วงจรปิดเผย หนุ่มถูกตำรวจยิง ก่อนตายคลั่ง พ่อไม่เชื่อปืนลั่นถึง 4 นัด (คลิป)

จากกรณีเหตุชายสติไม่ดี เปลือยกายเข้าไปแย่งปืน ด.ต.ทยกร แก้วโสม ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งทำให้เกิดปืนลั่น 4 นัด เป็นเหตุให้ชายคนดังกล่าวได้เสียชีวิต ซึ่งทางครอบครัว และกลุ่มเพื่อนยืนยันว่าผู้ตายไม่ใช่คนสติไม่ดี และยังคงสงสัยสาเหตุของการเสียชีวิต โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา

นายโจ (นามสมมติ) ผู้อยู่ในเหตุการณ์

ความคืบหน้าวันนี้ (2 มี.ค.) ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายโจ (นามสมมติ) ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 20.00 น. นายภาณุวัฒน์ หอมจิตต์ หรือ “แจ้” ได้เดินเข้ามาที่ร้านข้าวต้ม ซึ่งแม่ตนทำงานอยู่ โดยในวันเกิดเหตุตนได้ไปช่วยงานที่ร้าน

นายโจ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุนายแจ้ เดินมาหยิบขวดน้ำบนโต๊ะ ก่อนที่จะเปิดดื่มจนหมดขวด จากนั้นได้เดินไปที่โต๊ะอาหารที่มีลูกค้านั่งอยู่ ก่อนที่จะหยุดยืนตรงหน้าลูกค้าผู้ชายแล้วพูดว่า ชายคนนี้จะเอาปืนมายิงตน แล้วก็ทำท่าง้างกำปั้นขึ้น เตรียมที่จะชกลูกค้าคนดังกล่าว ตนจึงรีบเข้าไปห้าม จากนั้นนายแจ้ ได้ถอยหลังออกมายกมือไหว้ตน แล้วพูดว่า “อย่าทำร้ายผมเลย”

โต๊ะอาหารภายในร้านข้าวต้ม

หลังจากนั้นตนได้ไล่ให้นายแจ้ ออกไปจากร้าน แต่นายแจ้ ไม่ยอมออกไป แล้วยังพูดซ้ำๆ ว่า “อย่าทำร้ายผมเลย” จนกระทั่งลูกค้าในร้านเริ่มกลัว และเดินออกนอกร้าน ตนจึงตะโกนไล่นายแจ้ ให้ออกจากร้านไป จากนั้นนายแจ้ ได้วิ่งข้ามถนนไปยังอีกฝั่ง โดยไม่สนใจรถที่กำลังวิ่งผ่านไปมาบนถนน พร้อมพูดด้วยว่า “ใครก็ได้เข้ามาเลย ผมบ้า”

นายโจ ยืนยันว่า นายแจ้มีอาการตาลอย หวาดระแวงคนรอบข้าง เหมือนกลัวว่าจะโดนทำร้าย ซึ่งตอนนั้นนายแจ้ ได้ถอดเสื้อออกแล้ว แต่ยังคงสวมใส่กางเกงอยู่ และถือเสื้อของตัวเองไว้ในมือ พร้อมกับหมวกแก๊ปอีก 1 ใบ อย่างไรก็ตาม ตนได้เห็นคลิปวีดีโอกล้องวงจรปิด ที่ถูกแชร์ก่อนหน้านี้ ซึ่งในคลิปเป็นภาพเกาะกลางถนน ช่วงที่นายแจ้วิ่งออกจากร้านตนไป ตนค่อนข้างมั่นใจว่า ตอนนั้นนายแจ้ไม่ได้สวมใส่เสื้อแล้ว

นายโจ ยังระบุด้วยว่า จากการที่ได้สอบถามกับแม่ของตนว่า ชายคนดังกล่าวเป็นลูกค้าของร้านหรือไม่ แม่ตอบว่าไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งหลังเกิดเหตุตนไม่ได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะกลัวลูกค้าในร้านจะแตกตื่น ขณะนั้นตนยังคิดว่านายแจ้ มีลักษณะไม่ค่อยปกติ เพราะพูดจาเสียงดัง มีท่าทีหวาดระแวงคล้ายกับคนมีอาการหลอน ตาลอย ส่วนจะมีอากาาคล้ายคนเสพยาเสพติดด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ

