
กรณีเพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้” มีการลงเรื่องราวพร้อมกับภาพนิ่งซึ่งเป็นบรรยากาศงานศพของเด็กชายวัย 6 ขวบ ระบุว่า “#ร้องเรียนตรวจสอบ มีคนพาน้องไป..น้องเสียชีวิต..ญาติยังติดใจในการเสียชีวิตร้องขอให้สื่อสังคมช่วยตรวจสอบหาความจริง
พิกัด ตากฟ้า อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ค่ะ

เด็ก 6 ขวบจมน้ำในที่ป่าทึบรกร้างร่างกายมีรอยเขียวช้ำที่ตา เลือดออกที่หู….แต่หาสาเหตุไม่ได้ หลับให้สบายนะน้องภัทร โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่เด็กชาย ตามออกไปกับชายคนหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งเป็นคนจิตอาสาแจกข้าวของและให้ขนมเด็กกิน โดยในวันเกิดเหตุเด็กชายได้ตามหลังชายคนดังกล่าวไป แต่สุดท้ายพบเป็นศพอยู่ในร่องน้ำ” นั้น

วันที่ 17 มิ.ย. 65 ทีมข่าวลงพื้นที่เส้นทางของวันที่ 14 มิ.ย. 65 คาดว่าเป็นเส้นทางที่นายกร ผู้ต้องสงสัยที่ครอบครัวชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของน้องภัทร อายุ 6 ขวบ มีกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้กับศาลเจ้าหรือโรงเรียนเก่า ซึ่งเป็นที่ทำงานของนายกร ผู้ต้องสงสัย

พบว่าในวันนั้นกล้องวงจรปิดเส้นทางก่อนที่จะไปสวนของนายกร เห็นเจ้าตัวปั่นจักรยานผ่านกล้องตัวดังกล่าว ก่อนที่จะเห็นน้องภัทร ใส่เสื้อสีเหลืองวิ่งตามหลัง คล้ายตะโกนขอให้นายกรหยุด และพาไปด้วย จากนั้นกล้องวงจรปิดอีกตัวซึ่งถัดจากกล้องตัวดังกล่าว ยังจับภาพได้ต่อ ซึ่งเห็นว่าตัวของนายกร มีการปั่นจักรยานทิ้งห่างน้องภัทร แต่ทางด้านของน้องภัทร ก็ยังวิ่งตามหลังเพื่อขอไปด้วย โดยเป็นกล้องวงจรปิดที่ทีมข่าวได้รับมาก่อนที่จะไปถึงถนนเรียบทางรถไฟเพื่อมุ่งหน้าไปที่สวนของนายกร ห่างจากกล้องวงจรปิดตัวดังกล่าวประมาณ 600 เมตร

ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยัง หลังสวนของชาวบ้านคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงเรียนอุสาหะวิทยา โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นลานดิน และมีร่องน้ำซึ่งเป็นร่องสวนภายในสวนของนายกร ลักษณะร่องสวนบริเวณดังกล่าว มีบ้านคนแต่เป็นลักษณะบ้านร้างไม่มีคนอาศัยอยู่ และเป็นท้ายสวนของชายที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเด็ก เป็นลักษณะร่องสวนยาวประมาณ 100 เมตร เพราะขุดใช้สำหรับรดน้ำในสวน ความกว้างประมาณ 2 เมตร ลึกประมาณ 120 ถึง 130 เซนติเมตร และบริเวณขอบร่องน้ำ จะมีต้นหญ้ารกสูงประมาณ 1 เมตร

ญาติให้ข้อมูลว่า ในวันนั้นตอนที่มีการค้นหาเบาะแส เจอแต่รองเท้าที่ลอยอยู่ในน้ำ 2 ข้าง แต่ไม่เห็นลักษณะหญ้าแหวก เพราะถ้าหากเด็กจะเดินลัดต้นหญ้าแล้วพลัดตกลงไปในน้ำ ก็จะต้องเห็นรอยหญ้าแหวกหรือหญ้าล้มที่ชัดเจน แต่ในวันที่ค้นหายืนยันว่าจุดที่พบศพไม่มีรอยหญ้าแหวกหรือลักษณะตกลงไปในน้ำแต่อย่างใด จากจุดที่พบร่างของเด็ก อยู่บริเวณท้ายของสวนของชายผู้ต้องสงสัย อยู่ห่างจากบริเวณหน้าบ้าน ทางเข้าสวนด้านหน้าประมาณ 100 เมตร ตามคำให้การชายผู้ต้องสงสัยอ้างว่าตอนนั้นยืนรดน้ำอยู่ที่หน้าบ้าน แต่ไม่ทราบว่าเด็กเดินไปบริเวณด้านหลังสวนตั้งแต่เมื่อไร



