
หมอปลาแจงผนึกกำลังหลวงพี่น้ำฝนปราบอลัชชี วอนสังคมให้โอกาส ขอโทษทิดไพรวัลย์ที่ทำให้ไม่สบายใจ

ล่าสุด วันที่ 26 พ.ค. 65 ไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ ทิดไพรวัลย์ โพสต์ข้อความถึงหมอปลา หลังจากเห็นภาพที่ถ่ายร่วมเฟรม "หลวงพี่น้ำฝน" เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม

โดยโพสต์ข้อความระบุว่า "จบค่ะ แล้วทีหลังไม่ต้องเสนอไปจัดการพระวัดไหนอีกนะหมอปลา ไม่ต้องพูดเรื่องไสยศาสตร์ เรื่องความงมงาย เรื่องพระอลัชชี เรื่องพุทธไม่พุทธอะไร ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงใยพุทธศาสนา ทุกอย่างก็คงแค่เรื่องของคอนเทนต์ อุดมกงอุดมการณ์ถูกราดลงโถส้วมไปหมดแล้ว เสียความรู้สึกมากนะ หมดความนับถือไปเลย นี่บอกจากหัวใจ ถ้ารู้แบบนี้วันนั้นฉันไม่ขับรถไปบ้านแกให้เสียเวลา บอกตรงๆ ปล. ไหนๆ ก็ไปที่นั่นแล้ว ให้เขาเจิมหน้าผากซะเลยสิ"

นายไพรวัลย์ วรรณบุตร เปิดใจว่า ตนรู้สึกผิดหวังมาก และเสียใจที่เห็นภาพและข้อความแบบนั้น รู้สึกหมดความนับถือหมอปลา ทำงานด้านความเชื่อมานาน ทำงานด้านศาสนามานาน ความรู้สึกหมอปลามีอุดมการณ์ที่ดีคนหนึ่ง และทำงานเพื่อสังคม แต่ไปเห็นภาพหมอปลามีท่าทีพินอบพิเทา ต่อหลวงพี่น้ำฝนแบบนั้นรู้สึกหมดความนับถือ
ตนเองจำเป็นต้องออกมาพูด ยิ่งรู้จักมักคุ้นมาหลายปี นับถือเป็นพี่เป็นน้องกัน รู้ว่าแต่ละคนมีความคิดวิธีการเป็นอย่างไร ยิ่งมีภาพแบบนี้ปรากฏให้เห็น ตนเองจึงต้องออกมาโพสต์แสดงความรู้สึกว่าตนเองรู้สึกอย่งไร ในฐานะที่เราเคยนับถือหมอปลา เป็นพี่ชายคนหนึ่ง จึงรู้สึกผิดหวังเท่านั้นเอง อยากเตือนพูดในฐานะมิตร คบคนมั่วซั่วไปหมด ไม่คัดคน แบบไหนควรคบ แบบไหนไม่ควรคบ พลาดแล้วไม่ควรพลาดอีก น่าจะรู้ว่าพระน้ำฝนเป็นพระประเภทแบบไหน ชอบทำอะไรบ้าง เช่น ชอบเจิม ชอบเป่า ชอบเสก ก็ไม่เป็นไร
แต่หมอปลามีความชัดเจนแบบนี้มานาน แล้วเข้าไปพินอบพิเทาไม่เฉพาะแค่ตนเองที่รู้สึก มีหลายคนที่ไม่ศรัทธาหมอปลาอีกต่อไป แล้วจะมีหน้าไปปราบพวกอาลัชชีที่ไหนอีก ละอายใจเถิด ไปขายปลากระป๋องหรือไปขายน้ำปลาร้าดีกว่า
ตอนนี้หมดความนับถือไปแล้ว ถ้าหมอปลาไม่มีเหตุผลมากพอมาอธิบายกันที่ไปโพสต์แบบนั้นกับหลวงพี่น้ำฝน ตนเองก็คงหมดความนับถือ และไม่ต้องมาเคลียร์ใจกัน เพราะตนเองไม่มีอะไรกับหมอปลา แต่ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าทำไมมีภาพแบบนั้น ทำไมต้องเข้าไปพบพระแบบน้ำฝน ไปจับมือกันบอกว่าจะทำเพื่อศาสนา อยากถามว่าการที่เข้าไปแบบนั้นทำเพื่อศาสนาหรืออุดมการณ์ราดลงโถส้วมไปแล้วใช่ไหม หมอปลาคนเดิมไปไหน หมอปลาคนที่มีจุดยืน ที่มีความเชื่อชัดเจน คนนั้นหายไปไหน
อยากเตือนพี่หมอปลาในฐานะคนที่เคยนับถือกัน อยากเตือนว่าต้องถามตัวเองให้ดี มีชื่อเสียงทุกวันนี้ได้เพราะอะไร ทำไมคนถึงยอมรับนับถือยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษ เป็นเทวดาเดินดิน เพราะเขาให้ความเชื่อถือ แต่วันนี้หมอปลาทำลายความน่าเชื่อถือ ด้วยตัวหมอปลาเองชื่อเสียงใช้เวลานานกว่าจะสร้างขึ้นมา แต่วันนี้มาทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเอง ทำลายเครดิตตนเองด้วยภาพเพียงภาพเดียว