นายโจ ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

ร้านข้าวต้มของตน อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุที่นายแจ้ เสียชีวิตประมาณ 300 เมตร แต่นายโจ ยืนยันว่า ไม่ได้ยินเสียงปืน เนื่องจากมีรถวิ่งผ่านหน้าร้านตลอดเวลา มาทราบอีกทีตอนที่มีรถกู้ภัย ขับผ่านหน้าร้านตนหลายคัน หลังจากนั้นทราบข่าว จึงมั่นใจว่า ผู้ตายคือคนเดียวกันกับชาย ที่เข้ามาหาเรื่องลูกค้าภายในร้าน

จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี โดย ร.ต.อ.สวิช สืบเพ็ง รองสว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด ให้ข้อมูลว่า วันนี้จะได้ไปสอบปากคำเพิ่มเติมกับ ด.ต.ทยกร ที่โรงพยาบาลตำรวจ เบื้องต้นทราบว่าสามารถสื่อสาร และให้ปากคำได้แล้ว แต่ขณะนี้อาการยังคงสาหัสอยู่ ส่วนความคืบหน้าทางคดีต้องขอให้ พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผู้กำกับการ สภ.ปากเกร็ด เป็นผู้ให้ข้อมูล

แฟลตตำรวจซึ่งเป็นที่พัก ด.ต.ทยกร หรือ “ดาบเติ้ง”

ขณะเดียวกันทีมข่าวได้ไปที่แฟลตตำรวจที่อยู่ด้านหลังของโรงพัก ซึ่งเป็นห้องพักของ ด.ต.ทยกร บริเวณชั้น 3  เมื่อไปถึงหน้าห้องพบว่า ประตูถูกปิดล็อค ผู้สื่อได้ข่าวเคาะประตูเรียก แต่ก็ไม่มีใครออกมา ทั้งนี้จากการสังเกตพบว่าห้องที่อยู่ติดกันก็ปิดห้องเงียบ คาดว่าไม่มีคนอยู่เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายธงศักดิ์ ศรไชยญาติ รุ่นน้องคนสนิทของ ด.ต.ทยกร เปิดเผยว่า นิสัยส่วนตัวของ ด.ต.ทยกร หรือ “ดาบเติ้ง” ปกติเป็นคนร่าเริง รักพวกพ้อง นิสัยดี อัธยาศัยดี ไม่เอาเปรียบใคร ตนรู้จักกับ ดาบเติ้ง มานานกว่า 20 ปี ก็ไม่เคยเห็นว่า “ดาบเติ้ง” จะมีปัญหากับใคร

ส่วนเรื่องที่ “ดาบเติ้ง” ถูกคนสติไม่ดีแย่งปืนนั้น ตนคิดว่า ตามสัญชาตญาณหากมีใครมาแย่งปืน ก็ต้องแย่งคืนกลับมา อาจจะส่งผลให้ปืนลั่นได้ นายธงศักดิ์ ยังบอกด้วยว่า อาวุธปืนของ “ดาบเติ้ง” เป็นอาวุธรุ่นใหม่ที่สไลด์แล้วยิงได้เลย ไม่มีต้องปลดเซฟ ตนจึงคิดว่า เป็นไปได้ที่ปืนจะลั่นถึง 4 นัด

นายธงศักดิ์ ศรไชยญาติ รุ่นน้องคนสนิทของ ด.ต.ทยกร แก้วโสม

ทั้งนี้ไม่คิดว่า “ดาบเติ้ง” จะนำอาวุธปืนขึ้นมายิงได้ง่ายๆ เพราะตำรวจจะถูกฝึกมาว่า หากไม่จำเป็นจะไม่ใช้ปืน ซึ่งหากเป็น “ดาบเติ้ง” ก็อาจจะต้องเจรจาพูดคุยกับอีกฝ่ายก่อน เพราะคนไม่รู้จักกัน จะมาฆ่ากันก็คงเป็นไปไม่ได้

ส่วนประเด็นเรื่องชู้สาว คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เช่นกัน เพราะ “ดาบเติ้ง” มัักจะพาภรรยาและลูกมาทานข้าวด้วยกันกับตนบ่อยๆ เป็นคนที่รักครอบครัว เพราะก่อนหน้าที่จะโดนยิง ยังส่งไลน์มาหาตนว่า จะซื้อแหวนเพชรให้แฟนตนจึงคิดว่าไม่น่าจะมีเรื่องนอกใจจนเป็นสาเหตุการยิงกัน ซึ่งตนก็ได้แต่ภาวนาให้ “ดาบเติ้ง” ปลอดภัย และคิดว่าจะเข้าไปเยี่ยมดูอาการหลังจากที่ทราบว่า อาการเริ่มดีขึ้น

