัวของ ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ มักจะมาทำบุญเป็นประจำ ซึ่งทำบุญมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยพักหลังส่วนตัวอาตมาก็เคยเห็น ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ มาทำบุญกับคุณแม่เป็นประจำ และทุกครั้งจะพานางสาวปิ่น (นามสมมติ) ทหารหญิงรับใช้มาด้วย และบางครั้ง ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ ก็ใช้ให้ทหารหญิงมาทำบุญแทนตัวเอง ด้วยการนำกับข้าวมาถวายเพล มาทำบุญทำสังฆทานบ้าง

เท่าที่อาตมาสังเกตเห็นทหารหญิง ท่าทีก็ดูปกติ กับ ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ ก็เหมือนคนดูแลกันดี หน้าตาของทหารหญิงไม่ได้เศร้าหมอง และไม่เคยเห็นบาดแผลตามร่างกายของทหารจริง อาตมาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่าผู้เสียหายเป็นทหาร เพราะเขาไม่เคยประดับยศใส่เครื่องแบบมาที่วัดหรือเล่าอะไรให้อาตมาฟัง จนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น อาตมาก็รู้สึกตกใจ เพราะดูภายนอก ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ ก็ดูเป็นคนจิตใจดี
ส่วนการบริจาคเงินที่มีชื่อคู่กับ ส.ว. เป็นการทำนุบำรุงศาลาคู่เมรุ ช่วงเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา โดยไม่ได้จัดพิธีอะไร เป็นการบอกบุญปากต่อปาก จนกระทั่งมาการรวบรวมเงินทำบุญ จึงมีการปรับปรุงศาลาคู่เมรุ ยืนยันว่า ไม่เคยเห็น ส.ว. คนดังกล่าวมาที่วัด และไม่เคยรู้จัก ส.ว.ท่านนี้ ส่วนกรณีที่มีชื่อปรากฏในป้ายยอดเงินบริจาคนั้น ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้บริจาคว่าจะใส่ชื่อใครบ้าง ซึ่งอาตมาและทางวัดก็ไม่ทราบว่าเงินที่มาบริจาคมีที่มาจากไหน มองแค่ว่าเป็นการทำบุญสร้างกุศลเป็นเรื่องที่ดี

ที่ สภ.เมืองราชบุรี นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ตัวแทนผู้เสียหาย และนางสาวปิ่น (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี เพื่อเข้าแจ้งความเพิ่มกับคู่กรณี พร้อมเปิดเผยคลิปบางช่วงบางตอนจากคลิปเต็ม 54 นาที โดย ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ ให้ นางสาวปิ่น ยืนเฝ้าตัวเองนอน มีเสียงงึมงัมของ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ พูดคุยกับผู้เสียหาย

นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้นำข้อมูลมาให้พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความเพิ่มกับนายคมสิทธิ์ จังพานิช คู่กรณี ในการพาผู้เสียหายไปทำงานกับตน ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยให้ทำงานช่วยประสานงานในบริษัทของนายคมสิทธิ์ และช่วยดูแล ส.ต.ท.หญิง แต่ว่าไม่จ่ายค่าแรง โดยอ้างว่าผู้เสียหายทำงานผิดพลาด โดยตนเองมีหลักฐานและภาพแชทยืนยันว่าผู้เสียหายไม่ได้รับเงิน ซึ่งได้นำมาประกอบการแจ้งความดำเนินคดีวันนี้ พุ่งไปในเรื่องการค้ามนุษย์

ส่วนกรณีที่ตนเองถูกมองว่าการออกมาให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นการหวังผลทางการเมืองนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่มีเรื่องพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งตนเองทำด้วยใจเพื่อให้เกิดความกระจ่างกับพี่น้องประชาชน ส่วนกรณีที่วุฒิสภาอาจตีตกคำร้องของนายวัชระ เพชรทอง กรณีที่ขอให้สอบอาจมี ส.ว. เกี่ยวข้องกับเส้นทางรับราชการของ ส.ต.ท.หญิง เนื่องจากไม่มีการระบุชื่อ ส.ว. นั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ตลกมาก เพราะมีภาพ ส.ว.คนดังกล่าว ถ่ายคู่กับ ส.ต.ท.หญิง หลายครั้งปรากฏอยู่ในสื่อมวลชนเยอะมาก จะไม่ทราบเลยหรือว่าเป็นใคร พร้อมบอกว่าหากอ้างว่าคำร้องไม่บอกชื่อ ตนเองจะเอาชื่อ ส.ว. ไปร้องให้ตรวจสอบเอง
ส่วนกรณีที่มีการเอาภาพ ส.ต.ท.หญิง ใส่ชุดนักศึกษามาให้ข่าวว่า ส.ต.ท.หญิง ไปเรียนทุกวัน ตนเองอยากถามกลับว่ารู้หรือไม่ว่า ส.ต.ท.หญิง เรียน ม.ราชภัฏจอมบึง ด้วย มันคนละที่กันกับมหาวิทยาลัยที่มีการตั้งข้อสงสัยในการซื้อวุฒิการศึกษา ส่วนข้อสงสัยว่าผู้เสียหายกับ ส.ต.ท.หญิง เป็นคู่ทอมดี้กันหรือไม่ นายกัณฐัศว์ย้อนถามว่าถ้าคนรักกันคงไม่มีใครเอาเครื่องชอร์ตไฟฟ้าหรือทำร้ายกันแบบนี้ อยากให้นึกถึงหัวใจผู้เสียหายบ้าง

