
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 28 ส.ค. 65 ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ เข้าช่วยเหลือ น.ส.เอ๋ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี หลังได้รับเเจ้งว่าถูก นายวีรภัทร ทำทิพย์ หรือ บู อายุ 26 ปี อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศร้อยตำรวจโท ที่รู้จักกันผ่านเเอปฯ หาคู่ ข่มขืนทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากนั้นได้ส่งตัวผู้ต้องหาให้ สภ.บางบัวทอง เจ้าของพื้นที่ดำเนินคดีต่อ


ล่าสุดวันที่ 29 ส.ค.65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปติดตามความคืบหน้าทางคดีที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบว่าผู้ต้องหา คือ นายวีรภัทร ทำทิพย์ หรือ บู อายุ 26 ปี ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องคุมขัง จากการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดอยู่ในร่างกาย

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องคุมขังมาสอบปากคำเพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าได้หลอกลวงหญิงสาวไปข่มขืนหรือไม่ อ้างตัวเองเป็นตำรวจหรือไม่ ผู้ต้องหาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ รวมถึงปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืน เเต่เป็นการยินยอมจากผู้เสียหายเอง



นอกจากนี้ผู้ต้องหายังอ้างกับตำรวจว่าไม่ได้กักขังผู้เสียหาย เพราะการหลับนอนด้วยกันทุกครั้ง ผู้เสียหายจะนอนค้างคืนด้วยอยู่เเล้ว ส่วนบัตรที่มีรูปตำรวจพร้อมยศสิบตำรวจโท อ้างว่าบริษัทต้นสังกัดเป็นคนทำให้ อ้างว่าทำงานเป็นครูฝึก รปภ. ของบริษัทเอกชนเเห่งหนึ่ง ระบุว่าพกบัตรติดตัวไว้เพื่อความปลอดภัย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้โทรศัพท์โดยใช้แอปพลิเคชั่นไลน์แบบเปิดกล้อง พูดคุยกับผู้เสียหาย ขณะถูกกักขังอยู่ในบ้าน ซึ่งระหว่างที่กำลังพูดคุยผู้เสียหายได้ร้องไห้ และอยู่ในอาการหวาดกลัวตลอดเวลา

พันตำรวจเอกพฤฒ จำรูญศาสน์ ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่ามีการร่วมเพศจริง แต่ปฏิเสธอ้างว่าไม่ได้ข่มขืน เพราะฝ่ายหญิงเป็นผู้ยินยอม เเต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ส่วนนี้จะต้องใช้ผลทางการแพทย์เป็นการพิสูจน์ว่ายินยอมจริงหรือไม่ จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง พบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวเคยถูกจับกุมคดีเสพยาเสพติดมาแล้ว 12 ครั้ง และเมื่อปี 61 เคยถูกจับกุมข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในการแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดอ้างโพสต์ลงสื่อโซเชียล 1 ครั้ง รวมทั้งหมด 13 คดี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้ง 5 ข้อหา คือ 1.เสพยาเสพติด 2.กักขังหน่วงเหนี่ยว 3.ข่มขืน 4.ทำร้ายร่างกาย 5.แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้กระทำการในลักษณะนี้ครั้งแรก หากใครตกเป็นเสียหาย สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ได้ ยืนยันว่าผู้ต้องหารายนี้ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

และ จากการตรวจสอบประวัตินายวีรภัทร ทำทิพย์ เคยถูกจับกุมข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อปี 2561 โดยปลอมเฟซบุ๊กอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว

น.ส.ณัฐกานต์ ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเจอนายบูผ่านแอปพลิเคชั่นหนึ่ง โดยนายบูบอกกับตนว่าเป็นตำรวจคอมมาน ยศ ร.ต.ท. ตนเลยนัดเจอกันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตอนเที่ยงคืน จากนั้นนายบูพาตนไปที่ห้องเพื่อน และมีเพศสัมพันธ์กัน ตอนแรกตนไม่ติดใจ เพราะตนยังอยากคุยกันต่อ พอวันพุธช่วงเย็น ตนกลับบ้าน นายบูขับรถ จยย. ของตนมาส่งและขับรถจยย.ของตนกลับไป ซึ่งวันพฤหัสบดี ตนต้องกลับมาเจอกันอีกครั้ง เพราะต้องกลับมาเอารถ จยย. ที่จอดอยู่ที่หอเพื่อนของนายบู