โดยนางสาวธัญญา วงษ์คำหล้า หรือ แตน อายุ 31 ปี แม่ของเด็ก และนายเตี้ย กันเชียง ลุงของเด็ก พร้อมญาติพาทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยังโรงน้ำในสวนที่เกิดเหตุ ที่พบร่างของลูกชายนอนคว่ำหน้าจมอยู่ในร่องน้ำ ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. เศษ ซึ่งค่อนข้างมืดจึงได้ใช้ไฟส่องกบ การค้นหาจนกระทั่งเจอรองเท้าลอยอยู่ในร่องน้ำ ก่อนที่จะตะโกนให้กับนายเตี้ยซึ่งเป็นลุงกระโดดลงไปงมหา ระทั่งพบร่างนอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำซึ่งติดอยู่กับพื้นขี้เลน
ภายหลังที่ครอบครัวนำร่างของของเด็กขึ้นมา ได้มีการอุ้มร่างไปนอนไว้ที่ลานดินด้านบน โดยจุดดังกล่าวยังคงมีถุงมือและสำลีสีขาว ที่มีเลือดของคนตายติดอยู่ โดยครอบครัวได้นำสำลีมาซับเลือดที่ไหลออกบริเวณตาหูปากและจมูก เพราะหลังจากที่อุ้มร่างขึ้นมาจากน้ำปรากฏว่ามีเลือดทะลักไหลออกหลายจุด จึงได้พยายามช่วยกันซับเลือดบางส่วน ก่อนที่อาสากู้ภัยจะมาถึง

นายเตี้ย อุดมกันเชียง ลุงของเด็ก เปิดใจว่า ในช่วงที่แม่ของหลานมาบอกว่าหลานหายตัวไปกลับบ้านผิดเวลา ทุกคนก็ออกตามหา แต่อุปสรรคเป็นช่วงค่ำและมืด จึงทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก ค้นหาเบาะแสสุดท้ายตามคำให้การของผู้ต้องสงสัย มีการพาหลานชายไปเล่นบริเวณสวนก่อนที่จะหายตัวไป ญาติและชาวบ้านบางส่วนจึงได้มีการปูพรหมค้นหา กระทั่งแม่ของเด็กไปเจอรองเท้าลอยอยู่ในน้ำ ตนเองจึงได้รีบกระโดดลงไปเพื่องมค้นหา
ตนเองได้ประคองอุ้มร่างของหลานชายขึ้นมาพ้นน้ำ สิ่งที่เห็นคือเบ้าตามีลักษณะรอยช้ำและมีเลือดไหล ประกอบกับปากมีลักษณะฉีกขาด มีเลือดไหลออกบริเวณตาจมูกปากและหู และตอนที่อุ้มร่างหลานขึ้นมาเลือดก็ยังไหลหยดไม่หยุด ตนเองในฐานะที่เคยเอาศพคนตายขึ้นมาจากน้ำ ในกรณีเคสอื่นก็ไม่มีความผิดปกติเหมือนกรณีเลือดไหล
ภายหลังที่มีการพบร่างของหลานชาย เจ้าของสวนซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยที่ครอบครัวคาดการณ์ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็มายืนดูแต่ก็ไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด และจากเดิมอ้างว่าหลานชายวิ่งตามไปที่สวนดังกล่าวแล้วหายตัวไป ระยะหลังได้มีการเปลี่ยนคำให้การใหม่ อ้างว่ามีการพาหลานขึ้นรถติดไปด้วยที่สวนดังกล่าว ตนเองจึงบอกว่าเรื่องของคำให้การที่ไม่ตรงกันอาจจะเป็นพิรุธตั้งแต่แรก แล้วทำไมตอนที่หลานชายหายไปไม่ยอมมาบอกคนในครอบครัว
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวไม่รู้ว่าด้วยบุคลิกของหลานชายที่มีการไว้ผมยาว ทำตัวอ้อนแอ้นคล้ายเด็กผู้หญิง จะทำให้ตัวของผู้ต้องสงสัยเข้าใจผิดว่าหลานชายเป็นผู้หญิงหรือไม่ เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะแยกไม่ออก เนื่องจากทั้งผมยาวและการแต่งกายคล้ายผู้หญิง