นางสาวปิ่น (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 ตนถูกนายคมสิทธิ์ จังพานิช จูงมือไปออกจากราชการทหาร คู่กรณี่ได้ยื่นข้อเสนอรับเข้าทำงานในบริษัทของตัวเอง ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2565 โดยอ้างว่าจะให้ค่าตอบแทนวันละ 450 บาท ซึ่งที่ผ่านยืนว่าได้ตลอดที่ทำงานมา 4 เดือน ได้รับเงินเดือนเพียง 1,000 บาท โดยคู่กรณีอ้างว่า ตนทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเจ้าตัวก็มีการทวงถามเรื่องเงินเดือน แต่คู่กรณีก็ยังคงอ้างว่าทำงานไม่ได้เรื่อง ซึ่งงานที่ทำกับคู่กรณี จะเป็นการประสานงานลูกค้า ดูแลลูกน้องรวมถึงการดูแลบัญชีค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดภายในบริษัท

ส่วนประเด็นที่ยังคงทนทำงาน 4 เดือน เพราะยังไม่รู้ว่ามีคำสั่งให้ออกจากราชการทหารแล้วหรือยัง หลังจากที่ลาออกและคิดว่าจะได้ค่าตอบแทนปกติ จากการทำงานกับคู่กรณี เนื่องจากตอนนั้น ตนเองเข้าใจว่าจะต้องดูแลรับใช้ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ จนกว่าจะหมดอายุราชการทหาร หลังที่นายคมสิทธิ์ คู่กรณี ได้รับการประกันตัวทุกคดี ที่เคยแจ้งความไว้ในพื้นที่ สภ.ชะอำ และ สภ.หัวหิน ก็รู้สึกหวาดกลัวในเรื่องความปลอดภัย แม้ว่าตอนนี้ยังไม่ถูกข่มขู่หรือคุกคาม ตามที่ตนเองกังวลใจ เนื่องจากครอบครัวยังคงต้องใช้ชีวิตในพื้นที่ จ.ราชบุรี ซึ่งเปรียบตัวเองเหมือนเป็นมดที่กำลังมองตึกที่สูงใหญ่ ไม่รู้ว่าตัวเองจะข้ามตึกสูงนั้นได้อย่างไร แต่เวลาที่ท้อใจก็ยังมีคุณกัน และสื่อมวลชน ที่เปรียบเป็นเหมือนกำลังใจในการออกมาต่อสู้ ทั้งนี้ยืนยันว่าหลังคู่กรณีได้รับการประกันตัว ยังไม่มีการพูดคุยหรือเจรจาในสิ่งที่เกิดขึ้น

ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (กทม.) แถลงข่าวกรณีที่ พลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา ให้เปิดชื่อ ส.ว. ที่มีบุคคลใกล้ชิดเป็น ส.ต.ท.หญิง หากไม่เปิดชื่อก็จะไม่สอบสวน ว่าเรื่องการแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดมาเป็นข้าราชการตำรวจเกิดขึ้นในสมัยที่ ส.ว. รายนี้ เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยแต่งตั้งสุภาพสตรีดังกล่าวให้มาเป็นผู้ช่วย สนช. ทั้งยังส่งไปอบรมหลักสูตรวุฒิบัตรการปฏิบัติงานสนับสนุนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติรุ่นที่ 6 สถาบันพระปกเกล้าฯ ซึ่งไม่ทราบว่า ใครเป็นผู้ลงนามให้ และยังฝากเข้ารับราชการตำรวจ มียศ ส.ต.ท. โดยให้เข้าไปรับราชการในสังกัดสันติบาล โดย ส.ต.ท.หญิงนี้ถูกส่งไปปฏิบัติที่ที่ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า
ทั้งที่ไม่ได้ลงไปปฏิบัติหน้าที่จริง แต่ยังได้รับเงินเดือน และค่าเบี้ยเลี้ยง ถือเป็นการกินเงินภาษีอากรของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และขัดต่อจริยธรรมใช่หรือไม่ ประชาชนจึงเกิดข้อสงสัยว่าจะทำให้เกิดการปฏิรูปราชการได้อย่างไร ทั้งนี้ พลเอกสิงห์ศึกสามารถสืบข้อมูลไปตามเอกสารราชการของ ส.ต.ท. หญิง คนนี้ว่าเป็นผู้ช่วยของ สนช. คนใด และได้รับเงินเดือนเท่าใด
นายวัชระ ชี้แจงด้วยว่าตนยังไม่ได้รับเอกสารแจ้งจากพลเอกสิงห์ศึก ให้ระบุรายชื่อว่า ส.ว.เพิ่มเติม ทั้งนี้การที่ตนร้องเรียนไปที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เพื่อให้ตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นมา เพื่อให้มีคณะกรรมาธิการ มีบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาพิจารณา เหมือนประชาชนไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ก็ไม่จำเป็นไปบอกชื่อผู้ต้องหา เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะแสวงหาความจริง
อย่างไรก็ตาม ตนจะรวบรวมพยายานหลักฐานเพื่อหาตัว ส.ว.รายนี้ เพราะตนยังไม่ทราบว่า ส.ว. คนนั้นเป็นใครเช่นกัน แต่หากอยากทราบเชื่อว่าสามารถไปถาม พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ส.ต.ท.หญิงคนดังกล่าว ซึ่งสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน นายวัชระ ย้ำว่า หาก ส.ว.ไ ม่สอบสวนเรื่องนี้ ตนจะถวายฎีกาต่อประธานองคมนตรีเพื่อขอความเป็นธรรม
Advertisement