หัวอกพ่อก้มกราบเท้าลูก หวังคิดได้เลิกติดยา – ลูกชายฉะกลับต่อหน้าสื่อ “พ่อตีสองหน้า” (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้สื่อออนไลน์มีการพูดถึงและส่งต่อคลิปวิดีโอของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โดยได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ลูกชายมีอาการคล้ายคนติดยามาขอเงิน แต่ตนไม่มี ลูกชายจึงใช้หมวกกันน็อกทุบตี และทำร้ายร่างกาย” ก่อนที่ผู้โพสต์จะก้มลงกราบเท้าลูกชาย เพื่อให้สำนึก แต่ไม่เป็นผล กระทั่งล่าสุดผู้โพสต์ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สน.สุทธิสาร ซึ่งบรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น และตำหนิการกระทำของบุตรชาย (อ่าน : เปิดใจ พ่อก้มกราบลูก หวังให้กลับตัวเป็นคนดี แต่ถูกกันน็อกฟาด )

ภาพจากคลิปขณะนายหนุ่ย กราบเท้าลูกชาย
ภาพจากคลิป ขณะนายหนุ่ยถูกลูกชายใช้หมวกกันน็อกตี

วันที่ 19 ต.ค. 61 นายหนุ่ย (สงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 58 ปี พ่อที่ก้มกราบลูกในคลิป เปิดใจว่า ลูกชายมาหาตนเพื่อขอเงิน 300 – 500 บาท ตนก็ให้บ้างเป็นบางครั้ง เพราะรู้ว่าลูกจะเอาไปทำอะไรที่ไม่ดี แต่ล่าสุดตนไม่ยอมให้ลูกชายก็มีท่าทีฮึดฮัดและตาขวาง ตนจึงบอกว่าอย่ามาแสดงกิริยาไม่ดี ลูกชายกลับมีท่าทีแข็งกร้าวกว่าเดิม ในช่วงวินาทีนั้น ตนคิดอะไรไม่ออก เพียงแค่อยากจะให้ลูกชายหยุดแสดงท่าทางเช่นนั้น จึงตัดสินใจก้มลงกราบ เพราะคิดว่าจะหยุดอาการของลูกชายได้ แต่ลูกชายกลับยืนนิ่ง และท้าให้กราบพร้อมกับชกมาที่หน้า และเอาหมวกกันน็อกฟาดตน

นายหนุ่ย (สงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 58 ปี ผู้โพสต์ และพ่อที่ก้มกราบลูกในคลิปดังกล่าว

นายหนุ่ย กล่าวต่อว่า ใจจริงตนไม่อยากออกมาให้สัมภาษณ์ เพราะจะเป็นการโจมตีลูก และประจานทั้งตนเองและลูก จุดประสงค์หลักที่ทำเพราะต้องการขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล นำลูกของคนไปบำบัด เพราะตนไม่อยากเห็นลูกเป็นแบบนี้แล้ว และในฐานะหัวอกคนเป็นพ่อ ไม่ว่าอย่างไรตนก็ยอมรับได้เสมอ ขอแค่ได้ลูกคนเดิมกลับมา หรือต่อให้ทำมากกว่าในคลิปตนก็ยอม ถ้าทำให้ลูกคนเดิมกลับมา เพราะในอนาคตลูกจะต้องยืนในสังคมให้ได้ ส่วนตนจะช้าจะเร็วก็ต้องตายอยู่ดี

ทั้งนี้ ตนอยากจะบอกกับลูกว่าพ่อรักลูกเสมอ ตอนนี้อยากพูด อยากคุยกับลูก ว่าหยุดหรือยัง พอหรือยัง ถ้าหยุด หรือพอแล้ว เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ เพราะไม่มีใครที่จะเลวโดยสันดาน และตนเชื่อว่าคนเราหลงผิดกันได้

พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผู้กำกับ.สน.สุทธิสาร

ด้าน พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผู้กำกับ สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า ผลตรวจปัสสาวะนายประพันธ์ อ่ำอ่อน ลูกชายของนายหนุ่ย พบว่าเป็นสีม่วง คือมีสารเสพติด เจ้าตัวก็ยอมรับว่าเพิ่งจะเสพยาบ้ามา แต่ก็ยินดีไปบำบัด และตอนนี้ได้ส่งตัวนายประพันธ์ไปที่สถานบำบัดแล้ว ส่วนเรื่องอื่น ถ้าไม่ยอมความกันก็เป็นหน้าที่ของ สน.ปทุมวัน รับผิดชอบดำเนินการ แต่พ่อไม่ประสงค์จะดำเนินคดี ทุกอย่างก็จบ

นายประพันธ์ อ่ำอ่อน กราบเท้าพ่อ

ทั้งนี้ คำพูดของนายประพันธ์ที่ยังเมาไม่มีสติ อาจพูดโดยไม่ยั้งคิด เป็นผลมาจากการเสพยาบ้า จึงอยากฝากเตือนเยาวชนให้เห็นผลเสียของยาเสพติด อย่างไรก็ดี ในตัวของนายประพันธ์ก็ยังมีความดีอยู่ จึงยอมรับผิดแล้วก้มกราบพ่อตัวเอง

นายประพันธ์ อ่ำอ่อน ลูกชายของนายหนุ่ย

นายประพันธ์ อ่ำอ่อน หลังจากกราบเท้าเพื่อขอโทษพ่อแล้ว กล่าวว่า สิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นโกหก ตอแห_ เมื่ออยู่ต่อหน้าไมโครโฟนก็พูดอีกอย่าง ทั้งที่ไม่ได้เลี้ยงตนเองมาตั้งแต่เกิด

keyboard_arrow_up