
ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้รับเรื่องร้องเรียนมาจาก นางสาววริศรา สมณะ อายุ 30 ปี เนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 64 ได้ฝากเด็กชายเตชินท์ อายุ 5 ขวบ ลูกชาย ซึ่งมีภาวะพัฒนาการช้าไว้กับเพื่อนและสามีของเพื่อน ค่าจ้างเลี้ยงเดือนละ 5,000 บาท


แต่ในวันที่ 25 ก.พ.64 เด็กชายเตชินท์กลับถูกทำร้ายร่างกาย จนใบหน้าและร่างกายเขียวช้ำ ตาซ้าย ตาขวา ท้อง หลัง แขนซ้าย แขนขวา ขาขวา โดยเฉพาะรอบดวงตาขวา แต่เพื่อนและสามีของเพื่อนอ้างว่าเด็กชายเตชินท์ลื่นล้มจนศีรษะฟาดพื้นเอง เหตุที่เกิดขึ้นแจ้งความแล้วที่ สภ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี แต่คดีไม่คืบหน้าเนื่องจากไม่มีหลักฐาน โดยปัจจุบันเด็กชายเตชินท์ได้ย้ายกลับไปอาศัยอยู่กับย่าที่ จ.พิษณุโลก

วันที่ 30 เม.ย. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายัง ต.ช่องสะเดา จ.กาญจนบุรี บ้านของเพื่อนของนางสาววริศรา พบกับนางสาวรัตนา พรปรีดาวรรณ หรือ ยุ้ย อายุ 30 ปี ภรรยาของนายทรรศพร บานเย็น ผู้ถูกกล่าวหา บอกว่า แต่เดิมตนและนางสาววริศราอาศัยอยู่ที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งเคยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมต้นด้วยกัน

โดยเมื่อต้นปี 2564 นางสาววริศราได้ติดต่อตนผ่านโซเชียลฯ พร้อมบ่นว่าเด็กชายเตชินท์ถูกพ่อแท้ ๆ ตีทำร้าย ไม่สามารถฝากบ้านสามีให้เลี้ยงได้ อีกทั้งทางครอบครัวของนางสาววริศราก็ไม่อยากเลี้ยงเด็กชายเตชินท์ โดยต้องการจะนำไปส่งสถานสงเคราะห์ เนื่องจากเด็กชายเตชินท์เป็นเด็กสมาธิสั้น พัฒนาการช้า นางสาววริศราจึงได้วานให้ตนช่วยเลี้ยงเด็กชายเตชินท์ให้ โดยว่าจ้างเดือนละ 5,000 บาท ตนจึงรับปากตกลง เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน และสงสารเด็กด้วย
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 64 นางสาววริศราได้พาเด็กชายเตชินท์มาส่งที่บ้านตน เด็กชายเตชินท์ก็เดินหกล้มในทันทีต่อหน้าตนและนางสาววริศรา เพราะยังเดินไม่แข็งแรง เนื่องจากพัฒนาการช้า และได้รับวัคซีนพื้นฐานของเด็กไม่ครบ ขณะนั้นตนคิดจะเปลี่ยนใจปฏิเสธไม่รับเลี้ยงเด็กชายเตชินท์แล้ว เพราะเกรงปัญหาที่จะตามมา แต่ด้วยความเป็นเพื่อน ตนจึงรับเด็กชายเตชินท์ไว้ดูแล โดยตลอดเวลาที่เด็กชายเตชินท์อยู่กับตน ตนพยายามจะสอนให้เด็กชายเตชินท์อ่านหนังสือและเปลี่ยนเสื้อผ้า เนื่องจากเด็กชายเตชินท์เปลี่ยนเสื้อผ้าเองไม่เป็น ซึ่งหากเวลาใดที่ตนและสามีละสายตาจากเด็กชายเตชินท์ เด็กชายเตชินท์ก็จะหกล้มในทันที จนตนต้องพาไปโรงพยาบาลหลายครั้ง ซึ่งนางสาววริศราก็ไม่เคยเดินทางมาเยี่ยม หรือออกค่าใช้จ่ายใด ๆ
จนเมื่อต้นกลางเดือน เม.ย. 64 เด็กชายเตชินท์มีอาการชักเกร็งกลางวงอาหาร ตนจึงพาไปส่งโรงพยาบาล และยื่นคำขาดกับนางสาววริศาว่าไม่สามารถดูแลเด็กชายเตชินท์ได้แล้ว เพราะตนกลัวว่าเด็กชายเตชินท์จะเป็นอะไรไปมากกว่านี้ นางสาววริศราจึงเดินทางมารับตัวเด็กชายเตชินท์กลับ ทั้งนี้ หลังจากที่ส่งตัวเด็กชายเตชินท์กลับไปแล้ว ตนกับสามีเพิ่งจะทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า ว่าสามีของตนถูกนางสาววริศราแจ้งความ ในข้อหาทำร้ายร่างกายเด็กชายเตชินท์
ส่วนคลิปที่ถ่ายเด็กชายเตชินท์นั้น ตนยอมรับว่าได้ถ่ายเอาไว้จริง เพื่อส่งคลิปให้นางสาววริศราดูความเป็นอยู่ของเด็กชายเตชินท์ อีกทั้งยังเป็นการกดดันนางสาววริศนาให้เดินทางมารับตัวเด็กชายเตชินท์กลับ โดยขณะถ่ายคลิป เด็กชายเตชินท์จะพูดด้วยตัวเอง ไม่มีใครบังคับ บางครั้งก็พูดว่าเคยถูกพ่อทำร้าย บางครั้งก็พูดบอกอยากให้นางสาววริศามารับตัวกลับ สุดท้ายนางสาววริศราก็ไม่ได้จ่ายค่าจ้างเลี้ยงลูก เคยโอนเงินให้ในช่วงแรกเพียง 1,000-2,000 บาทเท่านั้น นอกจากการเด็กชายเตชินท์จะสมาธิสั้นและพัฒนาการช้าแล้ว นางสาววริศราเองก็เป็นคนสติไม่ค่อยดี เพราะถูกครอบครัวทารุณมาตั้งแต่เด็ก "ซึ่งถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ก็ไม่น่าจะรับมาเลี้ยงตั้งแต่แรก"

