
ทีมข่าวได้รับร้องเรียนจากผู้เสียหาย หญิงอายุ 20 ปี ชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา ถูกอดีตแฟนหนุ่มอายุ 16 ปี แอบถ่ายคลิปแบล็กเมลโป๊เปลือยช่วงที่คบหากัน แต่พอเลิกกันอดีตแฟนเก่าได้นำภาพมาเผยแพร่ลงโซเชียลฯ และในกลุ่มเพื่อนผู้ชาย

ล่าสุด วันที่ 26 ก.ค. 65 ทีมข่าวลงพื้นที่ไปที่หาดใหญ่ จ.สงขลา พูดคุยกับผู้เสียหาย นางสาวนก (นามสมมติ) เปิดใจเล่าว่า ตนคบกับแฟนหนุ่มที่อายุ 16 ปี นายแบงค์ (นามสมมติ) มาได้ 1 ปี 2 เดือน

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมาจับได้ว่าแฟนหนุ่มมีคึนอื่น แล้วไปมีอะไรกับหญิงสาวคนอื่น จึงขอเลิก แต่แฟนหนุ่มไม่ยอม บิดเรื่องว่าอยากจะคบทั้ง 2 คน ตนจึงให้แฟนหนุ่มเลือกคนเดียว แต่แฟนหนุ่มเลือกไม่ได้ ตนจึงขอเลิกเอง

หลังจากนั้นตนก็มีแฟนใหม่ มีคนเข้ามาพูดคุย ทำให้อดีตแฟนเกิดหึงหวง จึงส่งภาพถ่ายและคลิปโป๊เปลือยของตนที่แฟนหนุ่มอดีตแฟนหนุ่มเคยแอบถ่ายไว้ครั้งตอนที่เคยคบหากัน ซึ่งในตอนนั้นตนก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าแฟนหนุ่มแอบถ่ายคลิปตนไว้ เพราะเท่าที่ดูจากคลิป จำได้ว่าช่วงเวลานั้นเมาไม่ได้สติ เป็นคลิปที่อดีตแฟนหนุ่มถ่ายไว้ช่วงเดือนพฤษภาคม ตอนที่ตนและนายแบงค์ไปกินเหล้ากับเพื่อนที่บ้านของนายแบงค์ ส่งมาข่มขู่แบล็กเมลตนอยู่ตลอด



ตั้งแต่ตนเลิกรากับนายแบงค์ ก็ถูกนายแบงค์แชตมาข่มขู่ตลอดว่า หากไม่ออกมาหาจะโพสต์คลิปประจาน แล้วก็มีการส่งคลิปให้ดูว่าเป็นคลิปอะไรบ้าง ในวันที่ 21 ก.ค. นายแบงค์นำถุงยางนับ 20 ชิ้น มาปาใส่บ้านตนเพื่อข่มขู่ และมีการนำประทัดมาปาใส่อีกด้วย

ในวันที่ 22 ก.ค. นายแบงค์ก็แชตมาหา บอกให้ตนออกมาหาเพื่อมีอะไรกัน โดยจะให้ตนลบคลิปในโทรศัพท์มือถือเองทั้งหมด ตนจึงยอมทำตาม และได้ลบคลิปในโทรศัพท์มือถือของนายแบงค์ออกทั้งหมด แต่ในวันเดียวกันนั้น นายแบงค์โพสต์คลิปประจานอีก โดยมีการเซฟคลิปไว้ใน Flash Drive และคอมพิวเตอร์



จากนั้น ตนเดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ พร้อมกับยอมเปิดเผยข้อมูลกับสื่อ เพื่อให้ดำเนินการกับนายแบงค์ อายุ 16 ปี เพราะพฤติกรรมที่แย่มากขี้โกหก และตามก่อกวนตนมาตลอด ตนเคยพยายามขอร้องให้นายแบงค์หยุดพฤติกรรมดังกล่าวแล้วแต่ไม่ยอมหยุด และยังคงเผยแพร่ภาพโป๊เปลือยของตนลงในโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ และกลัวว่าเรื่องนี้จะรู้ถึงครอบครัว ซึ่งอาจจะทำให้พ่อแม่ไม่สบายใจได้

