
จากเหตุการณ์ภาพวงจรปิด จับภาพรถกระบะที่จอดรอซ่อมหน้าอู่แห่งหนึ่ง ในตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร หลังประสบอุบัติเหตุ จนมีผู้เสียชีวิต แต่กลับมีหัวขโมย 2 ราย เดินเข้ามาที่รถในเวลากลางวันแสก ๆ จากนั้น เปิดประตูหลังหยิบตุ๊กตาตัวใหญ่ที่อยู่ภายในรถ แล้วเดินหลบหนีไป

แต่พอถึงช่วงดึกประมาณตี 1 กว่า หัวขโมยทั้ง 2 คน เดินกลับมาที่หน้าอู่ ก่อนจะโยนตุ๊กตาที่ขโมยไปเมื่อช่วงบ่าย ทิ้งไว้หน้าอู่ แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย สร้างความงุนงงให้กับเจ้าของอู่เป็นอย่างมากว่ามาขโมยไป ล้วเอากลับมาคืนทำไม


ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เจอผู้ที่หยิบตุ๊กตาตัวดังกล่าวไป หญิงสาวรับสารภาพว่าตนเป็นคนนำตุ๊กตาตัวดังกล่าวมาจริง โดยตอนนั้นตนกับเพื่อนอยู่ในอาการเมาสุรา กำลังเดินกลับบ้าน พร้อมเพื่อนผู้ชายอีกคน ซึ่งก็เมาเช่นกัน เมื่อถึงหน้าอู่เห็นตุ๊กตาวางอยู่ในรถ เกิดความอยากได้ จึงเดินเข้าไปหยิบตุ๊กตาออกมาจากรถ แล้วนำกลับบ้าน

แต่พอตกดึก ขณะที่นอนหลับอยู่ ปรากฏว่ามีผีผู้หญิงมาคร่อมที่ลำตัวของตน แล้วใช้มือบีบคอตน จนเจ็บคอ ตนรู้สึกกลัว และสำนึกผิด จึงรีบปลุกแฟนของตนให้รีบเอาตุ๊กตาตัวดังกล่าวไปคืนทันที ซึ่งหลังจากนั้น ทำให้ตนมีอาการเจ็บไข้ และเจ็บคอไม่หาย

ส่วนแฟนหนุ่มของหญิงรายดังกล่าว เล่าว่า ตนไม่ได้ไปหยิบตุ๊กตาตัวดังกล่าวมา แต่ก็ต้องรีบเอาไปคืน เพราะแฟนของตนโดนผีหลอก แต่ไม่รู้ว่าตุ๊กตาอยู่ตรงจุดใด จึงเอาไปโยนไว้ในช่วงกลางดึก แล้วรีบกลับเข้าบ้านมา

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าของอู่รถไม่ได้ติดใจเอาความ รเพราะคิดว่าน่าจะทำไปเพราะความเมา แล้วก็ได้เอาตุ๊กตามาคืนแล้ว จึงให้อภัยกัน

ทนายเกิดผล แก้วเกิด ให้ความคิดเห็นทางด้านกฎหมายว่า การที่ไปขโมยทรัพย์สินของผู้อื่น โดยมีเจตนาเอาไปโดยทุจริตเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหลังจากที่ได้เจตนานำทรัพย์สินของคนอื่นไปแล้ว ถือว่าเป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว และเป็นอาญาแผ่นดินด้วย

โดยต่อมาแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนใจ หรือนำทรัพย์สินกลับมาคืนให้เจ้าของ ไม่ว่าจะเกิดจากการสำนึกผิด หรือถูกบังคับให้เอามาคืน หรือถูกเจ้าของไปติดตามทวงถามมาคืน จนสุดท้ายเอามาคืนแล้ว แต่ความผิดในการขโมยถือว่าสำเร็จไปแล้ว ถึงอย่างไรก็จะถูกดำเนินคดีต่อไปเช่นเดิม แม้เจ้าของไม่ติดใจ แต่ตำรวจก็เอาผิดได้ เพราะเป็นอาญาแผ่นดิน

นายไพโรจน์ พนมวาสน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวมือฉกตุ๊กตา ได้ความว่าได้หยิบเอาตุ๊กตาคิตตี้ตัวดังกล่าวไปจากรถที่เกิดอุบัติเหตุจริง แต่กลับไปถึงบ้านในขณะที่นอนหลับอยู่ กลับโดนผีหลอก โดยมีคนมาบีบคอและดึงขา จึงได้นำตุ๊กตาตัวดังกล่าวกลับไปคืน

ส่วนตัวแล้วตนเองวิ่งออกกำลังกายผ่านบริเวณหน้าอู่ซ่อมรถดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน ในช่วงเย็นถึงค่ำเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือเรื่องราวอาถรรพ์ เช่นเดียวกันกับชาวบ้านในละแวกนี้ สอบถามแล้วก็ไม่เคยมีใครพบเห็นสิ่งลี้ลับใด ๆ มีเพียงเสียงหมาหอนในช่วงกลางดึกที่ชวนขนลุกเท่านั้น ตนคิดว่าอาถรรพ์ที่หญิงสาวมือฉกตุ๊กตาเจอนั้น อาจจะเกิดจากอาการเมาจนขาดสติของเจ้าตัวเองก็เป็นได้
Advertisement