นางสาววริศรา สมณะ อายุ 30 ปี แม่ของเด็กชายเตชินท์ บอกว่า เด็กชายเตชินท์เกิดมาเป็นเด็กสมาธิสั้นพัฒนาการช้า และขาโก่งมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งสามีของตนติดยาเสพติด ทำให้ตนเลิกรากับสามีกันตั้งแต่เด็กชายเตชินท์อายุเพียง 6 เดือน ตนเลี้ยงลูกชายด้วยตัวเองมาตลอดที่กรุงเทพฯ จนลูกชายอายุ 4 ขวบ ตนได้ส่งลูกไปอาศัยอยู่กับย่าที่ จ.พิษณุโลก เป็นเวลา 1 ปี แต่เนื่องจากทางครอบครัวของสามีไม่สะดวกในบางประการ ตนจึงได้พยายามหาที่อยู่ให้ลูกชายใหม่ เพราะตนยังต้องทำงานในกรุงเทพฯ
ตนได้ตัดสินใจพูดคุยกับนางสาวรัตนา หรือ ยุ้ย ซึ่งเคยเป็นเพื่อนชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมต้น อีกฝ่ายได้บอกกับตนว่าสะดวกที่จะดูแลเด็กชายเตชินท์ โดยขอเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งในตอนแรกตนโอนให้จำนวนประมาณ 1,000-1,500 บาท ก่อนจะโอนให้จนครบในภายหลัง แต่ในเดือนเมษายน 2564 ไม่ได้จ่าย

เมื่อเกิดเหตุตนตัดสินใจจะเดินทางไปรับลูกชายกลับ แต่นางสาวรัตนาไม่ยินยอม อ้างว่ากำลังจะพาเด็กชายเตชินท์เข้าสมัครเรียนที่โรงเรียน ตนเห็นว่าลูกกำลังจะได้เรียน จึงยอมให้ลูกชายอยู่ที่ จ.กาญจนบุรีต่อ โดยนางสาวรัตนาได้ขอให้ตนโอนเงินให้หลายครั้ง ครั้งละ 300 บาท อ้างว่าเป็นค่าเอกสารของโรงเรียน ค่าซื้ออุปกรณ์การเรียนบางอย่าง และค่าลางานของนางรัตนา นอกจากนี้ ในเวลาที่ลูกชายของตนป่วย นางสาวรัตนาก็จะขอเงินตน ซึ่งตนก็โอนให้หลายครั้ง กระทั่งกลางเดือน เม.ย. 64 ลูกชายของตนชักเกร็งเนื่องจากไข้ขึ้น จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ตนจึงตัดสินใจเดินทางไปรับเด็กชายเตชินท์กลับ ขณะนั้นบนร่างกายของเด็กชายเตชินท์ยังคงปรากฏรอยเขียวช้ำให้เห็นอยู่บ้าง
ซึ่งหลังจากที่ตนรับตัวลูกชายกลับมา ตนได้พูดคุยกับแพทย์ แพทย์แจ้งว่าเด็กชายเตชินท์เยื้อหุ้มสมองอักเสบ จากนั้นลูกชายได้บอกกับตนว่าถูกครอบครัวของนางสาวรัตนาสั่งให้พูดแล้วอัดคลิป ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจเหตุผลที่ครอบครัวของนางสาวรัตนาทำเช่นนั้น โดยตนกับแพทย์ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปไม่ได้ที่เด็กล้มแล้วจะมีแผลเชียวช้ำหนักทั่วร่างกาย แม้จะล้มบ่อยแค่ไหนก็ตาม ในวันที่ 12 ต.ค. 64 ตนจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี แต่ถึงตอนนี้คดีความไม่คืบหน้า
ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี ระบุว่าขณะนี้ได้เตรียมเรียกตัวนายทรรศพร บานเย็น ผู้ถูกกล่าวหา ให้เข้ามารับทราบพูดคุย ก่อนเตรียมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ซึ่งสาเหตุที่กระบวนการล่าช้านั้นเป็นเพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอผลตรวจร่างกายของเด็กชายเตชินท์จากแพทย์
Advertisement