นางสาวธัญญา แม่ของเด็ก เปิดใจว่า ในวันที่ 14 มิ.ย. ช่วงเช้าถึงบ่าย ลูกชายของตนเองนั่งเล่นอยู่บริเวณลานดินข้างบ้าน จุดดังกล่าว โดยนั่งเล่นอยู่คนเดียวและมีหมาชื่อบาว นั่งเล่นอยู่กับลูกชายประจำ แต่พบว่าวันดังกล่าวช่วงเวลาประมาณ 4-5 โมงเย็น ลูกชายหายไปจากร้านดินข้างบ้าน ตอนนั้นตนเองก็ออกตามหา และสอบถามคนละแวกใกล้เคียงก็ไม่มีใครรู้ว่าลูกชายไปไหน เพราะโดยส่วนใหญ่ลูกชายก็จะเล่นอยู่ละแวกแถวบ้าน ไกลมากสุดคือแถวศาลเจ้า ซึ่งจุดดังกล่าวจะเป็นที่ทำงานของกลุ่ม อสม.หมู่บ้าน และตรงนั้นจะมีชายผู้ต้องสงสัย ที่ครอบครัวเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งลูกชายก็มักที่จะไปที่ศาลเจ้าเพื่อไปหานายกร เนื่องจากเคยได้รับขนมกิน ตนเองก็เดินทางไปที่ศาลเจ้าเพื่อไปสอบถามนายกร เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้เจอลูกชาย ตนเองจึงย้อนกลับมาที่บ้านและตามหาเบาะแสที่อื่น

จนกระทั่งเริ่มค่ำตนเองก็ไปถามกลุ่มเด็กที่วิ่งเล่นอยู่ในละแวกที่คิดว่าลูกชายจะผ่าน เด็กหญิงคนหนึ่งบอกว่าเห็นลูกชายไปที่ศาลเจ้าไปขอขนมกับนายกร ตนเองจึงได้ย้อนกลับไปหานายกรอีกครั้ง รอบนี้เจ้าตัวบอกว่าได้ซ้อนท้ายรถไปที่สวน เป็นเหตุการณ์ที่ลูกชายของตนเองวิ่งตามจึงยอมที่จะพาไปด้วย นายกรก็อ้างว่า "คิดว่าเด็กกลับบ้านแล้ว" ทำให้ตนเองรู้สึกสงสัยมากขึ้นว่าลูกชายหายไปได้อย่างไร
ซึ่งตนเองก็ตกใจไม่คิดว่าจะเจอร่างของลูกชายอยู่ในร่องน้ำดังกล่าวเป็นสวนของนายกร ทำให้ครอบครัวติดใจมากยิ่งขึ้น ประกอบกับร่างของลูกชายที่เอาขึ้นมาจากน้ำ มีลักษณะเหมือนร่องรอยของการถูกทำร้ายมากกว่าคนจมน้ำตายทั่วไป มีเลือดไหลซึม หลังเกิดเหตุ ตนเองก็ยืนยันว่าไม่มีทางที่ลูกจะเดินไปไกลถึงขั้นตกไปในร่องน้ำได้ เพราะจุดดังกล่าวห่างจากบ้านเกือบ 500 เมตร แต่ดันไปโผล่ที่ท้ายสวนของนายกร และหลังจากเกิดเหตุครอบครัวได้พยายามนำศพของลูกชายส่งชันสูตร ตอนแรกมีการระบุการตายเบื้องต้นว่าขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ ก่อนที่จะมีผลยืนยันเกี่ยวกับแผล แต่ก็งงว่ามีการระบุว่าเกิดจากร่องรอยของการถูกสัตว์แทะ ตนเองมองว่าเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นตนเองก็เชื่อว่ายังคงมีการถูกทำร้ายก่อนที่จะทำให้ลูกชายตกไปอยู่ในร่องน้ำ