ตอนนั้นนายบูบอกจะพาตนออกไปข้างนอก แต่เขาก็ไม่ออกไปสักที ตนจึงหงุดหงิด เพราะต้องกลับบ้านเขา ก็เลยเข้ามาทำร้ายร่างกายรอบแรก คือบีบคอเอาปืนจี้ที่หัว ถีบที่หน้าอก และกระชากหัว พอตนออกมาได้อีกวันก็ไม่ได้ไปหาเขามาเจอกันอีกครั้ง เมื่อวันเสาร์ เหตุผลที่ตนต้องออกไปเจออีกครั้ง เพราะเขาส่งข้อความมาขู่ว่าถ้าไม่ไปเจอจะมาทำร้ายตนที่บ้าน ตนจึงพูดไปว่าอย่ามายุ่งกับครอบครัวของตน ซึ่งนายบูตอบกลับมาว่าเขาเป็นตำรวจ เขาเรียนมา ถ้าอยากเจอให้ลูกน้องมาลากตนไปเมื่อไรก็ได้ เขาบอกเป็นตำรวจอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี แล้วถูกย้ายมา

ส่วนรูปโพรไฟล์ในติ๊กต็อกและในเฟซบุ๊กก็สวมชุดตำรวจ อีกทั้งยังมีทั้งบัตรตำรวจ มีกุญแจมือ มีหมวกตำรวจ มีปืน ชุดเกราะ ตนจึงเชื่อ ซึ่งเมื่อวันเสาร์ตนไปเจอนายบูอีกรอบ คิดว่าเขาจะปล่อยตัวออกมา แต่ก็ไม่ยอมปล่อย เขาไม่ให้ตนไปทำงาน อีกทั้งแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือก็จะหมดหาที่ชาร์จก็ไม่ได้ ตนเลยทักไปหาน้าเพื่อขอให้ช่วยเหลือ พอเขารู้ว่าตนทักไปหาคนอื่น จึงยึดโทรศัพท์ของตนไปทั้งวัน และเขาก็คุยกับที่บ้านแทนตนทั้งหมด ตอนนั้นตนแย่งมือถือมาจากเขาแล้วเขาก็แย่งกลับไปก่อนจะชกมาที่หน้า ต่อยที่ต าตอนนั้นตนเจ็บช้ำไปหมดทั้งตัว
ล่าสุดทีมข่าวติดต่อไปยังบริษัทรักษาความปลอดภัยเใน จ.นนทบุรี ที่ผู้ต้องหาเเอบอ้างว่าเป็นพนักงาน ทางผู้บริหารชี้เเจงเป็นข้อมูล ว่าตัวผู้ต้องหาเคยเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทจริง เเต่ถูกไล่ออกไปเมื่อ 1 เดือนที่เเล้ว ทำงานได้เพียงเเค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไม่มีความรับผิดชอบ ชอบนอนหลับในเวลางาน

ส่วนเรื่องบัตรประจำตัวที่ผู้ต้องหาเเต่งกายชุดตำรวจ เเล้วระบุยศเป็นสิบตำรวจตรี ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ได้เป็นผู้ออกบัตรยศตำรวจให้ ซึ่งทางผู้ต้องหาปลอมเเปลงขึ้นมาเอง เเละยังพิมพ์โลโก้ชื่อของบริษัทไว้ในบัตร ทำให้บริษัทเกิดความเสียหาย หากถามว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ ต้องรอปรึกษากับทีมกฎหมายก่อน อย่างไรก็ตาม ส่วนของประวัติอาชญากรที่ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดี 13 ครั้ง ทางบริษัทก็รับทราบตั้งเเต่เเรก มีการตรวจสอบประวัติย้อนหลังก่อนรับเข้าทำงาน ทางผู้บริหารอยากให้โอกาสเพราะตอนนั้นคิดว่าผู้ต้องหาจะกลับเนื้อกลับตัวได้ แต่สุดท้ายก็ไปก่อคดีอีก

ล่าสุดทีมข่าวเดินทางไปยังบ้านหลังเกิดเหตุ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ลักษณะเป็นทาวเฮ้าส์ 2 ชั้น พบว่ามีคนอยู่ในบ้านหลายคน ผู้สื่อข่าวจึงตะโกนเรียกถามข้อมูล มีผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาให้ข้อมูล บอกว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านเช่า นายจ้างได้เช่าไว้ให้ลูกจ้างอยู่ อาศัยอยู่ด้วยกันหลายคน ส่วนผู้ต้องหาไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้ เเต่จะเเวะเวียนมาเที่ยวหลายครั้ง โดยมาหาเพื่อนที่พักอาศัยอยู่ชั้นบน

จากการสังเกตการเเต่งกายและทรงผม ผู้ต้องหาดูคล้ายกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ ส่วนผู้หญิงผู้เสียหาย ผู้ต้องหาก็เคยพามานอนที่บ้านหลังนี้ ที่ผ่านมาดูปกติไม่เคยเห็นทะเลาะกัน เเละในวันเกิดเหตุก็มีคนงานพักอาศัยอยู่ด้านล่างหลายคน ไม่มีใครได้ยินเสียงอะไรเลย กระทั่งมีตำรวจบุกมาจับกุม จึงทราบว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายและข่มขืนกันในบ้าน
Advertisement