ด้านนายจตุรงค์ จงอาษา ผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา เปิดเผยว่า ตนมองว่าการเป็นหมอปลาเข้าไปร่วมมือกับหลวงพี่น้ำฝนนั้น ถือเป็นการทรยศอุดมการณ์ ทรยศคำพูดตัวเอง อย่างเช่น ก่อนหน้านี้หมอปลาบอกว่าจะกวาดล้างพระที่ไม่ดี จัดการพระพุทธศาสนาให้ใสสะอาด แต่พอถึงเวลาก็กลับไปคบกับพระไม่ดีเสียเอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลก

ขณะเดียวกัน พระที่เคยพูดว่าหมอปลาเป็นพุทธศาสนิกชนที่ไม่ดี เพราะหมอปลาลบล้าง คุกคามพระสงฆ์ แต่สุดท้ายทั้งคู่กลับมาคบกันเสียเอง ซึ่งสำหรับตนเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่ต่างจากละครปาหี่ เป็นมวยล้มต้มคนดู ตนมองว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่หมอปลาจะต้องไปขอขมาหลวงพี่น้ำฝน เพราะหมอปลาก็ไม่ได้ทำผิด ขณะเดียวกันด้านหลวงพี่น้ำฝนก็เคยพูดว่าจะแจ้งความเอาผิดหมอปลา ก็กลับไม่เอาผิด ซึ่งมองว่าเรื่องนี้เป็นความผิดปกติของคนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาคบกันได้
อย่างไรก็ตาม ตนตีความเหตุการณ์ทั้งหมดได้ว่าเป็นการตระบัดสัตย์ เพราะที่ผ่านมาหมอปลาเก่งแต่กับพระจน ๆ พระที่ไม่มีอำนาจ แต่พอเจอพระที่มีอำนาจอย่างหลวงพี่น้ำฝน กลับไม่มีปัญญาจัดการ กลับต้องไปนั่งกราบตีนหลวงพี่น้ำฝน ซึ่งตนมองว่าหมอปลาไม่เก่งจริง ถ้าหมอปลาเก่งจริง ตนก็อยากท้าให้ไปหาสมเด็จชิน ที่วัดราชบพิธ หรือช่วยเอาท่านธัมมชโยออกจากวัดธรรมกาย หรือหมอปลาจะเก่งแค่กับพระจน ๆ พอเจอพระทุนหนา ๆ หมอปลากลับนั่งจ๋อย

หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เผยว่า ภาพที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงหัวค่ำของคืนวันที่ 25 พ.ค. 65 ที่ผ่านมา ซึ่งหมอปลาน้ำฟ้าและกัน จอมพลัง ได้เข้ามาขอพบที่วัดไผ่ล้อม เพื่อขอเปิดใจคุยกันกับประเด็นในสังคมที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการพูดคุยส่วนตัวไม่ได้เปิดหรือแจ้งให้สื่อมวลชนเข้ามาติดตามประเด็นดังกล่าว โดยใช้เวลาการพูดคุยกันราว 1 ชั่วโมงเศษ ซึ่งเป็นการพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวกับการทำงานของหมอปลา ที่เป็นประเด็นดังเป็นหลัก โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเข้าใจกันดีแล้ว
หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า การที่หมอปลาติดต่อเข้ามาก็ถือว่ายินดีต้อนรับ ดังที่เคยบอก ซึ่งเขาก็มาตามกระบวนการ อาตมาก็ยินดีต้อนรับโดยเมื่อได้มาเจอกันก็ได้มีการเปิดใจคุยกัน โดยใช้เหตุผลที่แต่ละฝ่ายมีต่อกัน ซึ่งอาตมาก็ได้แจ้งไปว่าเห็นดีด้วย ที่หมอปลาได้ทำงานในการดูแลพระพุทธศาสนา แต่ต้องทำงานแบบเข้าตามตรอกออกตามประตู

