“อาริยเมตตรัย” ชี้ไม่ใช่ร่างทรง โต้ค่าครู 3 พัน ขู่ใครใส่ร้ายเจอคุก ยันเน้นสอนสมาธิ (คลิป)

จากกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก “Sky Thai News” ได้โพสต์เกี่ยวกับบุคคลรายหนึ่ง อ้างตัวว่าเป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ที่ 5 ที่อุบัติขึ้นเป็นพระศรีอาริยเมตไตรยในราชอาณาจักรไทย และเป็นพระองค์สุดท้ายแห่งภัทรกัปนี้ โดยอ้างว่าเป็นพระมหาโพธิสัตว์ที่ได้บำเพ็ญบารมีครบ 80 อสงไขยแสนมหากัป และได้ตรัสรู้เป็นพระเมตไตรยพุทธเจ้า

ภาพที่ถูกเผยแพร่และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์

ทั้งนี้ ยังอ้างว่าตัวเองได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด และที่อุบัติขึ้นมาก็เพื่อที่จะต้องการโปรดสัตว์โลก และต้องการชี้ทางบรรเทาทุกข์ให้กับสัตว์มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ให้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร เพจดังกล่าวระบุข้อมูลเพิ่มด้วยว่า เจ้าสำนักรายนี้เรียกเก็บค่าขันครู รายละ 3,000 บาท ซึ่งทุกวันจะมีผู้คนมากราบไหว้ สะเดาะเคราะห์ แก้กรรม ขอหวย ตรวจดูดวงชะตา ไม่ตํ่ากว่า 10 – 15 รายต่อวัน จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเนื่องจากเกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธ

สำนักสอนธรรมพศรีอาริยเมตตรัย สัจจพุทธบารมี

โดยเมื่อเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 มิ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบตำหนักดังกล่าว ก่อนควบคุมตัวนายพศรีอาริยเมตตรัย ชายที่อ้างเป็นร่างทรงพระศรีอารยเมตไตรยมาสอบที่กองบังคับการปราบปราม

กมลทิพย์ สุทธิโอฬาร เพื่อนบ้าน

คุณกมลทิพย์ สุทธิโอฬาร เพื่อนบ้าน ยอมรับว่า ตนเป็นลูกศิษย์มา 5-6 ปี พร้อมยืนยันว่านายพศรีอาริยเมตตรัยไม่เคยเงินมีการเก็บเงิน 3,000 บาท ตามที่เป็นข่าว ตอนที่ตนมาเป็นศิษย์ตนก็เสียค่าครูเพียง 19 บาท ส่วนเรื่องในการลงทรงนั้นตนยืนยันว่าอาจารย์ไม่เคยลงทรง ท่านจะเน้นเรื่องการปฎิบัติธรรม นั่งสมาธิแผ่เมตตา แผ่ส่วนบุญให้สรรพสัตว์

ดารารัศมี ชาวใต้ ภรรยานายพศรีอาริยเมตตรัย

ด้าน ดารารัศมี ชาวใต้ ภรรยานายพศรีอาริยเมตตรัย ยืนยันว่า สามีไม่ได้ลงทรงพระศรีอริยเมตไตรยตามที่เป็นข่าว ส่วนคลิปองค์ลงทรงนั้นเป็นเพียงกุสโลบายที่ต้องการจะสื่อว่า สิ่งที่เห็นมันไม่ใช่การลงทรงจริงอย่าไปเชื่อ โดยสามีตนนั้นชื่อว่า พศรี แต่มีชื่อเต็มว่านายพศรีอาริยเมตตรัย สัจจพุทธบารมี ซึ่งตอนที่นั่งสมาธิก็มีเทวามาบอกว่าให้เปลี่ยนเป็นชื่อนี้ ทั้งนี้แต่เดิมชื่อว่า “ดาวรุ่ง”

สำหรับกรณีมีการเผยแพร่ภาพที่มีการนั่งสมาธิบนพญานาค เป็นนาคปรกนั้น เแท้จริงคือการนั่งแล้วถ่ายรูปเฉยๆ เพราะรูปปั้นนี้อาจารย์เป็นคนสร้างขึ้นมาเอง ส่วนรูปที่มีการนำเศียรพระพุทธเจ้าแล้วนำหัวอาจารย์ใส่แทน นั่นเป็นภาพตัดต่อ

