
จากกรณี วันที่ 28 เม.ย.65 เวลา 21.30 น. พ.ต.ต.ชินดนัย ทินันต์ตา พนักงานสอบสวน สภ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุสามีภรรยาทะเลาวิวาทกัน และสามีได้ใช้อาวุธปืนยิงภรรยาเสียชีวิต พร้อมกับยิงตัวเองตายเพื่อหนีความผิด ที่บ้านหมู่ที่ 9 ต.เนินขี้เหล็ก อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ


วันที่ 30 เม.ย.65 ทีมข่าวอมรินทร์เดินทางไปยังบ้านจุดเกิดเหตุ ภายในพื้นที่หมู่ที่ 9 บ้านหนองสังข์ ต.เนินขี้เหล็ก อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เมื่อไปถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวคนในครอบครัวจัดเป็นสถานที่สวดอภิธรรมศพของ น.ส.นิภาวรรณ ผู้เสียชีวิต
ส่วนศพของ นายพยนต์ หรือ โก๋ ผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิตทางญาติฝ่ายชายได้นำกลับไปจัดพิธีสวดอภิธรรมศพที่บ้านเกิด จ.ลำพูน

นางนกแก้ว จันทร อายุ 58 ปี แม่ของนิภาวรรณผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.นิภาวรรณ จันทร อายุ 31 ปี ลูกสาว ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายพยนต์ ไทยกล้า หรือ โก๋ อายุ 57 ปี ปกติแล้วลูกสาวของตนเป็นคนนิสัยดี เป็นคนหน้าตาสะสวย ใครเห็นใครก็รัก โดยเมื่อช่วง 3 เดือนก่อน ได้รู้จักกับนายพยนต์ คนขับรถบรรทุก ผ่านทางคนขับรถบรรทุกเข็นฟัก ที่นำมาขายตนเป็นผู้แนะนำ โดยเมื่อ นายพยนต์ได้เริ่มรู้จักและเห็นหน้าตาลูกสาวก็รู้สึกถูกใจหลงเสน่ห์เลยพยายามตามจีบ คอยดูแลเทคแคร์ เปย์เงินและสิ่งของให้ลูกสาวตนทุกอย่าง ตามที่ลูกสาวต้องการ ซึ่งความเป็นจริงแล้วลูกสาวไม่ได้ชอบในตัวนายพยนต์เลย เพราะอายุที่ห่างกัน แต่ช่วงหลังเห็นว่า นายพยนต์ใส่ใจดูแลทุกอย่าง บวกกับลูกสาวเคยคบกับผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันมาหลายคน ก็ไม่สมหวังในความรัก จึงลองศึกษาดูใจกับนายพยนต์

กระทั่งทั้งคู่ศึกษาดูใจกันได้ 2 เดือน นายพยนต์ก็ได้เข้ามาสู่ขอลูกสาวกับตน โดยเสนอว่ามีความต้องการอยากจะผูกข้อมือให้ถูกต้อง แล้วจะให้เงินสดอีกจำนวน 1 แสนบาท แต่ลูกสาวขอเป็น เงิน 1 แสนบาท และทองอีก 2 บาท ซึ่งนายพยนต์ก็ขอต่อรองว่าลดจำนวนทองเป็น 1 บาทได้ไหม แต่ลูกสาวไม่ยอม ตนในฐานะผู้เป็นแม่ เห็นนายพยนต์ที่อยากจะมาเป็นลูกเขยมีความพยายาม จึงช่วยใส่ทองเพิ่มให้อีก 1 บาท ทั้งคู่จึงได้เป็นผัวเมียภรรยากัน

โดยปกติแล้วนายพยนต์ก็จะไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังจุดเกิดเหตุกับลูกสาวทุกวัน แต่จะเข้ามานอนกับลูกสาวประมาณอาทิตย์ละ 1-2 วัน หลังจากว่างจากงานขับรถบรรทุก ซึ่งที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ทั้งคู่คบกัน นายพยนต์ก็ประพฤติตัวดีให้ตนเห็นมาโดยตลอด

