แฉ ผู้เช่าจากนรก! เจ้าของบ้านเข็ด ควัก 3 แสนล้างบ้าน ขี้หมาแมวเต็มรถสิบล้อ (คลิป)

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวในเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ปล่อยให้เช่าตึก โดยมีการโพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า “พ่อของตนได้มีการปล่อยให้คนเช่าอาคารพานิชย์เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว โดยคิดค่าเช่าเดือนละ 5,000 มัดจำ 8,000 บาท แต่เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2560 มีคนข้างตึกที่ให้เช่าได้ไปร้องเรียน อบต.ให้มาตรวจสอบ เรื่องกลิ่นเหม็นเนื่องจากทนไม่ไหว ทาง อบต. จึงได้ติดต่อมาที่พ่อของตนซึ่งเป็นเจ้าของเขาให้เข้าไปดู

ข้อความที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ร้องเรียนเพจแหม่มโพธิ์ดำ

เมื่อพ่อของตนได้เห็นสภาพภายในบ้านก็ตกใจ เพราะมีสภาพเหมือนบ้านร้าง แล้วก็เหม็นสาบอุจจาระแมว ฉี่แมวอย่างรุนแรง เมื่อเราเห็นสภาพตึกแล้วจึงได้โทรศัพท์หาผู้เช่า ให้เข้ามาคุยกันแต่คนเช่าก็พยายามบ่ายเบี่ยง สุดท้ายก็ปิดโทรศัพท์มือถือไป และไม่สามารถติดต่อได้”

คุณลุงอนันต์ หริ่มยิ่ง เจ้าของบ้านเช่า ให้สัมภาษณ์

วันนี้ ( 3 พ.ค.) ทีมข่าวได้เดินทางมาพบกับคุณลุงอนันต์ หริ่มยิ่ง เจ้าของบ้านเช่า ที่หมู่บ้านพระปิ่น 10 จังหวัดสมุทรสาคร โดยลุงอนันต์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 6 ปีก่อนได้มีแม่กับลูกชายได้มาขอเช่าตึกหลังนี้ โดยบอกกับตนว่าจะขอเช่าเพื่อพักอาศัย ซึ่งก็ตกลงให้เช่าโดยคิดค่าเช่าเดือนละ 5 พันบาท แต่หลังจากที่ปล่อยให้เช่าตนก็ไม่เคยเข้ามาดูสภาพของบ้านเลยว่าเป็นอย่างไร มีเพียงแค่ผู้เช่าโอนเงินค่าเช่าตึกมาให้โดยผ่านทางบัญชีธนาคาร

ลุงอนันต์ พูดคุยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

หลังจากนั้น ช่วงปลายปี 2560 ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงกับตึกที่ตนปล่อยให้เช่า ได้มีการเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านก่อ เนื่องจากทนสภาพกลิ่นฉี่และอุจจาระแมวกับสุนัขในตึกไม่ไหว อีกทั้งแมวมักจะส่งเสียงร้องรบกวนชาวบ้าน เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านก่อ จึงได้เดินทางมาที่ตึกและพยายามเรียกคนในตึกแต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตู เจ้าหน้าที่จึงได้โทรศัพท์มาหาตน เนื่องจากตนเป็นเจ้าของตึกโดยขอให้เข้ามาเปิดประตูตึกดังกล่าวให้

เมื่อตนเดินทางมาถึง ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าสภาพบ้านเต็มไปด้วยอุจจาระแมวและสุนัขเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วบ้าน พร้อมกับข้าวของที่ผุพัง วางกระจัดกระจายอยู่ในบ้าน แต่ไม่พบผู้เช่าและสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ตนจึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับผู้เช่า ซึ่งได้พูดจาบ่ายเบี่ยงและบอกกับตนว่าจะเข้ามาทำความสะอาดตึกของตนให้เหมือนเดิม จนกว่าตนจะพอใจ ซึ่งภายหลังผู้เช่ารายนี้ได้ยอมรับกับตนว่าก่อนหน้านี้ได้เลี้ยงแมวไว้ในตึกกว่า 300 ตัว แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้เช่ารายนี้ได้อีก

ตึกหลังดังกล่าว หลังได้รับการปรับปรุง

ตนจึงตัดสินใจเข้ามาทำความสะอาดและปรับปรุงอาคารใหม่ทั้งหมด เนื่องจากได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ตนได้จ้างคนมาทำความสะอาดใหม่หมดทั้ง 3 ชั้น โดยการใช้พรั่วตักทรายตักขี้แมวใส่กระสอบเพื่อนำไปทิ้ง ซึ่งต้องใช้รถ 10 ล้อ ขนไปทิ้งเนื่องจากมีขี้แมวที่อยู่ตามชั้นต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยตอนนี้ตึกได้ถูกปรับปรุงจนแล้วเสร็จไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยใช้งบประมาณในการปรับปรุงเป็นจำนวนเงินกว่า 3 แสนบาท ซึ่งตนก็ยังคงยืนยันว่า หากตึกหลังนี้ปรับปรุงแล้วเสร็จก็จะปล่อยให้เช่าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คงต้องมีการทำสัญญาเช่ากันแบบจริงจัง และคงต้องทำสัญญาห้ามนำสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงภายในบ้าน อีกทั้งคงต้องหมั่นมาดูแลสภาพบ้านอยู่เป็นประจำ เพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

keyboard_arrow_up