
กรณีเพจเฟซบุ๊ก "สายไหมต้องรอด" โพสต์คลิปวงจรปิดเพื่อนบ้านมหาภัย ยืนชี้หน้าด่าหน้าบ้าน กลางดึกยืนเขย่าประตูด่า ระบุข้อความไว้ว่า "แอดคะ พี่ควรทำไงดี พี่ซื้อบ้านหลังนี้มา 5 ปี ที่เขตประเวศ ถูกเพื่อนบ้านคนนี้มาด่าแบบนี้ตลอด เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน แม้กระทั่งกลางดึก ก็มาด่า ทั้งๆที่ไม่เคยคุยกันเลย ไม่เคยมีเรื่องอะไรกันเลย แรกๆก็นานๆมาที หลังๆเริ่มหนักขึ้นๆ มาปาขวด ปาหิน เข้ามาในบ้าน พี่แจ้งตำรวจไปก็ทำอะไรไม่ได้ พี่ไม่รู้ว่าต้องทำไงแล้วคะ จะขายบ้านหนีก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน พอจะมีทางช่วยพี่ไหมคะ โดนด่าจนงงไปหมดแล้วค่ะ.... ?? // พี่เอก ช่วยพี่เขาทีนะค่ะ สงสาร???"

วันที่ 10 ส.ค. 65 ทีมข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าบ้านที่มีปากเสียงอยู่ติดกันกับบ้านผู้ร้องเรียน ผู้ก่อเหตุคือ น.ส.แอน ทั้งนี้ ทีมข่าวพูดคุยกับ น.ส.จิราวรรณ เจ๊ะแหล้ อายุ 46 ปี ผู้ร้องเรียน มอบภาพกล้องวงจรปิดเหตุการณ์ล่าสุดคือเมื่อวันที่ 9 ส.ค.65 ภาพบันทึกเหตุการณ์ น.ส.แอน เริ่มตะโกนด่าตั้งแต่ 11.14 น. ทั้งด่า ทั้งเขย่าประตูบ้านสนั่นหวั่นไหวนานกว่า 10 นาที จนเจ้าของบ้านโทรศัพท์หาตำรวจเพื่อแจ้งความ จากนั้นตำรวจมาถึงหน้าบ้านผู้ร้องเรียนเวลา 11.42 น.

น.ส.จิราวรรณ เปิดเผยว่า ตนซื้อบ้านต่อจากหมอท่านหนึ่ง ไม่รู้ว่าเจ้าของเก่าจะมีปัญหาอะไรกับเพื่อนบ้านหรือไม่ กระทั่งอยู่ ๆ มา ข้างบ้านก็มาตะโกนด่าพวกตน ซึ่งอยู่กัน 8 คน ผู้หญิง 7 คน เป็นหลาน ๆ ซึ่งอายุยังน้อย และน้องชาย 1 คน ทุกคนงงไปหมด เพราะไม่รู้จักกันมาก่อน แค่เคยเจอหน้าผ่าน ๆ แต่ไม่เคยคุยกัน หรือจะไปทำอะไรไม่ดีต่อกัน

และไม่เคยหาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร เขาถึงมาด่าตนเสียหาย เช่น อีด-ก อี-หี้ย อีสั-ว์ สารพัดที่จะด่า บางครั้งขว้างปาวิ่งของเจ้ามา ตนก็ทนมากว่า 5 ปี ขณะที่ลูกคนข้างบ้านเมื่อ 2 ปีก่อนก็ยังถูกวิ่งไปบีบคอ โดยไม่มีสาเหตุ

ซึ่งก่อนหน้านี้เขาใช้ชีวิตอยู่กับน้องชาย ได้มาขอโทษตนหลายครั้งบอกว่าพี่สาวมีอาการฝังใจกับบางเรื่อง แต่ไม่ได้มีอาการทางจิต เพราะใช้ชีวิตได้ปกติ สั่งแกร็บฯ ซื้อกับข้าวปกติ ตนก็ไม่ได้ว่าอะไร จนกระทั่งเมื่อ 4 เดือนก่อนน้องชายขาเสียชีวิตไป อาการเขาก็ยังเป็นเช่นเดิม

กระทั่งเมื่อวานนี้หนักที่สุดมายืนด่าขณะที่หลาน ๆ อยู่หน้าบ้านพร้อมเขย่าประตู หลานกลัวกันหมดวิ่งกระเจิงหนีไปหลังบ้าน ไม่มีใครกล้าออกจากบ้านแล้ว หากจะออกก็ต้องมองซ้ายมองขวาให้ดีก่อนออก และยิ่งบางวันทำของไปขายก็ต้องนอนพักผ่อน สุดท้ายไม่ได้หลับไม่ได้นอน เดือดร้อนมาก ๆ
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตประเวศ และร้องไปยัง สน.อุดมสุข ไม่สามารถจัดการหรือดำเนินการอะไรได้เลย จนกระทั่งล่าสุดร้องไปยังเพจสายไหมต้องรอดขอให้มาช่วยตนเอง เพราะกลัวมาก ๆ ให้ทำอย่างไรก็ได้ให้หยุดด่าตนเองโดยไม่มีเหตุผลสักที

นายบอม ลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.แอน ผู้ก่อเหตุ เข้าพูดคุยกับ น.ส.จิราวรรณ ผู้ร้องเรียน โดยได้ยืนรับฟัง น.ส.จิราวรรณ ซึ่งบอกว่า "รู้สึกกลัว ดำเนินการอะไรก็ดำเนินการไปจนหมดความอดทนแล้ว และไม่ไหวแล้ว"