คุณดารารัศมี กล่าวต่อว่า การเรียกเก็บเงินจากลูกศิษย์ตามที่เป็นข่าวนั้นไม่เป็นความจริง ปกติจะมีการเรียกเก็บ อาบน้ำมนต์ 199 บาท ถ้าไม่อาบก็เก็บปกติคือ 99 บาท หรือถ้ารายใดไม่มีเงินก็เรียกเก็บ 19 บาท หรือบางคนก็ไม่เสียเงินก็มานั่งฟังธรรมได้ โดยการปฎิบัติธรรมนั้น อาจารย์เรียนรู้มาด้วยตัวเอง ไม่ได้เรียนมาจากอาจารย์ท่านใด ส่วนสำนักสอนธรรมพศรีอาริยเมตตรัย สัจจพุทธบารมี ตั้งมาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว นานๆ ที จึงจะมีลูกศิษย์ที่เข้ามาหาอาจารย์

กองบังคับการปราบปราม

ขณะที่บรรยากาศที่กองบังคับการปราบปราม ยังคงมีการควบคุมตัวชายผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นร่างทรงสอบปากคำ จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. นายทรงพล มโนโชคกวีสกุล ประธานหมู่บ้านพระราม 2 ได้เดินลงมาจากห้องสอบสวน พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร กว่า 10 คน เดินทางมาที่ตำหนักของ ร่างทรงพระพุทธเจ้า โดยที่ตัวร่างทรงเองไม่รู้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นการมาเชิญไปสอบปากคำ ไม่ใช่การจับกุม โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าจะมาหรือไม่มาก็ได้ แต่ทางร่างทรงเลือกที่จะมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ จากนั้นตนก็ถูกเจ้าหน้าที่โทรตามมาให้ปากคำ เพราะเป็นประธานหมู่บ้านที่ร่างทรงพักอาศัยอยู่

นายทรงพล มโนโชคกวีสกุล ประธานหมู่บ้านพระราม 2

โดยตนในฐานะประธานหมู่บ้านขอรับรองว่า ร่างทรงไม่มีการเรียกร้องเงิน 3,000 บาท อย่างที่เป็นข่าว และไม่ได้มีคนมาเยอะวันละ 10-15 คนอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง และยังบอกอีกว่า ชาวบ้านชอบเรียกกันไปเองว่าเป็นร่างทรง ตามนิสัยของคนไทยที่เห็นว่าใครมีตำหนักก็ชอบเรียกกันว่า ร่างทรง แต่ตนยังไม่เคยเห็นท่านเข้าทรงเลยสักครั้ง

ประธานหมู่บ้านชี้แจงต่อว่า ตำหนักดังกล่าวเปิดเอาไว้สอนคนนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรม หากใครมีทุกข์ก็มาปรึกษาได้ ท่านจะให้คำแนะนำ ในเรื่องนี้ที่เป็นข่าวทางลูกศิษย์เตรียมจะรวมตัวกันฟ้องร้องคนที่ให้ข่าวไปในทางที่เสียหาย แต่ทางร่างทรงขอร้องไว้ว่าให้ยุติ เพราะอยากจะจบเรื่องนี้แล้ว และยังบอกอีกว่าหากใครที่เคยต้องจ่ายค่าครู 3,000 บาท ให้ออกมาแสดงตัวได้เลย

นายพศรีอาริยเมตตรัย สัจจพุทธบารมี หรือ อาจารย์รุ่ง ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นร่างทรงพระพุทธเจ้า

