
วันที่ 2 มิ.ย. 65 สำหรับคดีฆาตกรรมอีกหนึ่งเรื่องสะเทือนใจ หลังช่วงเช้าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาข่า รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ในบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.17 ต.บ้านหวาย อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม โดยเบื้องต้นหลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบที่เกิดเหตุเป็นบ้านพัก 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ ยังสร้างไม่เสร็จ หน้าต่างและประตูบ้านยังไม่ได้มีการติดตั้ง

ส่วนของบริเวณชั้น 2 ของบ้าน ภายในห้องนอนพบร่างของ นางทองคูณ ปะติโยเก อายุ 75 ปี นอนหงายอยู่บนเสื่อ ใส่ผ้าถุง มีร่องรอยถูกของแข็งทุบที่บริเวณหลังศีรษะ

ข้างกันพบศพของ นางสาวทรรศนีย์ พันธุ์คลอง อายุ 19 ปี หลานสาว นอนเสียชีวิตอยู่บนฟูกที่นอน สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้น มีร่องรอยถูกของแข็งทุบที่ศีรษะ และที่คอมีรอยเหมือนถูกรัดคอ แหวนทองคำที่นิ้วข้างขวายังอยู่ แต่โทรศัพท์ ทั้ง 2 เครื่องหายไป พบสายชาร์จโทรศัพท์มีรอยเลือด


เบื้องต้น ตำรวจได้เก็บรวบรวมหลักฐานได้เข้ามาเก็บรายละเอียด และรอยนิ้วมือไว้เรียบร้อย แต่ไม่สามารถชี้ชัดถึงสาเหตุการตายของทั้ง 2 รายได้

นายประมวล พันธุ์คลอง อายุ 50 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เล่าเหตุการณ์ว่า ช่วงเช้าที่ทราบข่าวตนเองออกไปไร่ มาทราบข่าวจากทางภรรยา เล่าเหตุการณ์ว่าเมื่อวานช่วงประมาณ 3-4 ทุ่มที่ผ่านมา ลูกสาวของตนได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน โดยบอกว่าจะไปนอนเป็นเพื่อนของคุณยายที่บ้านหลังเกิดเหตุ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งทางคุณแม่ และตนก็ไม่ได้เอะใจ

กระทั่งตอนเช้าประมาณ 6-7 โมงเช้า ลูกสาวไม่กลับมาบ้าน เพราะปกติเขาเองจะกลับมาบ้านเพื่อจะมาอาบน้ำ แต่งตัวไปโรงเรียน แต่ 7 โมงกว่าแล้วก็ยังไม่กลับมา ทางแม่ก็เลยตัดสินใจเดินไปตามที่บ้านหลังที่เกิดเหตุ ห่างจากบ้านประมาณ 800 เมตร กระทั่งมาถึงหน้าบ้านทางแม่ก็โทรหาอีกรอบ แต่ไม่ติดเลยตัดสินใจขึ้นไปดูที่ชั้น 2 ปรากฏว่าพบร่างของลูกสาวและแม่ยายนอนเสียชีวิต

โดยที่คนร้ายนำผ้ามาคลุมไว้ ขณะที่ทรัพย์สินที่หายไป จะมีแค่โทรศัพท์ของลูกสาว ไอโฟน 8 สีขาว และโทรศัพท์มือถือของคุณยายยี่ห้อออปโป้ที่หายไป พวกแหวนทองหรือเงินสดไม่ได้หายไป รวมไปถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ส่วนตัวทราบข่าวแทบช็อก ไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นคืออะไร

ส่วนตัวไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องของการชิงทรัพย์ เพราะทรัพย์สินไม่ได้สูญหาย มองว่าเป็นเรื่องของพยายามฆ่าหรือขมขื่นหรือไม่ ถามว่าแล้วส่วนตัวมองว่าคนที่ก่อเหตุน่าจะเป็นใคร ส่วนนี้ทางเจ้าตัวบอกว่าไม่กล้าฟันธงว่าเป็นใคร แต่เชื่อว่าคงเป็นคนในหมู่บ้านนี้ เพราะเมื่อช่วงประมาณ 1-2 วันก่อนจะเกิดเรื่อง สุนัขที่ตนเองเลี้ยงเอาไว้เฝ้าบ้านกลับมาตาย คาดว่าน่าจะโดนยาเบื่อ เชื่อว่าหากเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตจริง ก็น่าจะเป็นไปได้ว่ามีการวางแผนมาแล้วล่วงหน้า