ที่วัดช่องแค อ.ตาคี จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของน้องภัทร บรรยากาศสวดศพเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งมีการตั้งบำเพ็ญกุศลศพ แม่มีการยืนพูดคุยกับรูปของลูกว่า "ให้มาเข้าฝันบอกแม่นะว่าใครทำลูก แม่จะทวงคืนความยุติธรรมให้ถึงที่สุด แม่รักลูกนะ มาหาแม่นะ มาบอกแม่ด้วยว่าใครทำลูก"

นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากที่เด็กมีรอยบาดแผลและเลือดไหลนั้น เด็กเสียชีวิต ถ้าขาดอากาศหายใจยังพอฟังได้ แต่เรื่องรอยช้ำ ล้มกระแทกพื้นหน้าที่บาดเจ็บควรเป็นจมูก ไม่ใช่ดวงตา ส่วนเลือดที่ออกใบหูน่าจะถูกกระทบจากภายนอกมากกว่า ไม่น่าจะเกิดจากอุบัตเหตุ แต่ทั้งนี้ หากต้องการทราบผลอย่างชัดเจนต้องผ่าชันสูตร อีกทั้ง ต้องดูด้วยว่าบาดแผลหรือรอยช้ำอาจเกิดจากสัตว์กัดแทะได้หรือไม่

นายกร อายุ 64 ปี เจ้าของสวนที่พบศพน้องกร ถูกกล่าวหา ติดต่อมายังสำนักข่าวอมรินทร์ ทีวี เปิดใจว่า เหตุการณ์ในวันนั้น ตนเองทำงานอยู่ที่โรงเรียนเก่า หรือศาลเจ้าช่วงบ่าย จำได้ว่าช่วงเช้าน้องภัทรเดินทางมาที่ศูนย์เพื่อที่จะขอขนม แต่ไม่เจอตนเองจึงคาดว่าเดินทางกลับไปที่บ้าน ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. น้องภัทรมายืนเคาะกระจกอยู่ที่ห้องทำงาน มาเรียกตนเอง ปกติเจ้าตัวก็จะเรียกแบบนั้นเสมอ มาขอขนมและข้าวกิน

หลังจากที่ตัวเองเอาขนมให้ น้องภัทรก็วิ่งเล่นตามประสาเด็ก จากนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีคนมาเต้นแอโรบิกบริเวณลานสนามโรงเรียนเก่า มีการเปิดเพลงเสียงดัง ประกอบกับจะเป็นช่วงเวลาทุกวันที่เป็นช่วงจังหวะคนมาเต้นแอโรบิก แล้วตนเองก็ออกจากที่ทำงาน ย้อนกลับไปที่สวน รดน้ำต้นไม้ในสวน ต้นกล้วยที่ปลูกเอาไว้เป็นประจำทุกวัน ในช่วงเวลาที่ตนเองกำลังจะปั่นจักรยานกลับไปรถน้ำที่สวน น้องภัทรก็เลยวิ่งตามหลังรถจักรยาน พูดว่า "ผมไปด้วยครับ ที่บ้านไม่มีคนอยู่ แม่นอนหลับ" ตนเองก็เห็นว่าเด็กอยู่คนเดียว วิ่งเล่นในช่วงเวลานั้นซึ่งรถเยอะ กลัวว่าจะเกิดอันตรายจึงพาเด็กขึ้นมานั่งบริเวณด้านหน้าของรถจักรยาน
เมื่อไปถึงที่สวนแล้ว ตนเองก็ได้ให้น้องนั่งเล่นอยู่บริเวณจุดที่เป็นคอกเก็บปุ๋ย บอกกำชับว่าให้เล่นอยู่ตรงนี้ อย่าดื้อหรือไปไหน ส่วนตัวก็ใช้กระบวยเดินตักรถน้ำต้นไม้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กลับมาตรงบริเวณคอกปุ๋ย ปรากฏว่าน้องภัทรหายไปแล้ว ตอนนั้นก็ยอมรับว่ามีตกใจเล็กน้อย คิดว่าเด็กหายไปไหน แต่อีกมุมหนึ่งก็คิดว่าเป็นพื้นที่บ้านหรือในชุมชนที่น้องภัทรรู้จัก จึงคิดว่าเจ้าตัวอาจจะเดินกลับบ้านไปแล้ว เวลาประมาณ 19.00 น. เริ่มค่ำแล้วจึงได้รีบอาบน้ำแต่งตัวและกลับไปที่ศูนย์