ต่อมาเวลาประมาณ 18.30 น. นายพศรีอาริยเมตตรัย สัจจพุทธบารมี หรือ อาจารย์รุ่ง ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นร่างทรงพระพุทธเจ้า ก็ได้ลงมาจากห้องสอบสวน และเปิดเผยว่า วันนี้เป็นการมาให้ปากคำไม่ได้โดนแจ้งข้อหาใดๆ ซึ่งตนเต็มใจมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ จากนั้นก็ได้ชี้แจงในสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ตนไม่ได้เป็นร่างทรงแต่อย่างใด และไม่เคยมีการเก็บเงิน 3,000 ซึ่งที่ข่าวออกมาแบบนึ้เพราะมีคนใส่ร้าย แต่ตนก็อโหสิกรรมให้ ส่วนที่เห็นว่ากำลังเข้าทรงคือตนกำลังสอนว่าการทรงเจ้าแบบนี้ไม่มีอยู่จริง ระวังจะถูกหลอก แต่ก็ถูกตัดคลิปมาแค่ช่วงนั้นทำให้คนเข้าใจผิด ส่วนรูปที่เห็นว่าใส่ชุดสีเหลืองคล้ายพระสงฆ์ ก็มีลูกศิษย์ตัดชุดให้จึงใส่ให้ดู และที่ขึ้นไปนั่งที่ปางนาคปรกก็แค่ถ่ายรูปเล่นเท่านั้น

โดยหลังจากเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็ยังยืนยันที่จะเปิดตำหนักตามปกติ เพราะตนเปิดเพื่อสอนเกี่ยวกับศาสนา ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย สุดท้ายอาจารย์รุ่งได้ฝากเตือนไปถึงคนที่ออกมาแอบอ้างเป็นร่างทรงต่างๆ ระวังจะไอเป็นคุกนะ

พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโน เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว

ด้าน พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโน เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว  กล่าวถึงกรณีนี้ด้วยว่า คนที่แอบอ้างนั้นเขามาผิดคิว เพราะพระศรีอริยเมตไตยจะมาประสูติก็ต่อเมื่อพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้ คือ พระศาสนโคตมดับสิ้นปรินิพพานแล้วประมาณ 5,000 ปี ถึงจะมาจุติประสูติได้ ซึ่งพูดง่ายๆ เลยว่า คนทรงคนนี้เขาโผล่มาผิดคิว ยังไม่ถึงฉากที่ตัวเองแสดง ดันโผล่มาเสียก่อน ซึ่งเป็นการทะเยอทะยาน ทะนงตน

พระพยอมก็ได้กล่าวต่อว่า มันคงถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการแจ้งความจับพวกร่างทรง ที่ชอบเอาอะไรต่ออะไรมาเป็นขี้ข้าของตัวเอง ซึ่งมันคนละชั้นวรรณะกัน อาตมาอยากจะถามจริงว่า สมองของคนพวกนั้นคิดได้อย่างไร ถ้าอยากทรงให้มีประโยชน์ก็ช่วยไปดูให้หน่อยว่าเหตุการณ์ภาคใต้ เขาจะเอาระเบิดวางวันไหน จะได้ไม่ต้องมีเหตุการณ์สูญเสีย ดีกว่าพวกร่างทรงที่ชอบท้าทายกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะการเป็นศาสดาในเรื่องนี้ เขาเน้นเรื่องการดับทุกข์ของประชาชน ไม่ใช่มาอวดวิเศษว่าเหนือมนุษย์ ทั้งๆ ที่เป็นคนธรรมดา กินข้าวเหมือนคนทั่วไป อย่ากระเด้งตัวเองไปเทียบกับสิ่งที่คนเคารพนับถือกันมา การทำตัวเสมอกับพระพุทธเจ้า มันไม่สมควรอย่างยิ่ง สิ่งที่ทำคือกิเลสทั้งนั้น ไม่ใช่การแสดงออกของปัญญาธรรม

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวคิดว่าไม่มีผลกระทบต่อวงการพระพุทธศาสนา เพราะคนที่ทำนั่นแหละจะเสื่อมเอง คนไทยก็รู้เรื่องพระพุทธศาสนาพอสมควร แยกแยะได้ว่าสิ่งที่เกิดนั้นคือคนบ้าหรือคนดี พระพยอมได้ฝากถึงคนที่เชื่อจนงมงายในเรื่องนี้ว่า หลักพุทธศาสนามี 2 สิ่ง เชื่อกรรมและเชื่อความเพียร ต้องเชื่อเรื่องทำดี ทำชั่ว แล้วสิ่งนั้นจะส่งผลนำพาชีวิตไปในทางที่ดี

keyboard_arrow_up