กระทั่งวันเกิดเหตุ 28 เม.ย.65 ช่วง 19.00 น. นายพยนต์ได้ขับรถบรรทุกเข้ามาที่บ้านจุดเกิดเหตุเหมือนตามปกติ เพื่อมาหาลูกสาว ซึ่งขณะนั้นเป็นจังหวะที่ลูกสาวกำลังนั้งดื่มเบียร์อยู่กับญาติรวม 2 คน ที่บริเวณห้องครัวหลังบ้าน จากนั้นช่วงเกือบ 20.00 น. นายพยนต์ ก็ได้อาบน้ำแล้วขึ้นห้องเพื่อจะไปนอนพัก ก่อนผ่านไปนานก็ลงมาเรียกลูกสาวที่นั่งดื่มเบียร์ให้ขึ้นห้องมานอนด้วยกันกับนายพยนต์ แต่ขณะนั้นลูกสาวไม่ยอมไป ทั้งคู่จึงเริ่มมีปากเสียงกัน ทำให้นายพยนต์ที่เกิดความไม่พอใจที่ลูกสาวไม่ยอมขึ้นมานอนด้วย บอกว่า "มึงจะขึ้นหรือไม่ขึ้น ถ้าไม่คืนกูยิง" ก่อนเดินไปหยิบอาวุธปืนลูกซองสั้นภายในรถบรรทุกที่จอดอยู่หน้าบ้านมาหาลูกสาว
ซึ่งเมื่อลูกสาวเห็น นายพยนต์ ถืออาวุธปืนมา ก็คงคิดว่านายพยนต์เสมือนหยอกล้อด้วยความโกรธ เลยพูดกลับไปว่า "จะยิงก็ยิงสิ" ทำให้นายพยนต์ใช้วุธปืนดังกล่าวยิงลูกสาวตนจำนวน 1 นัดที่หัวเสียงดังสนั่น ก่อนวิ่งออกมาที่หน้าบ้านพูดกับตนว่า เดี๋ยวรอมอบตัวอยู่ตรงนี้ ก่อนนำกระสุนใส่รังเพลิงอีกจำนวน 2 นัด กลับไปยิงลูกซ้ำที่จุดเดิมเป็นนัดที่ 2 จากนั้นก็ยิงตัวตายตาม เสียงดังสนั่น

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนก็รู้สึกตกใจและเสียใจ กับการจากไปอย่างกระทันของลูกสาว ซึ่งหากมีโอกาสได้พูดกับผู้ก่อเหตุ ตนก็อยากถามว่า "ทำไมถึงทำกับลูกสาวแบบนี้" ซึ่งหากรู้ก่อนว่าลูกสาวจะถูกนายพยนต์ยิง ตนก็คงจะไปรับกระสุนแทนลูกสาว และหากย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะไม่ยอมให้ทั้งคู่ผูกข้อไม้ข้อมือเป็นสามีภรรยากัน ส่วนปมเหตุเชื่อว่าน่าจะมาจากเรื่องความหึงหวง ของ ชายแก่และหญิงสาว กลัวลูกสาวจะไปมีชายอื่น เพราะที่ผ่านมาจากการสังเกตเวลานายพยนต์โทรหาลูกสาว ก็มักจะให้วิดีโอคอล และจะไม่ให้ลูกสาวออกไปเจอเพื่อนฝูง โดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้ชายเยอะ เพราะกลัวว่าจะนอกใจ อีกทั้งคงไปเห็นคลิปติ๊กต็อกที่ถ่ายเล่นกับเพื่อนผู้ชาย แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาก่อเหตุอุกอาจดังกล่าวภายในบ้านของตน

ด้านนางเรไร กล่องนอก อายุ 43 ปี น้าสาวที่นั่งดื่มเบียร์กับผู้เสียชีวิตวันเกิดเหตุ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนก็รู้สึกเสียใจ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทั้งคู่ทะเลาะกัน ตนก็ได้พยายามห้าม และพยายามเดินหนีออกมา หวังให้ทั้งคู่เคลียร์กัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์สูญเสียดังกล่าว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายพยนต์ก็ดูเป็นคนดีคอยดูแลเอาใจใส่หลานสาว ซึ่งหากมีโอกาสได้ถามก็อยากจะถามว่า "ทำแบบนี้กับหลานสาวทำไม"
Advertisement