เหยื่อเปิดใจ ถูกแก๊งตร.บุกบ้านรีดทรัพย์ สุดผวา ขอย้ายบ้านหนี (คลิป)

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 เม.ย.61 จากกรณีที่นายอัครายุทธ วรากรณ์, นายศรัณยู วรากรณ์ พร้อมด้วยน.ส.เกวลินคณะสุข และน.ส.กรรณิการ์ อุ่นสาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ว่าถูกชายฉกรรจ์ 5 คน อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกมาอุ้มจากในบ้านไปรีดทรัพย์สินมูลค่าหลายแสนบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เป็นตำรวจจริง 2 คนประกอบด้วย นายพรศักดิ์ เสาวพงษ์ หรือ หนึ่ง ได้ฝากขังที่เรือนจำธัญบุรีไปแล้ว และที่เหลือเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัว คือ ร.ต.ท.เฉลิมชัย สุติบุตร รองสว.สส.สน.พลับพลาไชย2 และด.ต.สมบัติ สนั่นเอื้อ ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.ประเวศ ส่วนอีก 2 คนเป็นลูกน้อง ประกอบด้วย นายธนดล รุ่งแสง และนายประสิทธิ์ อ่องเอี่ยม หลังจากนั้นขออนุมัติศาลจังหวัดธัญบุรีออกหมายจับตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 61 และชุดสืบสวนสภ.คูคตสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาได้แล้ว 1 คน ส่วนที่เหลือกำลังเร่งรัดจับกุมตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

สถานีตำรวจภูธรคูคต

ความคืบหน้า วันนี้ (3 พ.ค. 61) ที่สถานีตำรวจภูธรคูคต พ.ต.อ.สมิทธิ สารอต ผกก.สภ.คูคต กล่าวว่า ได้ขอออกหมายจับเพิ่มอีก 2 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย และเป็นอดีตตำรวจอาสาสมัครของสภ.คูคต อีก 1 คน ทราบชื่อคือ ด.ต.ธีระยุทธ จันทร์มี และนายพรพิชัย เจริญสุข หรือ บอย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขอถอนหมายจับ 1 คน คือ นายธนดล รุ่งแสง ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้แต่อย่างใด

สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2

นอกจากนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 ซึ่งพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่ง กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ไปฝึกปฏิบัติการปราบจราจล ส่วนตัวไม่รู้จักกับ ร.ต.ท. เฉลิมชัย สุติบุตร รอง สว.สส.สน.พลับพลาไชย 2 เพราะตนเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้เพียง 6 เดือน

สถานีตำรวจนครบาลประเวศ

จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปที่ สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ ด.ต.สมบัติ สนั่นเอื้อ ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.ประเวศ ทั้งนี้ ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายใดให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

นางอมร ร่มใจ หรือ เจ๊เงาะ แม่ค้าร้านขายของชำ ให้สัมภาษณ์

ด้าน นางอมร ร่มใจ หรือ เจ๊เงาะ อายุ 59 ปี แม่ค้าร้านขายของชำหน้า สน.ประเวศ เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนทราบข่าวรู้สึกตกใจ ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจใน สน.ประเวศ เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดี ซึ่ง ด.ต.สมบัติ เคยมาซื้อน้ำดื่มที่ร้านตน แต่ก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกัน

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีว่า ได้รับรายงานความคืบหน้าจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ว่าหลังจากที่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 ได้ประชุมชุดคณะทำงานสืบสวนสอบสวนและเร่งรัดการทำงาน โดยในขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 พ.ค.) พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ราย และพลเรือน 1 ราย ในข้อหาปล้นทรัพย์โดยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ, มีหรือใช้อาวุธปืน, ใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม, ร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต, และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันสมควร

รวมแล้วในคดีนี้ ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน ซึ่งขณะนี้สามารถติดตามจับกุมตัวได้ 1 คน ส่วนผู้ต้องหา 6 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ตอนนี้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้ครบทุกคน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมกระทำผิดในครั้งนี้ ให้ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งผบ.ตร. ได้กำชับให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติตนอยู่ในกรอบกฎหมาย ระเบียบวินัย และข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ไม่เป็นผู้กระทำผิดเสียเอง พฤติกรรมการเรียกรับทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำความผิด เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ทำให้เสื่อมเสียต่อชื่อเสียงขององค์กร และสร้างความเสียหายให้แก่พี่น้องประชาชน และขอยืนยันว่าจะดำเนินการกับตำรวจที่กระทำผิดกฎหมาย ประพฤตินอกแถวทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด

หนึ่งในผู้เสียหายพูดคุย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

นอกจากนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปที่หมู่บ้านที่เกิดเหตุ โดยผู้เสียหายรายหนึ่งบอกว่า ตนยังไม่ขอเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุให้ฟัง เพราะหวั่นมีผลกระทบต่อรูปคดี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ไม่หมด แต่ทั้งนี้ยอมรับว่า วันเกิดเหตุตนรู้สึกกลัว แล้วตอนนี้ก็ยังกลัวว่าผู้ก่อเหตุจะกลับมา

ขณะที่พ่อของผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ภายหลังจากเกิดเรื่อง หัวอกของผู้เป็นพ่อไม่สบายใจ แล้วไม่ไว้วางใจ เนื่องจาก ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกหรือไม่ โดยเคยคิดว่าจะให้ลูกย้ายบ้าน แต่ตำรวจบอกว่า ไม่ต้องย้ายให้อยู่กันแบบเดิม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลความปลอดภัยให้

keyboard_arrow_up