ตนเสียใจเพราะที่ผ่านมาลูกสาวเองก็ตั้งใจเรียน ช่วยที่บ้านทำงาน ดูแลแม่และยายแทนตนทุกอย่าง ไม่ว่าจะพาแม่และยายไปหาหมอ ช่วยงานบ้าน หนำช้ำทางลูกสาวเองก็ไม่ได้มีปัญหากับใครในพื้นที่ เช่นเดียวกับทางคุณยายเอง ก็เป็นคนชรา มีโรคประจำตัว จึงไม่น่าจะมีความขัดแย้งกับใคร อีกทั้งลูกสาวเขาเองก็มีแฟนแล้ว ตนก็รู้จัก ซึ่งทั้งคู่เองก็ไม่ได้มีปัญหาทะเลาะกัน ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เร็ว

นายภานุพงค์ พูลไชย อายุ 21 ปี แฟนของผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุยอมรับว่าตนเองยังเจอกับทางผู้ตายที่วิทยาลัยอยู่ตามปกติ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้อาการระเเวงหรือเล่าเหตุการณ์อะไรให้ฟังแต่ ยังคงปกติดี ลักษณะนิสัยของคนตายจะเป็นคนร่าเริง ไม่มีปัญหาขัดแย้งกับใคร จะเป็นคนนิ่ง ๆ และเฮฮาถ้าได้ ถ้าอยู่กับเพื่อน ๆ ซึ่งตนเองกับทางผู้ตายคบหาดูใจกันมานานกว่า 1 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน
รวมไปถึงเมื่อคืนนี้เอง หลังจากที่ทางผู้ตายได้เดินทางมาที่บ้านของยาย เขาก็ได้โทรหาคุยกันช่วงประมาณ 4 ทุ่มกว่า ก่อนที่จะคุยกันประมาณประมาณ 2 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 24.23 น. ตนได้ขอตัวไปอาบน้ำ และบอกว่าจะนอนแล้วก่อนจะวางสายไป หลังจากนั้นเวลา 24.28 น. ทางผู้ตายก็โทรมาอีกครั้ง ตนก็รับสายและเขาเองบอกว่าจะทำงานหรือการบ้านต่อ คุยกัน 2 นาทีก็วางสายไป


ซึ่งทางผู้ตายเองเห็นว่าเฟซบุ๊กตนบังออนไลน์อยู่ เลยทักแชตมาลักษณะงอนว่า "ออนเพื่อ โกหกทำไมว่าจะนอน ถ้าไม่นอนก็ไม่ต้องบอกว่าจะนอน" ตนเองก็ไม่ได้เห็นข้อความ มาเห็นอีกทีตอนเช้า เวลาประมาณ 6.13 น. ตนเลยตอบกลับไปว่า "ก็ถ้ามีคนโทรมามันก็จะต้องขึ้นคำว่าออนสิ" หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย กระทั่งตอนเช้าตนเองไปเรียนตามปกติ มาทราบข่าวอีกทีตอนที่ถึงโรงเรียนแล้ว ยืนยันว่าตนเองกับผู้ตายไม่ได้มีปัญหากันมาก่อน ส่วนถามว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอะไร ในส่วนนี้ตนไม่ทราบ

นายสุทธิภัทร ปะติโยเก อายุ 23 ปี ลูกพี่ลูกน้องของคนตาย เล่ารายละเอียดเพิ่มเติมว่า จริงแล้วปกติตนเองจะมานอนกับทางคุณยาย สลับกับทางผู้ตาย แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาตนเองได้กลับไปนอนของบ้านแฟนอีกหมู่บ้านหนึ่ง ทำให้ทางผู้ตายจึงต้องมานอนเป็นเพื่อนคุณยาย ก่อนเกิดเหตุทางคุณยายผู้ตายได้บ่นระบายกับตนว่าช่วง 2-3 วัน ก่อนหน้านี้มีคนในหมู่บ้าน เดินวนไปวนมาที่หน้าบ้าน แต่ก็ไม่ได้ฟันธงว่าใช่คนก่อเหตุหรือไม่ เพราะเขาเองก็รู้จักกับทางครอบครัวตนและเป็นญาติกัน

