
เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี ได้รับแจ้งจากอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย สัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี ว่าได้เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ถูกรถยนต์บรรทุกเฉี่ยวชน จนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย อยู่ในอาการไม่รู้สึกตัว 1 ราย หลังจากรับแจ้งพร้อมเจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ บริเวณถนนสาย 33 สุวรรณศร กบินทร์บุรีมุ่งหน้าแยกสามทหาร ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มอยู่บนถนน เลนซ้าย มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ทราบชื่อคือ นายสติ วัฒใน อายุ 65 ปี อาการหมดสติ เเละนางอรุณ โสดจันทึก อายุ 64 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ มีบาดแผลฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่จึงชีพเร่งทำการปฐมพยาบาล ก่อนนำส่งโรงพยาบาลกบินทร์บุรี


เบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์กำลังจะเอาผักที่เก็บมาได้ ไปขายที่ตลาดแถวหน้าแพนเวย์ แต่มาเกิดอุบัติเหตุก่อน ส่วนคู่กรณีทราบว่าเป็นรถบรรทุก 10 ล้อ หลังเกิดเหตุได้หลบหนี มุ่งหน้าไปทางแยกสามทหาร


จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณร้านเฟอร์นิเจอร์ สามารถบันทึกก่อนและหลังเกิดเหตุไว้ได้ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บที่ขับรถจักรยานยนต์ขับออกมาจากเลนซ้าย ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ เหมือนจักรยานยนต์จะเสียหลักอะไร ก่อนที่รถบรรทุกที่วิ่งมาจากทางประจันตคาม จะเฉียวชนจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นรถบรรทุกไม่ได้จอดลงมาดูผู้ได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุด วันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่เกิดเหตุ ถนนสุวรรณศร ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นถนนใหญ่ ฝั่งละ 2 เลน มีไหล่ทาง มีรถสัญจรพลุกพล่าน จุดเกิดเหตุยังพบรอยเลือดของผู้บาดเจ็บอยู่ที่พื้น

นายภานุวัฒน์ ผลเกิด อายุ 32 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่งใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุ เวลา 14.14 น. เห็นรถจักรยานยนต์ของตายายขี่มาทางตรงในเลนซ้าย ส่วนรถสิบล้อก็ขี่ตามหลังมา มื่อรถทั้งสองคันขับผ่านหน้าร้านไป ก็ได้ยินเสียงรถสิบล้อบีบเเตรเสียงดัง 1 ครั้ง ก่อนตามมาด้วยเสียง "โครม" จึงรีบวิ่งออกไปดู เห็นรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ ใกล้กันพบตายายนอนอยู่ที่พื้นถนน

คุณยายนอนคว่ำหน้า มีบาดเเผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ เลือดออกจำนวนมาก อยู่ในอาการมึนงง เมื่อเข้าไปสอบถามคุณยายตอบสั้น ๆ ว่า "จะอ้วก" ส่วนคุณตานอนหงายหลับตา บอกว่าจุก ส่วนรถสิบล้อคู่กรณีตอนนั้นไม่เห็นเเล้ว ตนจึงช่วยโบกรถให้ระหว่างรอกู้ภัยมาช่วยเหลือ สำหรับตายายคู่นี้ส่วนตัวเคยเห็นเป็นประจำ เพราะขายผักขายข้าวหลามอยู่ที่ตลาด เป็นคนยิ้มเเย้มอัธยาศัยดี กลังจากเกิดเหตุก็รู้สึกสงสารเป็นอย่างมาก
ที่ผ่านมาพื้นที่ตรงนี้มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นสามเเยกเเละยังเป็นที่กลับรถ เเต่ไม่มีไฟจราจร ประกอบกับรถเเทบทุกคันวิ่งด้วยความเร็ว ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เห็นอุบัติเหตุจนชินตา

นายทนงศักดิ์ ข้อเปี้ย อายุ 26 ปี หลานชายผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุนางอรุณจะไปขายผักที่ตลาด จึงให้นายสติซึ่งเป็นญาติกันไปส่ง โดยออกจากบ้านตั้งเเต่เวลา 14.00 น. กระทั่งไปประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง ทราบข่าวตอนเวลา 16.00 น. ก็รีบเดินทางไปยังโรงพยาบาลกบินทร์บุรี เพื่อดูอาการของทั้ง 2 คน พบว่านายสติคนขับกระดูกต้นคอร้าว กระดูกซี่โครงหัก 2 ซี่ นิ้วก้อยเท้าหัก 1 ข้าง อยู่ระหว่างรอผ่าตัด ซึ่งเมื่อเช้าตนเองได้เดินทางไปติดตามอาการ พบว่ายังน่าเป็นห่วง

ส่วนนางอรุณ คนซ้อนท้าย อาการหนักกว่าคือกระโหลกร้าว มีเลือดออกในสมอง ถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในตัวจังหวัดปราจีนบุรี ตอนนี้อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย เเพทย์ต้องประเมินอาการอย่างใกล้ชิด หากเลือดยังไหลไม่หยุด ก็ต้องผ่าตัดสมอง
นายทนงศักดิ์ กล่าวว่า อยากให้คนขับสิบล้อมาพูดคุยกัน อยากรู้ว่าคุณทราบหรือไม่ว่าขับรถชนคน ซึ่งทางครอบครัวอยากให้ตำรวจตามตัวมาให้ได้ เพราะตอนนี้อาการของตายายหนักมาก กลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่ผ่านมาตนเองได้เตือนผู้บาดเจ็บมาโดยตลอด ไม่ต้องการให้ออกจากบ้านไปไหน เพราะลูกหลานเป็นห่วง เเต่ด้วยความเป็นผู้สูงอายุ มักจะอยู่เฉย ๆ ไม่เป็น เเละไม่ฟังคำเตือนของลูกหลาน ก็ไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุรุนเเรงเเบบนี้ หลังจากนี้หากรักษาตัวหาย ก็จะไม่ให้ออกไปไหนอีกเเล้ว
Advertisement