Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
กรมชลฯ เดินหน้าเร่งบริหารน้ำ รับฝนรอบใหม่  5 –11 ต.ค. นี้

กรมชลฯ เดินหน้าเร่งบริหารน้ำ รับฝนรอบใหม่ 5 –11 ต.ค. นี้

5 ต.ค. 69
17:59 น.
แชร์

กรมชลประทาน เดินหน้าเร่งบริหารจัดการน้ำ รับฝนรอบใหม่ 5 –11 ต.ค. นี้

วันที่ 5 ต.ค. 69 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน สามเสน นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เข้าร่วมประชุม พร้อมถ่ายทอดผ่านระบบ VDO Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1–17 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนบริหารจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า จากฝนที่ตกหนักกระจายในหลายพื้นที่ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ กรมชลประทานได้ติดตามและบริหารจัดการน้ำ พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะเดียวกันได้เตรียมแผนรองรับฝนที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 5 –11 ตุลาคม 2569 ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อควบคุมและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด

สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อเวลา 06.00 น. วันนี้ ที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,038 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและ Side Flow ไหลลงสู่พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานจึงยังคงระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมบริหารน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งตามศักยภาพของคลองและสอดคล้องกับปริมาณฝนในพื้นที่ เพื่อลดปริมาณน้ำเหนือเขื่อน เตรียมรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นจากฝนตกเพิ่ม และลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ทั้งนี้ หากปริมาณฝนลดลงและสถานการณ์น้ำคลี่คลาย กรมชลประทานจะทยอยปรับลดการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายโดยเร็วที่สุด

ด้านลุ่มน้ำป่าสัก ปัจจุบันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ยังคงมีน้ำไหลเข้าอ่างฯ อย่างต่อเนื่องจนอยู่ในระดับเต็มความจุ กรมชลประทานจึงปรับเพิ่มการระบายน้ำในอัตรา 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำที่จะไหลเข้าเพิ่มเติม โดยน้ำที่ระบายจะไหลต่อไปยังเขื่อนพระราม 6 ซึ่งปรับการระบายให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบนในอัตรา 675 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะควบคุมไม่ให้เกิน 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงไปสมทบกับพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง

ขณะที่สถานี C.29B อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดวัดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนไหลผ่านกรุงเทพมหานคร มีน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 2,532 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำในขณะนี้ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออก ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 7 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี กรมชลประทานใช้อ่างเก็บน้ำและอาคารชลประทานบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ อย่างไรก็ตาม ระยะนี้ยังมีฝนตกกระจายตัว ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง และอ่าวไทยอยู่ในระดับสูง ทำให้การระบายน้ำทำได้ช้าลงและต้องใช้เวลา กรมชลประทานจึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเดินเครื่องสถานีสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์

สำหรับลุ่มน้ำแม่กลอง สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย โดยเขื่อนแม่กลองทยอยลดการระบายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเริ่มดีขึ้น ขณะที่กรมชลประทานยังคงติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และจะปรับการระบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป

รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 5–8 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

จากนั้นในช่วงวันที่ 9–11 ตุลาคม จะมีฝนเพิ่มขึ้นในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จึงกำชับโครงการชลประทานทั่วประเทศให้ติดตามฝนและปริมาณน้ำท่าอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม พิจารณาปรับการระบายให้สอดคล้องและไม่กระทบพื้นที่ด้านท้าย เพื่อเตรียมรองรับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นและรักษาความปลอดภัยของเขื่อน รวมทั้งตรวจสอบอาคารชลประทานและเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือให้พร้อมใช้งานเต็มศักยภาพ

สำหรับพื้นที่ที่ยังประสบอุทกภัย กรมชลประทานจะเร่งช่วยเหลือและระบายน้ำอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที

Advertisement

แชร์
กรมชลฯ เดินหน้าเร่งบริหารน้ำ รับฝนรอบใหม่  5 –11 ต.ค. นี้