3 เกลอ “ษิทรา-อัจฉริยะ-รณณรงค์” ปัดรวมหัวสู้คดีหวย – ษิทราชี้ปรีชาเดินสายร้องหวังถ่วงเวลา (คลิป)

จากกรณีที่ นางปรวิศา รุ่งเรืองวิโรจน์ หรือ ติ้ง พร้อมสามี นายศร ศรศักดิ์ ศิลปินชื่อดัง จะดำเนินการฟ้องกลับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ใน 2 เรื่อง คือ เรื่องแจ้งความเท็จ กรณีที่มีการเผยแพร่ วิดีโอไลฟ์สดของฟ้าและติ้ง ที่อ้างว่าสื่อในทางลามก และกรณีที่นายอัจฉริยะ หมิ่นประมาทโดยเรียกนายศร ว่า “ไอ้ศร” และกล่าวหาว่า ติ้ง มีสามีหลายคนนั้น

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

วันนี้ (23 มี.ค.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีดังกล่าว โดยเปิดเผยว่า ไร้สาระทั้ง 2 เรื่อง พร้อมระบุว่า หาก ติ้ง และสามี ต้องการดำเนินคดีกับตน ก็ให้ดำเนินการไป เพราะถือว่าเป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ที่ตนทราบคือ ทั้งสองคน ไม่ได้มีการแจ้งความจริง เพียงแต่ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น พร้อมกล่าวต่อว่า ตนมีหน้าที่คือการบังคับใช้กฎหมาย และตนไม่สนใจหากถูกฟ้อง เพราะถือว่าเป็นขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ ตนเองก็ไม่รู้สึกหนักใจ พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ได้พูดอย่างที่ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะที่บอกว่าตนพูดว่าติ้งมีสามีหลายคน ซึ่งตนระมัดระวังคำพูดเวลาให้สัมภาษณ์สื่อฯตลอด ทั้งนี้ เชื่อว่าทาง ติ้ง ไม่มีหลักฐานจริง เพราะถ้าหากมีหลักฐานจริงคงไปแจ้งความที่สน.แล้ว พร้อมท้าให้งัดคลิปที่ตนพูดกล่าวหาไว้มาโชว์ ทั้งนี้ ทนายอัจฉริยะ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนมีหลักฐานสำคัญที่จะเอาคืนทั้งสองคนได้ เพียงแต่ต้องรอเวลา

เมื่อผู้สื่อข่าว ถามถึงเรื่องที่ ฟ้าจะฟ้องกลับตน เรื่องไลฟ์สด โดยฟ้าอ้างว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดจริง ทนายอัจฉริยะ บอกว่า “ให้ฟ้าเตรียมตัวสู้คดี ถ้ามั่นใจว่าไม่ผิด ตนมีหลักฐานที่ทำให้ฟ้ารอดยาก” พร้อมท้าให้ฟ้าสู้คดีจนถึงที่สุด อย่ารีบยอมรับสารภาพเสียก่อน

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

ด้าน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ กล่าวถึงกรณีที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ ไปยื่นหนังสือที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อให้รับคดีหวย 30 ล้านเป็นคดีพิเศษ โดยทนายษิทรา กล่าวว่า ตนคิดอยู่แล้วว่าการยื่นหนังสือนั้นไม่มีผลอะไร เนื่องจากรู้ว่าคดีนี้ไม่ได้เข้าหลักเกณฑ์ ซึ่งการที่ครูปรีชาเดินสายร้องเรียนหลายที่ ตนมองว่าเป็นเหมือนการถ่วงเวลาและสร้างกระแส ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ยืนยันแล้วว่า จะไม่เปลี่ยนพนักงานสอบสวน และถ้าดีเอสไอไม่รับโอนคดี ตนเชื่อว่าก็จะจบแล้ว ไม่สามารถถ่วงเวลาอะไรได้อีก

 อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ทนายษิทรา ได้แพร่ภาพสด ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมแคปชั่น เดินคุยสบายๆกับ #ษิทรา #อัจฉริยะ #รณรงค์ @ตลาดหัวหิน ซึ่งมียอดผู้เข้าชมกว่า 4 พันคน โดยมีความยาวกว่า 30 นาที
ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด แพร่ภาพสดผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก

โดยเป็นการเดินทางด้วยรถสองแถวขนาดเล็ก ขณะนั่งรถทาง ทนายษิทรา บอกว่าไม่ได้มาปรึกษาแผนการอะไร แค่มาเดินเที่ยวหัวหิน ซึ่งนั่งมาคนละคัน กับนายอัจฉริยะ และทนายรณรงค์ หลังจากลงจากรถ ได้เดินเรียงหน้ากระดาน 3 คนพร้อมกัน โดยทนายษิทรา บอกว่าจะต้องหาแผงหวยก่อนไหม ในขณะที่บรรยากาศขณะนั้น มีประชาชนเข้ามาทักทาย พร้อมขอถ่ายเซลฟี่ด้วยอย่างคึกคัก

บรรยากาศการถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊ก พบกับ ทนายษิทรา, ทนายอัจฉริยะ และทนายรณรงค์

นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ ยังได้แวะร้านขายกางเกงนักมวย บอกคิดดีๆ หน่อยหากจะต่อยกับตน พร้อมกันนี้ ทนายษิทรา ได้ถามคนดูด้วยว่า ระหว่างนายอัจฉริยะกับใคนคนหนึ่ง หากชกกันใครจะชนะ โดยทนายรณรงค์พูดแซวว่าคู่กรณีเยอะ หลังจากนั้น อัจฉริยะได้เลือกซื้อกางเกงมวยไทยสีแดง ซึ่งบรรยากาศเป็นการเดินไปคุยไป แนะนำร้านค้าภายในตลาดไปด้วย โดยตลอดการไลฟ์สด พบว่ามีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเป็นระยะ

keyboard_arrow_up