โดยที่ทางคุณยายเองบอกว่ากลัวจะมีคนมาฆ่า หวังเอาประกัน อสม. ที่ทำไว้ในวงเงิน 200,00 บาท โดยคนดังกล่าวเองก็มีการเข้ามาสอบถามเรื่องไก่เรื่องหมาที่ทางยายเลี้ยงไว้ ก่อนที่หมาตัวดังกล่าวจะตาย แต่ตนก็ไม่ได้ฟันธงว่าใช่เขาหรือไม่ แต่ตอนนี้ในใจสงสัยเขา
เมื่อถามว่าคนที่เราสงสัยนั้นเคยมีปัญหาหรือมีปมขัดแย้งกับทางครอบครัวมาก่อนหรือไม่ ตนก็ไม่มั่นใจว่าเขาเองมีปัญหาอะไรหรือไม่ เพราะเขาเองก็เป็นญาติกับทางคุณยาย เคยมีเรื่องถกเถียงเกี่ยวกับประกันชีวิตที่ทำไว้กับทาง อสม.ในหมู่บ้าน หากเป็นอะไรไปเขาเองจะได้รับผลประโยชน์จากตรงนี้
ช่วงเกิดเหตุก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่าประมาณ 4-5 ครั้ง ในช่วงเวลาประมาณตี 3 แต่ชาวบ้านเขาเองก็ไม่ได้ออกมาดู ถามว่าได้ยินเสียงจักรยานยนต์หรือไม่ เขาเองก็บอกว่าไม่ได้ยิน เชื่อว่าคนก่อเหตุน่าจะเดินเท้าเข้ามา คาดว่าเขาเองได้เตรียมการมาก่อนหน้านี้ มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเกี่ยวกับการลักทรัพย์หรือปล้นแน่นอน เพราะทรัพย์สินทุกอย่างยังคงอยู่ครบ น่าจะมีจุดประสงค์อย่างอื่น

นางมณี สุทอาราม อายุ 54 ปี ลูกสาวของนางทองคูณ ผู้เสียชีวิต เล่าว่า สาเหตุที่เกิดเหตุตนเชื่อในมุมของตนว่าน่าจะมาจากปมขัดแย้งเรื่องของประกันของลูกเขย หรือไม่ก็เป็นเรื่องของวัยรุ่นในพื้นที่ ที่เคยมีปัญหากับพี่ชายของน้องหยก หรือคนตาย เพราะก่อนหน้านี้ทางด้านชายวัยรุ่นคนดังกล่าวเคยมีการท้าต่อย หรือท้าทายกันมาหลายครั้งกับทางพี่ชายของน้องหยก แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะใช่เขาหรือไม่ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองสอบปากคำ และหาพยานหลักฐานต่อไป

ส่วนทางญาติสงสัยเกี่ยวกับเงินประกัน 2 แสน เรื่องของเงินประกันนั้นทางลูกสาวคนที่ 3 ของคุณยายทองคูณ เคยทำประกันให้กับทางคุณยายไว้ กับทางเจ้าหย้าที่ อสม. หลังจากนั้นทางด้านลูกสาวของคุณยายเสียชีวิตไป ทางลูกเขยก็ได้ดำเนินการส่งเงินประกันต่อ โดยที่ทางลูกเขยคนดังกล่าวเคยมาพูดกับญาติคนอื่นให้ฟังเรื่องเงินประกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ ก็เคยมีปมเรื่องชายวัยรุ่นในพื้นที่อีกคนหนึ่ง ซึ่งเขาเองก็เคยมีปัญหากับครอบครัวของคนตาย เลยไม่มั่นใจว่าจะเป็นใคร รอแค่ทางเข้าหน้าที่ตำรวจตามตัว และหาคนก่อเหตุ ในใจก็ไม่อยากให้เป็นคนที่ตนคิดในใจ
อย่างไรก็ตาม จ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจังหวัดมหาสารคาม ได้มีการกระจายกำลังลงพื้นที่โดบรอบบริเวณ ตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมนำมาประหอบกับผลชันสูตรพลิกศพ เพื่อตามตัวหาคนก่อเหตุ พร้อมทั้งทางชุดสืบเองก็ได้มีการเชิญญาติและคนสนิทของผู้ตาย รวมถึงบุคคลต้องสงสัยตามที่ทางญาติได้ให้ข้อมูลเข้ามาสอบปากคำ เบื้องต้นยังไม่ได้มีการฟันธงปมสาเหตุการฆาตกรรมในครั้งนี้
Advertisement