ถ้ามีการประสานงานกับสำนักงานพระพุทธศาสนา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีการนำไปสู่กระบวนการของคณะสงฆ์ซึ่งถ้ามาปรึกษากันก่อนก็จะไม่เกิดเรื่องขึ้นแน่นอน และที่ผ่านมา อาตมาก็คงจะไม่พูดต่อว่าคนนั้นคนนี้ แต่มีโยมมาสอบถามก็ได้พูดไปตามที่ถามมาเท่านั้น ซึ่งสิ่งสำคัญคือหากอาตมาเป็นพระที่ประพฤติเลว ก็คงอยู่ไม่ได้แน่นอน เช่นกัน ถ้าหมอปลาทำความดี อาตมาก็พร้อมจะส่งเสริมสนับสนุนเต็มที่
"วันนี้เราพร้อมผนึกกำลังประสานงานในการทำงานร่วมกันได้ ถ้าหมอปลามีข้อมูลแล้วมานำหารือกั นอาตมาก็พร้อมจะเป็นตัวกลางในการประสานงาน ระหว่างหน่วยงานรัฐ และพระในคณะปกครอง ดำเนินการตรวจสอบได้ และเป็นการเข้าตามตรอกออกตามประตูด้วย เรื่องนี้บอกแล้วว่าเขาทำดีนะดีแล้ว แต่มันผิดวิธี เพราะความจริงก็คือความจริง หนีไม่พ้น เราคุยกันด้วยเหตุผล ก็รู้แล้วว่าจะช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาอย่างไร ส่วนตัวไม่เคยมีอคติกับหมอปลามาก่อน ซึ่งหากพระอยู่ในกรอบ ประชาชนก็จะชื่นใจนั่นเอง" หลวงพี่น้ำฝนกล่าว

ด้านนายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตนไปถ่ายรูปร่วมกับหลวงพี่น้ำฝนและกัน จอมพลัง จับมือกันเพื่อปราบอาลัชชีนั้น สังคมก็มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ตนอยากชี้แจงว่ายอมรับว่าเคยเป็นปรปักษ์กับหลวงพี่น้ำฝน เพียงแต่ตนได้ปรึกษาผู้ใหญ่หลายท่าน เขาก็ให้คำแนะนำต่าง ๆ และตนก็เล็งเห็นว่าตนเอาเวลาที่ตนทะเลาะกับหลวงพี่น้ำฝน มาจับมือกัน และร่วมกันช่วยคน จะดีกว่าที่พวกตนต้องมานั่งทะเลาะกัน แล้วสุดท้ายสังคมไม่ได้อะไรเลย
ตนไม่ได้กลืนน้ำลายตัวเอง เพียงแต่อยากจะผนึกทีมทำหน้าที่พุทธบริษัท 4 เพื่อทำนุบำรุง ปกป้องพระพุทธศาสนา ซึ่งแม้ว่าจะมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ตนก็ไม่สามารถทำให้คนทุกคนเห็นด้วยกับตน แต่ตนเพียงอยากให้สังคมให้โอกาสตนและกัน จอมพลัง ได้ปฏิบัติหน้าที่ก่อน อย่าเพิ่งมาพิพากษากัน เพราะการลงพื้นที่ช่วยเหลือคนนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย และอยากให้คนที่พิพพากษาตนว่าผิดนั้น ได้ลงพื้นที่พร้อมกับตนก็ได้ จะได้รับรู้ว่าการช่วยเหลือคน การปราบอาลัชชีนั้นมันยากแค่ไหน ไม่ใช่แค่ใช้มือถือเครื่องเดียวและคอมเมนต์ แล้วทุกอย่างมันจะดีขึ้น
ในส่วนของทิดไพร์วัลย์ที่ออกมาโพสต์วิพากษ์วิจารณ์หลังจากนั้นเห็นรูปของตนถ่ายร่วมกับหลวงพี่น้ำฝนนั้น ตนก็อยากจะกราบขอโทษ หากเป็นการทำให้ทิดไพรวัลย์ไม่พอใจ แต่ตนก็ยังยืนยันว่าเจตนาของตนนั้นทำเพื่อสังคม ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง อยากให้ดูตนไปนาน ๆ ว่าแท้ที่จริงแล้วว่าหมอปลาและกัน จอมพลัง ทำเพื่อสังคม เชื่อว่าการผนึกกำลังกันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ไม่มีข้อผิดพลาดอย่างที่ผ่านมา
Advertisement