นายบอม บอกว่าก่อนหน้านี้ น.ส.แอน อยู่กับแม่ สามี และน้องชาย รวม 4 คน โดยมีปัญหากับเจ้าของบ้านคนเก่า ก่อนที่จะขายต่อให้ น.ส.จิราวรรณา ปมเลี้ยงหมา และเรื่องน้ำไหลเข้าบ้าน ก่อนที่ทะเลาะกันรุนแรงเมื่อเดือนธันวาคม 2557 จนอดีตเจ้าของบ้านควักปืนยิงสามีเขาเสียชีวิต ส่วนเจ้าตัวก็ถูกยิงเข้าหัว แต่ไม่ตาย

โดยแพทย์โรงพยาบาลตำรวจบอกว่าเส้นสมองปลายประสาทเสียหาย จะมีความทรงจำเดิม ๆ จึงคิดว่าการที่มาตะโกนด่าที่บ้านหลังนี้เพราะอาจจะฝังใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะโทร.หา น.ส.แอน ก็ไม่รับสาย ขณะเดียวกันเรื่องการรักษาจริง ๆ กินยาแล้วเดินทางไปรักษาตัวเองหลังน้องชายแท้ ๆ เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 4-5 เดือนก่อน

สำหรับการพูดคุยเรื่องที่มาด่าเพื่อนบ้านคนใหม่ก็หยุด แต่ไม่ได้ตอบโต้ อีกทั้งรู้ว่าบ้านหลังนี้ถูกขายไปแล้ว ที่ผ่านมาดูแลได้แค่ความเสียหายที่ น.ส.แอน กระทำ จุดไหนพังตนก็รับผิดชอบ แต่เรื่องอารมณ์ตนไม่มีทางออกจริง ๆ อย่างไรก็ตามตนมาดูแลทุกวัน แต่เว้นไป 2 วันที่ผ่านมา ตนติดธุระจึงไม่ได้มาหา

ต่อมาเวลา 11.23 น. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เดินทางมาถึงรีบรับฟังข้อมูลจากชาวบ้าน ก่อนพูดคุยกับนายบอม เพื่อหาทางออกร่วมกันว่าจะให้ทีมงานมาเฝ้ารอดูเหตุการณ์ เพราะก็ต้องรีบพาตัวไปส่ง รพ.ศรีธัญญา เพื่อประเมินอาการรักษา ขอความร่วมมือนายบอมในการยินยอม ซึ่งนายบอมตกลง จึงพยายามตะโกนเรียก น.ส.แอน แต่ได้ยินเสียงเบา ๆ จากข้างในว่า "รำคาญ"

นายเอกภพ เปิดเผยว่า ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่าถูกชาวบ้านตะโกนด่า ขว้างปาสิ่งของโดยไม่มีสาเหตุ เป็นระยะเวลานานกว่า 5 ปี เมื่อตนเองมาถึงจึงทราบข้อเท็จจริงในบางส่วนของเพื่อนบ้านที่ก่อเหตุ จึงทราบว่าก่อนหน้านี้มีเหตุทะเลาะวิวาทกันกับเจ้าของบ้านคนเดิม แต่ปัจจุบันมีการขายบ้านหลังนี้ให้กับผู้ร้องเรียนไปแล้วนั้น ครั้งนั้นมีการลงไม้ลงมือถึงขั้นใช้อาวุธปืน และสามีของเจ้าตัวเสียชีวิต จึงเกิดอาการฝังใจน่าจะเป็นอาการ Unconscious หรือ ส่วนของจิตที่ขาดจิตสำนึก อยู่ต่ำกว่าจิตใต้สำนึกให้คิดว่าบ้านหลังนี้ทำร้าย แต่เมื่อเจอคนอื่นก็พูดคุยดีทั้งหมด จึงคิดว่าฝังใจแค่บ้านหลังดังกล่าว
ดังนั้นในส่วนของวิธีการรักษาตนเองได้พูดคุยกับน้องชายของผู้ก่อเหตุว่าจะนำรถของทีมงานสายไหมต้องรอดมาสแตนด์บายเตรียมความพร้อมที่จะนำตัวไปรักษา

ด้านนายหนุ่มอายุ 62 ปี เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า เจ้าของเดิมเริ่มมีปัญหากับแม่ของ น.ส.แอน ก่อนจนมีการโมโหบันดาลโทสะก่อเหตุฟันแม่ น.ส.แอน บาดเจ็บ ก่อนที่แม่ น.ส.แอนจะป่วยด้วยโรคมะเร็งและเสียชีวิตไป จากนั้น น.ส.แอน ได้ใช้ชีวิตอยู่กับสามีและน้องชาย โดยเลี้ยงหมาหลายตัว และหมามักจะเห่าเสียงดัง เพื่อนบ้านที่เป็นคู่กรณีเองก่อสร้างรางน้ำฝนปล่อยน้ำไหลมาทางบ้านของ น.ส.แอน จึงมีปากเสียงสะสมกันเรื่อยมา
กระทั่งเดือนธันวาคม 2557 น.ส.แอน ออกมายืนด่าเพื่อนบ้าน ก่อนที่เจ้าของบ้านจะเอาปืนลูกซองส่องออกมาจากทางกำแพงบ้าน และยิงเข้าที่หัวของ น.ส.แอน ขณะที่สามีของ น.ส.แอน พยายามวิ่งมาห้าม ก่อนที่จะถูกยิงเสียชีวิตคาที่ ปัจจุบันตรงข้ามบ้าน น.ส.แอน ยังมีร่องรอยกระสุนปืนเป็นรูโบ๋อยู่
Advertisement