นางสาวแป้ง (นามสมมติ) พนักงานร้านข้าวต้ม

จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางมายังร้านข้าวต้มแห่งหนึ่ง อยู่ที่บริเวณถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ซึ่งเป็นจุดที่ห่างกับจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร นางสาวแป้ง (นามสมมติ) พนักงานร้าน เปิดเผยกับทีมข่าวว่า วันเกิดเหตุได้เห็นนายแจ้ เดินเข้ามาที่ร้าน จากนั้นหยิบขวดน้ำขึ้นดื่มจนหมดขวด ซึ่งพนักงานในร้านที่เห็นเหตุการณ์ได้ถามตนว่า ใช่ญาติตนหรือไม่ ตนก็ตอบไปว่าไม่ใช่ ต่อมาเพื่อนพนักงานคนเดิมเดินมาบอกว่า นายแจ้กำลังจะทำร้ายลูกค้าในร้าน ตนจึงเดินไปเชิญให้นายแจ้ ออกจากร้าน แต่นายแจ้ ไม่ไปพร้อมกับพูดว่า “ผมไปไม่ได้หรอก เพราะถ้าผมไป เขาจะเอาปืนมายิงผมแน่เลย”

ตนเข้าใจว่านายแจ้ หมายถึงลูกค้าผู้ชายในร้านของตน ตนจึงขอให้นายแจ้ออกจากร้าน แต่นายแจ้ โวยวายใส่ตน พร้อมกับบอกว่า “มึงถอดเสื้อมาเลย กูไม่ไปหรอก กูไปไม่ได้ ถ้ากูไป มันก็เอาปืนมายิงกู เอามีดมาแทงกูแน่เลย”

จากนั้นตนจึงตัดสินใจหยิบเก้าอี้ขึ้นมาทำท่าจะตี นายแจ้ จึงวิ่งออกจากร้าน และข้ามถนนไป จนกระทั่งตนเห็นว่า นายแจ้ เกือบจะโดนรถชน เพราะนายแจ้ หันหลังวิ่ง และชี้หน้าด่าตนอยู่ตลอด

นางสาวแป้ง ยอมรับว่า รู้สึกกลัวนายแจ้ จะมาทำร้ายลูกค้าตน เพราะนายแจ้ ทำท่าจะชกลูกค้า แต่แฟนสาวของลูกค้าห้ามไว้ อย่างไรก็ตาม ช่วงเกิดเหตุตนเห็นว่านายแจ้ ไม่ได้สวมใส่เสื้อ แต่สวมกางเกงยีนส์ และมีเสื้อสีแดงกับ เสื้อยีนส์พาดอยู่บนบ่า และมีท่าทางคล้ายคนสติไม่ดี เพราะตาลอย หน้าตาดูเหมือนโกรธเคืองใครมา

ถึงแม้ว่าข่าวจะออกมาจะระบุว่านายแจ้ ไม่ได้เป็นคนวิกลจริต แต่โดยส่วนตัวคิดว่า เวลานั้นที่นายแจ้ ได้เข้ามาหาเรื่องลูกค้าตนในร้าน มีลักษณะเหมือนคนสติไม่ดีจริงๆ ซึ่งตนยังตกใจกับข่าวที่ออกมาเลยว่า นายแจ้ ได้ไปแย่งปืนตำรวจจนเกิดปืนลั่นใส่ เพราะตนดูจากการข้ามถนนแล้ว ยังคิดในใจว่า จะน่าจะโดนรถชนมากกว่า

ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโรงเรียนสอนขับรถ

อย่างไรก็ตาม จาการตรวจสอบบริเวณไกล้เคียง ทีมข่าวพบว่า มีกล้องวงจรปิดของโรงเรียนสอนขับรถ ซึ่งอยู่ไกล้กับร้านข้าวต้มดังกล่าว จึงขอภาพในวันเกิดเหตุ ในช่วงเวลา 20.00 น. ของวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ภาพที่กล้องสามารถบันทึกได้ ปรากฎภาพเป็นผู้ชายคนหนึ่ง มีรูปพรรณสันฐานคล้ายกับ นายแจ้ สวมใส่เสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงยีนส์ และมีเสื้อสีน้ำเงินพาดบ่า ก่อนที่จะวิ่งข้ามถนนในลักษณะหันหน้ามาทางร้านข้าวต้ม โดยไม่ใช่การข้ามถนนแบบคนปกติ เพราะเป็นการวิ่งข้ามถนน แบบไม่ได้มองรถที่กำลังขับผ่านไปมา อยู่ในขณะนั้น

keyboard_arrow_up