จังหวะที่ย้อนกลับมานั่งทำงานอยู่ที่ศูนย์ แม่ของน้องภัทรมาสอบถาม ตนเองก็บอกว่า รู้จักน้องภัทร ตอนเย็นยังพาไปรถน้ำที่สวนอยู่เลย ตอนนั้นแม่ของเด็กก็บอกว่ายังไม่กลับบ้าน หาไม่เจอ ตนเองจึงพาทั้งแม่และพ่อเลี้ยงไปที่สวนที่สุดท้ายที่ตนเองพาน้องภัทรไป จากนั้นก็ใช้เวลาในการหาตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป และหาจนกระทั่ง 21.00น. แม่ของเด็กจึงไปพบรองเท้าและศพ

คืนนั้นเดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ตำรวจก็สอบถามว่าอยู่กับน้องครั้งสุดท้ายเมื่อไร และน้องหายไปตั้งแต่ตอนไหน พนักงานสอบสวนก็ได้สอบถามตนเองว่ามีสัตว์อะไรที่ถูกเลี้ยงเอาไว้ภายในสวนแล้วจะทำให้เกิดบาดแผลหรือไม่ ตนเองจึงนึกขึ้นได้ว่าในร่องน้มีการเลี้ยงปลาตะเพียน เกือบ 5,000 ตัว แต่ไม่ได้มีความดุร้าย ในสวนดังกล่าวเป็นสวนที่รกทึก ก็มีตัวเงินตัวทองจำนวนมากด้วย
สำหรับกรณีที่ครอบครัวตั้งประเด็นข้อสงสัยที่ตนเองนั้น ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะตนเองคือคนสุดท้ายที่อยู่กับน้องภัทร แต่ก็ได้รับคำยืนยันจากชาวบ้านซึ่งอยู่ใกล้กับโรงเรียนบริเวณท้ายของสวน มีชาวบ้านบอกกับตนเองว่าช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ซึ่งในความผิดถ้าหากมีการแจ้งข้อกล่าวหาตนเองก็ต้องพร้อมน้อมรับตามกระบวนการของกฎหมาย เพราะก็ถือว่าเป็นคนพาเด็กไปที่สวนแห่งนั้น อาจมีความผิดเรื่องของการประมาท และถ้าหากย้อนกลับไปได้ก็อยากจะมองเป็น 2 เรื่อง คือ 1. พาเด็กไปเที่ยวหรือพาไปที่สวนได้ แต่ก็ควรที่จะมีการดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่เพียงลำพัง 2. ไม่ควรพาเด็กไปที่นั่นตั้งแต่แรก

กรณีคำให้การที่อาจจะพูดไม่ตรงกันแล้วทำให้ครอบครัวเข้าใจผิดนั้น เป็นเพราะไม่ได้มีการสื่อสารหรือคุยกันตั้งแต่แรก ตนเองเห็นว่าครอบครัวอยู่ในอาการเสียใจและร้องไห้ตลอด บางครั้งเจอกันที่โรงพักก็ยังไม่มีโอกาสที่จะคุยกันอย่างจริงจัง จึงทำให้คำพูดและคำตอบในหลายเรื่องอาจจะตอบได้ไม่หมดหรือไม่ครบถ้วน จึงทำให้ครอบครัวเชื่อว่าตนเองมีการตอบหรือให้ข้อมูลที่ไม่ตรงในแบบเดิม
อย่างไรก็ตาม นายกร ยังเปิดใจกับทีมข่าวอีกว่า ประเด็นที่ครอบครัวมองว่าน้องภัทร มีการแต่งกายหรือลักษณะคล้ายผู้หญิง แล้วตีประเด็นว่าตนเองเข้าใจว่าตัวน้องเป็นผู้หญิงแล้วคิดไม่ดีไม่ร้าย ส่วนตัวขอยืนยันว่าตนเองรู้จักกับน้องเป็นช่วงเวลาพอสมควร และค่อนข้างสนิทกัน น้องก็ไม่ได้กลัวอะไรในตัวของตนเอง มาขอขนมและวิ่งตามอย่างที่ปรากฏในวงจรปิด
Advertisement