
จากกรณีเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 2 ส.ค. 65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ ได้รับแจ้งเหตุพบศพลอยน้ำ บริเวณหน้าวัดตำหนักเหนือ ม.3 ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งรีบรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพชาย 1 ราย สภาพศพลอยขึ้นอืดใส่เสื้อกีฬาสีเขียว สวมกางเกงยืนส์ขาสั้นสีดำ ทราบชื่อต่อมาคือ นายนครินทร์ หนูแสง อายุ 34 ปี อาชีพช่างซ่อมบำรุง เป็นผู้ฆ่านางสาวกรรณิกา เอกปัชชา เสียชีวิต ก่อนพลิดชีวิตด้วยการกระโดดน้ำ

ภาพกล้องวงจรปิด หลังเกิดเหตุ ช่วงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 ส.ค.65 จับภาพนายนครินทร์ ผู้เสียชีวิต ขับ จยย.ออกจากบ้าน ใกล้สะพานนวลฉวี จุดที่นายนครินทร์กระโดดสะพาน จับภาพนายนครินทร์กระโดดสะพานลงน้ำ มีเงาดำหล่นลงน้ำ และมีคลื่นน้ำกระเพื่อมในวินาทีต่อมา

วันที่ 2 ส.ค. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังจุด ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง เป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ในพื้นที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

โดยจุดที่พบนางสาวกรรณิกา ผู้เสียชีวิต ภายในห้องนอนชั้น 1 ด้านล่าง บนฟูกที่นอน พบอาหารของเซ่นไหว้ผู้ตาย ทางญาติของนางสาวกรรณิกา หรือ เมย์ ได้ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.จันทบุรี แล้ว

บริเวณข้างฝาผนังห้อง เต็มไปด้วยรูปภาพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นภาพพรีเวดดิ้ง สอดคล้องกับข้อมูลที่ทั้ง 2 คน เพิ่งแต่งงานกัน

นายนุชล หนูแสง พ่อของผู้เสียชีวิต บอกว่า นายนครินทร์ หรือ โจ้ อายุ 34 ปี ลูกชาย เป็นคนที่มีอุปนิสัยค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยพูดจา หรือสุงสิงกับใครมา เวลามีปัญหาอะไรเขาก็ไม่เคยเล่าให้พ่อแม่ฟัง จนกระทั่งปี 2558 ตนเกษียณอายุ จึงย้ายไปอยู่บ้านที่ จ.ราชบุรี ทำให้บ้านหลังนี้มีแค่ นายนครินทร์ ผู้ตาย และนายนิวัฒน์ ลูกชายคนโตอาศัยอยู่

จากนั้นนายนครินทร์แต่งงานจดทะเบียนสมรสกับนางสาวกรรณิกา เอกปัชชา ผู้เสียชีวิต วันที่ 24 เม.ย.65 ที่ผ่านมา แล้วก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยกัน โดยนางสาวกรรณิกาไม่ได้ทำงาน มีแค่ลูกชายตนเป็นเสาหลัก ซึ่งก็มีปัญหาที่ลูกชายมี คือเรื่องเงินไม่พอใช้ มักโทรมาขอเงินกับตน ตนก็โอนเงินให้ประจำ แต่เรื่องทะเลาะภรรยาไม่เคยปริปากพูด
มีเหตุการณ์หนึ่งไม่รู้ว่าเขา 2 คนมีปัญหาอะไรกัน แต่นายนครินทร์เคยดื่มน้ำยาล้างห้องน้ำเพื่อฆ่าตัวตายแล้วครั้งหนึ่ง จนหมอเชื่อว่า เข้าข่ายเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แต่เจ้าตัวก็คิดว่าตัวเองปกติดี เลยไม่ได้ไปรับยามารักษาตัว วันเกิดเหตุตนไม่ทราบเรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอาศัยอยู่บ้าน จ.ราชบุรี โดยลูกชายคนโตโทรมาแจ้งข่าวว่าลูกชายของตนกระโดดน้ำจบชีวิตที่สะพานนวลฉวี ให้เพื่อนมาเอารถจักรยานยนต์และทรัพย์สิน ซึ่งตนรู้สึกตกใจมาก ไม่คาดคิดว่าเขาจะจบชีวิตแบบนี้ ส่วนครอบครัวของนางสาวกรรณิกา ตนได้มีการพูดคุยเบื้องต้นแล้ว ช่วยในเรื่องของงานศพ และก็เข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย เพราะสูญเสียเหมือนกัน ส่วนจดหมายที่ลูกชายเขียนตนยังไม่ได้อ่าน
ส่วนศพนายนครินทร์ ลูกชาย ตอนนี้นำไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และจะรับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดหลักสี่ ซึ่งตนก็ไม่รู้จะบอกอะไรกับลูก เพราะก็ไม่ใช่คนพูดบอกรักเท่าไร

สำหรับจดหมายลาตาย ฉบับที่ 1 เขียนขอโทษถึงพ่อแม่ ที่ยังไม่ได้มีโอกาสได้ดูแลพ่อแม่อย่างดีเลย ผมรักเมย์มาก แต่ผมยังไม่มีเงินที่จะทำให้เมย์สบาย ผมกำลังสร้าง ผมไม่โทษเมย์ที่อยากได้อะไรไวๆ แต่โทษผมเอง ผมผิดเองที่สร้างช้าไป ผมขอโทษครอบครัวทั้งเรา และของเมย์นะครับ