ด้านนายแบงค์ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ยอมรับว่าได้ทำจริงแต่ทุกครั้งเรื่องโพสต์คลิปในกลุ่มเพื่อน จะดึงเพื่อนเข้ากลุ่มและดึงอดีตแฟนสาวเข้ากลุ่มด้วย ส่วนภาพที่แชร์ลงไปนั้นจะเบลอภาพ ก่อนที่จะแชร์ออกไป โดยให้รู้เพียงว่าตนมีภาพโป๊แฟนสาว แต่เพื่อน ๆ จะไม่เห็นสรีระของอดีตแฟนสาว ยอมรับว่าที่ทำไปทั้งหมด เพราะอยากให้อดีตแฟนสาวกลับมาคบกับตน ที่ทำไปเพราะอยากเจรจาและพูดคุยกับอดีตแฟนสาวใหม่อีกครั้ง ตนพยายามกดดันให้อดีตแฟนสาวออกมาหาตนเพื่อพูดคุยกัน หรือง้อให้กลับมา เพราะยังรักและผูกพันมาก
ส่วนล่าสุดที่นำถุงยางอนามัย ยาคุม และประทัดไปปาที่บ้านของอดีตแฟนสาว เพราะตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. 65 ที่อดีตแฟนสาวขอเลิกกัน แต่ตนกับอดีตแฟนสาวก็ยังคงติดต่อพูดคุยกันอยู่ตลอด และมีการนำเงินให้อดีตแฟนสาว เพื่อให้ไปซื้อของตามที่ต้องการแต่ปรากฏว่ามาทราบว่าอดีตแฟนสาวนำเงินที่ตนให้ไปดูหนังกับชายอื่น และพ่อตนโทรไปสอบถามผู้ชายด้วย
หลังจากที่ตนรู้ว่าเขาคบกันอยู่ ทำให้รู้สึกไม่พอใจเหมือนถูกหลอก จึงโมโหบันดาลโทสะทำเรื่องทั้งหมด และแฟนใหม่ของอดีตแฟนสาวก็ส่งข้อความเสียงมาด่าและขู่ว่าจะมาปาระเบิดที่บ้าน ตนจึงก่อเหตุ ซึ่งเรื่องนี้ก็ยอมรับผิดและได้มีผู้ปกครองของฝั่งตนเข้าไปพูดคุยเจรจากับครอบครัวของอดีตแฟนสาวแล้ว
หลังจากที่เกิดเรื่องและมีกระแสข่าวออกไปว่าเป็นการรุมโทรม ตนยืนยันว่าไม่ใช่การรุมโทรม แต่เป็นการขู่อดีตแฟนสาว ส่วนเพื่อน ๆ ผู้ชายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตนเป็นคนทำเองทั้งหมด ยอมรับผิดทั้งหมด และวันนี้จะเดินทางเข้ามาเจรจากับผู้เสียหายและเข้ามายอมรับผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผู้ปกครองของเยาวชนชาย เผยว่า หลานชายอายุย่าง 16 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ที่ผ่านมาตนทราบว่าหลานชายคบกับหญิงสาวคนนี้ที่อายุ 20 ปีมาตลอด เมื่อเดือนที่แล้วยังเห็นไปมาหาสู่กันอยู่เลย เพิ่งมาทราบข่าววันนี้ว่าหญิงสาวได้มาแจ้งความว่าหลานชายได้นำคลิปวีดีโอไปเผยแพร่ ตนจึงได้สอบถามหลานชายให้พูดความจริง

หลานชายจึงเล่าให้ฟังว่าทะเลาะและเลิกกันจริง ฝ่ายหญิงได้มาข่มขู่แฟนใหม่ของหลานชายก่อน และข่มขู่หลานชายด้วยทั้งเพื่อนของหญิงและแฟนใหม่ของผู้หญิงมาข่มขู่จะมาดักรอที่โรงเรียน และหลานชายก็ยอมรับว่าได้มีการนำภาพโป๊ของฝ่ายหญิงไปขู่กลับ แต่ไม่ได้นำไปลงโซเซียล คือส่งให้แค่ฝ่ายหญิงดูเท่านั้น ตนยืนยันถ้าหลานชายทำผิดก็ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีการนำภาพหลานชายและข้อมูลไปเผยแพร่ว่าไปรุมโทรมเด็กผู้หญิง ก็มาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นกัน ซึ่งเพราะหลานชายไม่ได้ก่อเหตุเช่นนั้น ตอนนี้หลานชายได้รับผลกระทบมาก ทั้งที่โรงเรียน เพื่อน ๆ และคุณครูก็ต่างเข้าใจผิดคิดว่าหลานชายก่อเหตุรุมโทรมทำให้หลานชายอับอาย จนไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ วันนี้จึงพาหลานชายเข้ามาที่สถานีตำรวจเพื่อเคลียร์ปัญหา
Advertisement