
กรณีหนุ่มพนักงานส่งของก่อเหตุจับลูกสาวแขวนคอ ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ซอยชุมชนป้าแดง เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางมด นำกำลังเข้าไปตรวจสอบ พบว่าหนุ่มรายนี้ได้พาลูกสาววัย 3 ขวบหนีไปยัง จ.สุรินทร์ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุ นายนิรันด์ หรือ เตี้ย อายุ 38 ปี พนักงานขับรถส่งสินค้า

ล่าสุดวันที่ 8 พ.ย.64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้รับข้อมูลจากตำรวจฝ่ายสืบสวนของ สน.บางมด ว่าได้ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ติดตามจับกุมตัวนายนิรันด์ ได้ที่บ้านพักในจ.บุรีรัมย์ เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 พฤศจิกายน 64 พร้อมช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ทราบชื่อผู้เป็นแม่ นางสาวผกาแก้ว อายุ 29 ปี

ทั้งนี้ หลังนางสาวผกาแก้ว แม่ของเด็กเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน สน.บางมด จากนั้นได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อ พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

ทีมข่าวย้อนกลับไปยังบ้านเช่าที่เกิดเหตุบ้านไม้ 2 ชั้น ผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่ชั้นล่างกับลูก-เมีย พบหน้าห้องที่อยู่อาศัยปิดล็อกกลอนประตู ส่วนอีก 2 ห้องเปิดโล่ง มีเพียงสิ่งของและเสื้อ อยู่ภายในห้อง ส่วนบริเวณหน้าห้องพบกับตุ๊กตาหมีในลักษณะแขวนไว้กับฝาผนังห้องอยู่ 2 ตัวยังอยู่สภาพเดิม

นางสาวผกาแก้ว กล่าวว่า ตนเชื่อว่าสามีหึงตน คิดว่าตนนอกใจอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีเหตุผล และทำร้ายร่างกายตนบ่อย ๆ ครั้ง ตนจึงตัดสินใจตีตัวออกห่าง และออกจากบ้านมาได้ 2 เดือนแล้ว ทำให้สามีไม่พอใจและประชดด้วยการไปรับลูกสาวที่อยู่ในความดูแลของครูในโรงเรียนประจำ ก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว
โดยก่อนหน้านี้ สามีเคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อน แต่ส่วนใหญ่จะไม่ทำให้เห็น จึงไม่คิดว่าสามีจะทำกับลูกรุนแรงถึงขนาดนี้ ส่วนตัวหลังจากนี้จะเดินทางไปรับลูกสาวและขออำนาจศาลในการรับเลี้ยงดูลูกเอาไว้เอง

ขณะที่นายกุ๊ก พ่อของนางผกาแก้ว ให้ข้อมูลว่า “ลูกสาวตัดขาด ไม่เอาแล้วสามีคนนี้ และจากนี้รับดูแลลูกเอง” นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน สน.บางมด กล่าวยืนยันว่า จะไม่มีการคุมตัว นายนิรันด์ หรือ เตี้ย อายุ 38 ปี ผู้ต้องหา ไปชี้จุดเกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ เพราะมีคลิปหลักฐานชัดเจน และหากคุมตัวไปผู้ต้องหาจะไม่ปลอดภัย โดยมีการแจ้ง 3 ข้อหา ได้แก่ พยายามฆ่า, กระทำทารุณในครอบครัว และกักขังหน่วงเหนี่ยว โดยพรุ่งนี้ (9 พ.ย.64) จะนำตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีต่อไป

จากนั้นชุดสืบสวนคุมตัวนายนิรันด์ ออกจากห้องสืบมาเพื่อไปพบพนักงานสอบสวน ในระหว่างทางผู้สื่อข่าวได้มีสอบถามนายนิรันด์ ถึงปมในการตัดสินใจทำไปเพราะอะไร

นายนิรันด์ กล่าวสั้น ๆ ว่า “ผมไม่ได้ทำครับ ผมรักลูกผม” ทีมข่าวจึงถามว่าแกล้งประชดเมียหรืออย่างไร นายนิรันด์ ตอบว่า “ผมอุ้มลูกไว้ ไม่ให้เจ็บจริง ผมรักลูกผม ผมไม่ได้อยากทำ ผมทำประชดเมียเท่านั้น” เมื่อถามว่าอยากจะบอกอะไรกับลูกและเมีย นายนิรันด์ ตะโกนเสียงดังย้ำอีกครั้งว่า “ผมรักเมียรักลูกมาก”

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้ตรวจสอบเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายนิรันด์ ซึ่งตั้งค่าหน้าปกและโพรไฟล์เป็นหน้าลูกสาว และภาพเคลื่อนไหว 3 คน พ่อแม่ลูก ซึ่งโพสต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 64 เวลา 18.33 น. ระบุว่า “ดีจัยนะที่มึงมาหา” และโพสต์คลิปวิดีโอที่มีรูปถ่ายครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก ทุกบริบทที่เคยไปด้วยกันทั้งเทศกาลลอยกระทง เที่ยวทะเล เป็นต้น
จากนั้นทีมข่าวสืบทราบว่าห้องเช่านี้แท้จริงเป็นบ้านของปู่กับย่าของนางสาวผกาแก้ว แม่ของเด็กและได้พบนายเนือง สีเหลือง อายุ 75 ปี ปู่ของนางสาวแก้ว หรือปู่ทวดของเด็ก ซึ่งก็มีบ้านอีกหลังอยู่ปากทางเข้าห้องเช่า

นายเนือง กล่าวว่า หลานสาวคบหาอยู่กินกับนายเตี้ย มาเกือบ 5 ปี โดยฝ่ายชายไม่ได้สู่ขอหรือแต่งงาน แต่เข้ามาอาศัยอยู่กันฉันสามีภรรยาก่อนจะมีลูกด้วยกัน และทั้งคู่อายุค่อนข้างห่างกันเยอะ ซึ่งก็รักกันดี เรื่องส่วนตัวทั้งคู่เป็นอย่างไรตนก็ไม่ค่อยรู้ อีกทั้งบ้านก็ห่างกัน ทั้งคู่จะมีปัญหาอะไรกันก็ไม่ได้เสียงอยู่แล้ว

กระทั่งเมื่อ 2 เดือนก่อน หลานสาวมาบอกว่าไม่เอา ไม่ทนแล้ว อ้างว่าถูกสามีตบตีเจ็บตัว ตนถึงรู้ว่าหลานสาวถูกสามีทำร้าย จากนั้นหลานสาวหนีไปอยู่บ้านรุ่นน้อง โดยให้ตนคอยดูหลาน และในช่วงนั้นได้ให้น้องสาวพยายามเข้าไปชิงลูกออกมา แต่ก็ไม่สำเร็จ
"วันนี้ยอมรับว่าโกรธ สื่อมวลชนมาที่บ้านมากมาย อายและขายขี้หน้าที่มีหลานเขยแบบนี้ แต่มันก็ทำตัวมันเอง ไม่มีใครไปทำอะไรให้เลย แต่อยู่ ๆ มาหึงกันไม่เข้าเรื่อง ส่วนตัวจะไปทำอะไรก็คงไม่ได้ พอรู้ว่าตำรวจจับตัวได้ก็สบายใจ และก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามกฎหมายดีกว่า" นายเนือง กล่าว
Advertisement