เปิดใจนักร้องสาว แท็กซี่หื่นพาเข้าม่านรูด อ้างเห็นหลับ พามานอน – รร. เผยนาทีช่วย (คลิป)

จากกรณี น.ส.อินทุอร ดีบุกคำ อายุ 22 ปี หรือ แอล นักร้องในวงคิงก่อนบ่ายก๊อปปี้วาไรตี้โชว์ เข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อให้หาตัวคนขับรถแท็กซี่ ที่พาตนเข้าโรงแรม เพื่อหวังกระทำอนาจาร

น.ส.อินทุอร ดีบุกคำ หรือ น้องแอล ผู้เสียหาย

วันนี้ (23 มี.ค.) น.ส.อินทุอร ดีบุกคำ อายุ 22 ปี หรือ แอล กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 22 มี.ค. หลังกินข้าวที่ร้านอาหารย่านราชพฤกษ์เสร็จ ตนได้เรียกแท็กซี่เพื่อกลับมาหาพี่สาวย่านห้วยขวาง ระหว่างนั้น ตนมีอาการเมา จึงเผลอหลับไป ก่อนมาตื่นอีกครั้ง พบว่า นอนอยู่บนเตียงในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว เห็นคนขับรถแท็กซี่อายุประมาณ 30 ปี เปลือยกาย กำลังเข้ามาไซร้ซอกคอ

จากนั้น ตนจึงร้องโวยวาย ข่มขู่ว่าจะส่งโลเคชั่นไปหาพี่ชายให้มาช่วย ระหว่างนั้นตนก็สำรวจตัวเอง พบว่าใส่เสื้อผ้าอยู่ครบ ก่อนคนขับเข้ามาอ้อนวอน ขอไม่ให้เอาเรื่อง ตนจึงถามกลับไปว่า ทำแบบนี้ทำไม คนขับตอบกลับมาว่า เห็นตนหลับจึงพามานอนพักที่โรงแรม และยังไม่ได้ทำอะไรตน ส่วนที่ถอดเสื้อผ้าเพราะจะอาบน้ำเท่านั้น

ระหว่างนั้น ตนหันไปมองกระเป๋าของตัวเอง พบว่า กระเปาเปิดอยู่และเงินหายไป 2,000 บาท ซึ่งคนขับบอกไม่รู้เรื่อง ไม่ได้เอาไป ก่อนจะโยนเงินคืนมา 300 บาท แล้วขับรถออกไป ตนจึงโทรศัพท์ลงไปแจ้งพนักงานโรงแรม ขอดูกล้องวงจรปิด โดยระบุว่า ถูกแท็กซี่ล่อลวงมา ซึ่งทางโรงแรมได้จดเลขทะเบียนแท็กซี่มาให้ ก่อนจะเรียกแท็กซี่มารับตนออกจากโรงแรม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกตกใจมาก เพราะปกติ มักใช้บริการรถแท็กซี่เป็นประจำ หลังจากนี้จะต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

นางชโลม ลามคำปัง พนักงานโรงแรม

ทีมข่าวลงพื้นที่โรงแรมจุดเกิดเหตุ ย่านลาดพร้าว พบว่า เป็นโรงแรมม่านรูด จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 2 สอบถาม นางชโลม ลามคำปัง พนักงานโรงแรม เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ มีพนักงานชายอีกคน เป็นคนรับรถแท็กซี่คันเกิดเหตุ ซึ่งตนก็ไม่ได้สังเกต เพราะคืนดังกล่าวมีรถแท็กซี่เข้ามาหลายคัน จึงมาทราบอีกครั้งว่า น้องแอลได้โทรศัพท์มาแจ้งพนักงาน ว่าขอดูกล้องวงจรปิด ซึ่งทางโรงแรมไม่สามารถเปิดให้ดูได้ในขณะนั้น แต่ได้จดทะเบียนรถไว้เป็นหลักฐาน จึงส่งให้กับทางน้องแอล

โรงแรมม่านรูดที่เกิดเหตุ

โดยตอนช่วงเกิดเหตุ ตนไม่ได้ยินเสียงใดๆ หลังเกิดเหตุมีพนักงานเข้าไปในห้อง พบว่า น้องแอลนั่งอยู่ โดยไม่ได้มีท่าทางมึนเมาแต่อย่างใด พนักงานจึงเรียกรถแท็กซี่เพื่อส่งกลับบ้าน ปกติแล้วทางโรงแรมจะสังเกตทุกครั้งว่า ลูกค้าเข้ามาในสภาพใด หากผู้หญิงมีอาการไม่ได้สติก็จะไม่รับ แต่กรณีที่เกิดขึ้น ตนไม่ทราบว่า พนักงานอีกรายซึ่งเป็นคนรับลูกค้าได้สังเกตหรือไม่

นายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก

ด้าน นายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีอาญา ซึ่งทางกรมขนส่งฯ ก็ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบประวัติคนขับ และตรวจสอบใบอนุญาตขับรถ แต่การลงโทษ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมาว่ามีความผิด จึงจะพักใบอนุญาตขับรถของคนขับ จำนวนไม่เกิน 1 ปี และหากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง ก็จะเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป

keyboard_arrow_up