ฉบับที่ 2 เขียนถึงพี่ชาย พี่เจต ผมทำเมย์ตายแล้วพี่ ผมก็ไม่อยู่แล้วพี่ ผมขอโทษครับพี่ ผมไม่ไหวจริงๆครับพี่ ดูในไลน์โทรศัพท์ที่ผมทำโน๊ตไว้ในไลน์ …… ขอโทษทุก ๆ คนด้วยครับ

นางสาวกุ้ง (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า นายนครินทร์ หรือ โจ้ เป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เจอกันก็ยิ้มทักทายกันปกติ แต่ไม่ได้สนิทสนมถึงขึ้นพูดคุยอะไรกันมาก ซึ่งล่าสุดนายนครินทร์เพิ่งแต่งงานกับนางสาวกรรณิกา เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2565 แล้วก็มาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังเกิดเหตุ
ที่ผ่านมา ก็ไม่ค่อยเห็นนางสาวกรรณิกาออกจากบ้าน เห็นแค่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไปซื้อกับข้าวกับนายนครินทร์เท่านั้น และไม่แน่ใจว่านางสาวกรรณิกาทำงานอะไ รเพราะไม่เคยเห็นออกจากบ้าน และไม่ค่อยออกมาพูดคุยกับใคร แต่ตนไม่เคยเห็น 2 คนนี้ทะเลาะกันเสียงดัง เลยไม่รู้ว่าเขามีปัญหาอะไรกัน ตอนทราบข่าวคือตอนเช้าของวันที่ 1 ส.ค.65 ที่ผ่านมา เห็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาในที่เกิดเหตุถึงทราบข่าว ส่วนตัวก็รู้สึกตกใจ ไม่คาดคิดว่านายนครินทร์จะฆ่านางสาวกรรณิกาตาย ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องของการหึงหวง เพราะนางสาวกรรณิกาอาจจะอยากเลิก เหตุความคล่องสภาพการเงินไม่พอใช้ และตัวของนายนครินทร์ ก็คงรักมาก หวงมาก กลัวนางสาวกรรณิกา ไปคุยกับคนอื่นแล้วขอเลิก

พ.ต.อ.กฤณ์พนธ์ เพ็ชรสดศิลป์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ให้ข้อมูลว่า นายนครินทร์ ผู้เสียชีวิต คาดว่ามีภาวะป่วยซึมเศร้า โดยมาจากเรื่องภรรยา เนื่องจากดูจากจดหมายลาตาย พบว่ามีเนื้อหาน้อยเนื้อต่ำใจ ที่ไม่สามารถสร้างตัวและสร้างมูลค่าของเงินในอาชีพ ที่จะได้มากพอ ในแบบที่ภรรยาพอใจ จนอาจจะมีการขอเลิก เพราะพี่ชายนายนครินทร์บอกว่า พักหลังทั้ง 2 คนทะเลาะกันเรื่องเงินไม่พอใช้บ่อย และฝ่ายหญิงจะขอเลิก นายนครินทร์ฝ่ายชายก็หึงหวง กลัวภรรยาเลิกและไม่อยากเลิก
วันเกิดเหตุคาดว่าทั้ง 2 คนนั่งดื่มเบียร์ด้วยกัน แต่ไม่รู้ว่ามีปากเสียงกันยังไง น้องสาวของนางสาวกรรณิกาบอกว่า เคยมีครั้งหนึ่ง ทะเลาะกัน นายนครินทร์โมโหใช้หมอนกดหน้าเกือบตาย จึงเชื่อว่าสาเหตุของการตาย นายนครินทร์น่าจะใช้หมอนกดหน้านางสาวกรรณิกาจนเสียชีวิต เพราะพิสูจน์หลักฐานไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด
และลงความเห็นเบื้องต้นว่า "ขาดอากาศหายใจ" ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหานายนครินทร์ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา และนายนครินทร์จบชีวิตด้วยการกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย

ทีมข่าวเดินทางไปงานศพของ น.ส.กรรณิกา เอกปัชชา อายุ 31 ปี ที่วัดเขาหอม ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยทางญาติได้เตรียมงาน และรอรับศพที่จะมาถึงวัดช่วงค่ำ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจญาติๆ และชาวบ้าน ต่างเดินทางมาร่วมงาน

นางเทวิกา วงเอก น้าของ น.ส.กรรณิกา ผู้เสียชีวิต เปิดใจว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 3-4 คืน หลานสาวโทรมาร้องไห้ บอกว่านายนครินทร์ ฝ่ายชายขี้หึง ชอบทุบตี และเอาหมอนอุดจมูกเกือบตาย เวลาที่ฝ่ายชายออกไปทำงานโดนขังในห้อง ตนเองก็ไม่เห็นกับตา แต่หลานสาวเป็นคนเล่าให้ฟัง ตอนที่ตัวเองโทรคุยกับหลานสาว นายนครินทร์แย่งมือถือไปคุย และขู่ว่าเตรียมดอกไม้จันทน์วางหน้าศพได้เลย ไม่อย่างนั้นก็ไปแจ้งตำรวจรอ เพราะตำรวจจับตนเองไม่ได้อยู่แล้ว
หลังจากนั้น ฝ่ายชายได้เอามือถือหลานไปทุบทิ้ง หลานสาวคบฝ่ายชายได้ 1 เดือนกว่า แล้วแต่งงานกัน ฝ่ายชายชอบขายฝัน บอกว่าตัวเองมีพร้อมทุกอย่าง จนกระทั่งเช้าวันที่ 1 ส.ค. เวลา ประมาณ 08.00 น. แม่ของฝ่ายชายบอกว่าหลานสาวเสียชีวิตแล้ว
Advertisement