
กรณีพิธีกรสาว “อิ๋งอิ๋ง-สิทธิณี กิตติสิทโธ” ออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้กำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะรังไข่ แล้วลุกลามไปที่ปอดและต่อมน้ำเหลือง ซึ่งอยู่ในระยะสุดท้าย ซ้ำร้ายสามีที่อยู่กันมากว่า 15 ปี ยังแอบนอกใจไปคบกับหมอนวด ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 10 ก.พ.65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี มีโอกาสไปพูดคุยกับ “อิ๋งอิ๋ง” ซึ่งในวันนี้สังเกตว่าใบหน้าสดใสและจิตใจเข้มแข็งมากขึ้น โดยอิ๋งอิ๋ง ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ตนตัดใจอโหสิกรรมได้ตนก็สบายใจ มีชีวิตอยู่ได้แค่ไหนก็แค่นั้น และในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.65) ตนก็จะไปทำ CT-Scan ฉีดสี และในวันศุกร์หน้า (18 ก.พ.65) ก็จะไปทำคีโมครั้งที่ 24 ซึ่งการทำแต่ละครั้ง ก็จะมีความรู้สึกว่าเจ็บภายใน ปวดเมื่อย และต้องกินยาระงับไว้

"การอยากได้คนรักคืนมา เพื่อดูแลกันในบั้นปลายชีวิต มันเป็นเรื่องที่ลำบาก คงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้ามีวันนั้นก็จะเป็นวันที่เราต่างได้กลับมาแก้ไขด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งตอนนี้เขาก็โดนสังคมประณามตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่ว ต่าง ๆ นานา คนทั้งแผ่นดินรังเกียจ ซึ่งนี่ก็เป็นกรรมที่เขาได้รับแล้ว ถ้าย้อนกลับไปได้ก็อยากกลับไปแก้ไขเรื่องราวที่ผ่านมา อยากจะคุยกับเขา จะได้ไม่ต้องมีความแค้นต่อกับและกัน เพราะว่าพี่ก็ผิดครึ่งที่ไม่เคยทำหน้าที่เมียเลย ไม่เคยนอนกับสามีมา 15 ปี ไม่เคยปรนนิบัติแบบที่สามีภรรยาเขาทำกัน พี่ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เขียนเรื่องราวไปในบล็อกส่วนตัว จะสร้างความกดดันและฆ่าคนทั้งคนได้ขนาดนั้น กลับกันพี่ก็ไม่คิดว่าแฟนคลับจะรักมากขนาดนี้" อิ๋งอิ๋ง กล่าว

ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา 30 กว่าปี ในการทำรายการตนก็ไม่เคยรู้ว่าจะมีคนรักมากขนาดนี้ ความหวังในชีวิตนี้ที่ตนอยากจะมี หากเป็นไปได้ตนอยากมีลูก มีครอบครัวที่อบอุ่น อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะด้วยอายุที่มาก คงไม่สามารถมีลูกได้ และครอบครัวก็แตกไปแล้ว เพราะผู้หญิงคนเดียว ตนไม่รู้ว่าชาติที่แล้วตนไปทำอะไรกับเขาไว้ ชาตินี้เขาจึงมาจองล้างจองผลาญตนเช่นนี้

หากจะถามตนว่ายังคงเสียใจหรือไม่ ตนยอมรับเลยว่าเลิกเสียใจแล้ว เพราะเสียใจร้องไห้มามากแล้ว ตนไม่สามารถดึงเขากลับมาได้แล้ว ขณะนี้ก็ไม่นึกถึงเขาแล้ว ทุกวันนี้กินยาแล้วก็หลับไปเลย เป้าหมาตนก็จะมีชีวิตต่อไปเรื่อย ๆ เท่าที่ร่างกายจะอำนวยให้อยู่ และหากเป็นไปได้ก็อยากจะกลับมาแข็งแรง และทำรายการเปิดโลกสดใส ท่องเที่ยวไปทั่วโลกอีกครั้ง แต่ก่อนหน้าที่ตนไม่อยากอยู่บนโลก เพราะสภาพร่างการไม่เหลือแล้ว จิตใจก็ว่างเปล่า จึงไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่อใคร และอยู่ไปเพื่ออะไร
นอกจากนี้ สิ่งที่ตนทำอยู่ในขณะนี้ ก็คือการรณรงค์ให้คนบริจาควิกผมในโครงการอย่าหยุดสวยเพราะคีโม ใครที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาค ก็สามารถบริจาคมาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพราะขณะนี้ผมของตนก็ไม่มีแล้ว ในวันนี้ที่ตนมีกำลังใจเพราะได้รับกำลังใจจากแฟนคลับ ครอบครัว พี่น้อง และที่สำคัญคือแมว เพราะตนไม่รู้เลยว่าถ้าตนตายไปแมว 4 ตัวที่เลี้ยงไว้จะอยู่กับใคร

โดยก่อนหน้าแพทย์แจ้งว่า ตนจะอยู่ได้ถึงสิ้นปี 64 แต่ตนอยู่ได้เกินมา 1 เดือนกับอีก 11 วันแล้ว ซึ่งทุก ๆ เช้าตนคิดแค่ว่าถ้าวันไหนไม่ตื่นมาก็จบ แต่ทุกวันนี้ก็ตื่นขึ้นมาได้ทุกวัน บทเรียนของตนในชีวิตเป็นคนที่มีความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด จบมา 3 ปริญญา แต่ไม่สามารถดูแลรักษาครอบครัวได้ ตนเสียท่าให้กับผู้หญิงหากิน จนทำให้สูญเสียครอบครัวที่อบอุ่น แต่ขณะนี้ผู้ชายก็โดนสังคมประณามจนไม่มีที่จะอยู่แล้ว
สำหรับ 15 ปีที่ตนมีครอบครัว และ 30 กว่าปีที่ตนทำรายการโทรทัศน์ ตนรู้สึกว่ายาวนานมาก ๆ ตนทำเต็มที่และอิ่มแล้วกับชีวิต ตนขอให้คนที่ท้อใจนำชีวิตตนไปเป็นบทเรียนก็แล้วกัน อีกคนที่ทำให้ตนคิดได้คือเพื่อนรัก อาจารย์ชัญญา ไพ่จิตสัมผัส เพราะเขาดูไพ่ให้ตน ซึ่งไพ่นั้นไม่หลอก
Advertisement