รถตู้ตีนผี ลากรถจยย. บนทางด่วนมอบตัวแล้ว แจงขับเร็วกลัวถูกทำร้าย – ไหว้ขอโทษคู่กรณี

วันที่ 4 ต.ค. 61 จากกรณี เหตุการณ์ นายศุกล เครือแสน อายุ 22 ปี พนักงานขับรถพยาบาล โรงพยาบาลปิยะเวท ถูกโชเฟอร์รถตู้ขับชนบริเวณทางขึ้นด่านเก็บเงิน และได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.30 น. ที่ผ่านมา

โพสต์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์

นายศุกล เครือเสน เจ้าหน้าที่รถฉุกเฉินโรงพยาบาลปิยะเวท ผู้ขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งถูกรถตู้ชน เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สน. มักกะสัน โดยเล่าเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุว่า ขณะที่ตนขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่นั้น ก็ถูกคนขับรถตู้ขับเบียดปาดไปมาหลายครั้ง จึงบีบแตรเตือนไปสองครั้ง ทำให้คนขับรถตู้ไม่พอใจ ก่อนจะลงมาถีบรถจักรยานยนต์ที่ตนกับแฟนสาวนั่งมาล้มลง และมีปากเสียงก่อนจะชกต่อยกัน กระทั่งพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยกันระงับเหตุ

นายศุกล เครือเสน เจ้าหน้าที่รถฉุกเฉินโรงพยาบาลปิยะเวท ผู้บาดเจ็บ

หลังจากเหตุการณ์สงบ ได้พูดคุยถึงเรื่องประกันอุบัติเหตุ โดยคนขับรถตู้เดินกลับไปที่รถ ก่อนจะรีบเร่งเครื่องหนี ตนและพลเมืองดีจึงรีบขับรถไล่ตามไปบนถนนพระรามเก้าขาออก ขณะนั้นคนขับรถตู้ขับรถปาดไปมา ก่อนจะเบี่ยงเข้าด่านเก็บเงินทางด่วน

ตนจึงได้ขับรถจักรยานยนต์ไปขวางหน้ารถ พร้อมบอกพนักงานว่าขับรถชนแล้วหนี อย่าปล่อยให้ผ่านไป แต่คนขับรถตู้ก็เร่งเครื่องพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของตน แล้วลากไปไกลกว่า 50 เมตร โชคดีที่ตนและแฟนสาวกระโดดออกมาได้ทัน จึงคิดว่าคนขับรถตู้มีพฤติการณ์หมายเอาชีวิต ถึงขั้นพยายามฆ่า

นายศุกล ชี้สภาพของรถจักรยานยนต์ที่ถูกลาก

ทั้งนี้หากได้เจอตัวคนขับรถตู้ ตนก็จะขอสอบถามจากปากว่าทำไมถึงทำแบบนี้ได้ลงคอทั้ง ๆ ที่มีผู้หญิงมาด้วย และตนเองก็ไม่ได้มีพวกอะไรมา มีแค่พลเมืองดีที่ช่วยขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามเรียกให้จอดเท่านั้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าในรถตู้อาจมีสิ่งผิดกฎหมายก็เป็นได้ จึงทำให้คนขับไม่ยอมเจรจา แล้วขับรถชนก่อนจะหลบหนีไป

นายอำนาจ แซ่ลิ้ม อายุ 35 ปี พนักงานขับรถตู้คันเกิดเหตุ

ต่อมา นายอำนาจ แซ่ลิ้ม อายุ 35 ปี พนักงานขับรถตู้คันเกิดเหตุ เข้ามอบตัวที่ สน.มักกะสัน โดยยอมรับว่า ตนเองเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะของการปาดหน้า จึงทำให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันจริง ก่อนที่จะมีคนเข้ามาห้าม จากนั้นตนจึงพูดว่าให้เลิกแล้วต่อกัน แล้วรีบขับกลับบ้าน และไม่คิดว่าคู่กรณีจะไม่ยอม และให้พลเมืองดีขับรถตามมาด้วย ตนเองตกใจมาก จึงรีบขับออกจากจุดเกิดเหตุ ด้วยความกลัวว่าจะถูกรุมทำร้าย จึงขับรถหลบหนี ระหว่างนั้นเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายขับมาปิดทางไว้แต่ไม่มีคนอยู่บนรถ จึงได้ได้ขับเบี่ยงหลบและชนฝ่ารถจักรยานยนต์ออกไป

นายอำนาจ ผู้ก่อเหตุ ไหว้ขอโทษนายศุกล ผู้เสียหาย

ซึ่งหลังจากคลิปวิดีโอเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ออกไป ส่งผลให้ตัวเองได้รับความเสียหาย จึงได้เดินทางมาเพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ พร้อมพูดคุยเจรจากับคู่กรณี โดยได้ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ด้านนายอำนาจ ผู้เสียหายก็ไม่ได้ติดใจ พร้อมยกโทษให้ ก่อนที่ทั้ง 2 จะจับมือระหว่างกัน

ทั้งนี้คดีดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ คดีทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกาย ซึ่งคดีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ดินแดง ส่วนคดีชนรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนีนั้นเป็นคดีในพื้นที่ สน.มักกะสัน ถือเป็นคดีทำให้เสียทรัพย์

keyboard_arrow_up