
กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “พริ้ง ‘ง” โพสต์ภาพแมวหลายตัว สภาพไม่แข็งแรง บางตัวใบหน้าเปื้อนเลือด พร้อมข้อความ ระบุว่า "ฝากแมวให้เพื่อนเลี้ยง แต่เพื่อนกลับทำร้ายแมว โดยเพื่อนรายนี้มักจะหาแมวพันธุ์ที่มีตำหนิมาเลี้ยงแล้วปล่อยขายต่อ แต่ก็มีหลายตัวที่ถูกทำร้ายจนตาย"

วันที่ 27 ส.ค. 65 ทีมข่าวเดินทางไปที่ อ.กุดบาก จ.สกลนคร ได้พูดคุยกับ น.ส.พลอย (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ตัวเองเป็นเพื่อนกับ น.ส.อิ้ง ผู้ก่อเหตุ และทราบว่าอีกฝ่ายเลี้ยงแมวหลายตัว โดยเมื่อช่วงเดือนตุลาคมปี 2564 น.ส.อิ้ง ขอเจ้าลัคกี้ แมวพันธุ์เปอร์เซียเพศเมียของตน ไปผสมพันธุ์กับแมวของตัวเอง เพื่อจะได้เพาะพันธุ์ลูกแมวไปขายต่อ ตนก็ให้ไปเพราะอีกฝ่ายบอกว่าจะดูแลอย่างดี

จนทราบว่าแมวของตนตั้งท้อง และคลอดลูกจำนวน 5 ตัวเมื่อวันที่ 28 ม.ค. โดยระหว่างนั้นลูกแมวทยอยตายรวม 4 ตัว ซึ่ง น.ส.อิ้ง บอกตนว่าลูกแมวตายเพราะถูกแม่ทับ แต่ตนเห็นสภาพแมวมีเลือดที่ปากจึงเชื่อว่าแมวน่าจะถูกทำร้าย โดยลูกแมวที่เหลืออีกตัว น.ส.อิ้ง ก็นำไปขายต่อ โดยไม่คิดจะแบ่งเงินให้ตน หลังจากนั้นตนก็เริ่มเอะใจ จนสืบทราบว่า น.ส.อิ้ง ทำร้ายแมวของตนทั้งตี และดีดปาก ตัดขนที่หน้า และรู้ว่าน.ส.อิ้ง ขอแมวพันธุ์ที่เป็นโรค มาจาก จ.อุดรธานี จำนวน 7 ตัว เพื่อนำมารักษาและขายต่อ

แต่ น.ส.อิ้ง กลับทำร้ายแมว ด้วยการฉีดน้ำใส่หน้าแมวแรง ๆ เวลาอาบน้ำ เมื่อแมวดิ้นหนีก็ตบหน้า กดลงพื้น ใช้แปรงขัดรองเท้าขัดตัวแรง ๆ ใช้ลมร้อนจ่อหน้าแมว บางตัวถูกขังในห้องจนแมวตายไปหลายตัว ในตอนแรกตนไม่กล้าตักเตือน น.ส.อิ้ง เพราะอีกฝ่ายเป็นคนที่มีอาการคล้ายโรคประสาท และหากไม่พอใจ ก็มักจะทำร้ายร่างกาย ตนจึงไม่อยากยุ่ง
จนเรียนจบออกมาทำงานไม่ได้เจอกับ น.ส.อิ้งอีก ก็เริ่มคิดว่าสงสารแมว จึงปรึกษารุ่นพี่ และนำไปโพสต์ เมื่อวานนี้ได้เข้าแจ้งความเอาผิด น.ส.อิ้ง เกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ และไปรับแมวของตัวเองคืนมาจากบ้าน น.ส.อิ้ง ซึ่งช่วงที่ตนเข้าไปไม่ได้เจอ น.ส.อิ้ง เจอแค่พ่อกับย่า โดยทั้ง 2 คนบอกว่าไม่รู้เรื่องที่ น.ส.อิ้ง ทำ ส่วนแมวของตนสภาพที่ได้กลับมา มีแผลที่หูด้านขวา และขนร่วงหลายจุด ส่วนแมวตัวอื่น ๆ ที่รับไปเลี้ยง น.ส.อิ้ง อ้างว่าขายหมดแล้ว แต่ตนคิดว่าน่าจะตาย จากการถูกทำร้ายมากกว่า

นายก้อง (นามสมมติ) ลุงของ น.ส.อิ้ง ระบุว่า ปกติหลานสาวไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ โดยตนก็เพิ่งทราบข่าวว่าหลานทำร้ายแมวจนตายเมื่อวานนี้จากเพื่อนของหลานที่มารับแมวคืนไป ที่ผ่านมาหลานเลี้ยงแมวไว้เพาะพันธุ์ขาย ตนก็เห็นว่าหลานรักแมว ไม่เคยทำร้ายแมว ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับหลานสาว และคิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะกล้ากลับมาที่บ้าน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คิดว่าหลานสาวน่าจะก่อเหตุจริง เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่มีข่าวออกมา ทั้งนี้ ยืนยันไม่ปกป้องหลาน หากทำผิดก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ
Advertisement