ชาวอุดรฯเดือดร้อนหนัก ถูกแชร์ลูกโซ่ฌาปนกิจโกงเงิน แถมปล่อยกู้เรียกดอกโหด

นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จ.อุดรธานี พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมายศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ประชุมร่วมกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากฌาปนกิจสงเคราะห์ประชาชน และฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อนเกษตร จำนวน 30 รายๆ ละ 80,000-100,000 บาท และนายทุนนอกระบบ 10 รายๆ ละ 1-1.5 ล้านบาท ที่บ่ายเบี่ยงไม่ทำตามข้อตกลงไกล่เกลี่ย

ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากฌาปนกิจสงเคราะห์

ต่อมาเจ้าหน้าที่จากศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี นำชาวบ้านทั้งหมดเดินทางมาแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดร ให้ดำเนินคดีกับกับฌาปนกิจสงเคราะห์ทั้ง 2 แห่ง และนายทุนเงินกู้นอกระบบ ตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานอัยการหลังจากศูนย์ดำรงธรรมฯ รับร้องเรียนและได้ไกล่เกลี่ยหลายครั้ง ก็ยังมีชาวบ้านมาร้องเรียนต่อเนื่อง จนผู้เสียหายชุดล่าสุดถูกปฏิเสธจ่ายเงิน

นางเล็ก (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ครอบครัวของตน 5 คน เป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ประชาชน เสียเงินค่าสมัครรายละ 1,500-1,800 บาท ขึ้นกับอายุ โดยจ่ายค่าทำศพอีกเดือนละ 310 บาท ต่อมาเมื่อต้นปี 60 มีการเก็บเพิ่มเป็น 420 บาท โดยจะได้ค่าศพรายละ 80,000-100,000 บาท หลังเก็บเงินแล้วช่วงตั้งแต่เดืิอน มี.ค.60 เป็นต้นมา มีชาวบ้านหลายรายไม่ได้รับเงินทำศพ จึงมาร้องเรียนทำเรื่องไกล่เกลี่ยกันหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีการจ่ายเงินให้แต่อย่างใด

ป้าน้อย (นามสุมมติ) ผู้เสียหายอีกคน เปิดเผยว่า เป็นสมาชิกมานานกว่า 4 ปี เสียค่าสมัคร 1,000 บาท ค่ารายเดือนแรกเริ่ม 100 บาท เพิ่มเป็น 200 บาท และ 300 บาท ตามลำดับ เมื่อสมาชิกเสียชีวิตทายาทจะได้รับเงิน 100,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินมานานกว่าครึ่งปี

นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการฯ

นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ชาวบ้านร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมฯ มีนายทุนปล่อยเงินกู้เรียกรับดอกเบี้ยเกินอัตรามีพฤติการณ์ให้ชาวบ้านนำที่ดินมาขายฝาก เช่น ทำสัญญา 5 แสนบาท แต่ได้เงินไปเพียง 3 แสนบาท เมื่อชาวบ้านผ่อนมาเรื่อยๆ จนพ้นกำหนดเวลาขายฝาก หากอยากได้โฉนดคืนจะต้องจ่ายอีก 8 แสนรวมแล้วกู้เงินแค่ 3 แสนบาท ต้องจ่ายคืนนายทุนเกือบ 2 ล้านบาท เป็นพฤติการณ์ที่น่าจะเข้าข่ายความผิดอาญา เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา และเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล

อีกเรื่อง คือ ฌาปนกิจสงเคราะห์พฤติการณ์ให้ชาวบ้านรวมตัวกันจ่ายเงินค่าแรกเข้า แล้วให้จ่ายเงินรายเดือนโดยสัญญาว่า หากสมาชิกเสียชีวิตจะได้ผลประโยชน์เป็นเงินที่สูงเกินความเป็นจริง และมีการหาสมาชิกเพิ่มไปเรื่อยๆ เพื่อเอาเงินจากสมาชิกใหม่ไปจ่ายสมาชิกเก่า เป็นพฤติกรรมเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ในที่สุด ก็ต้องล้มเลิกและไม่จ่ายเงินชาวบ้านที่มาร้องเรียน ไม่ได้รับเงินหรือรับเงินน้อยเป็นการฉ้อโกงประชาชนได้เชิญชาวบ้านมาสอบปากคำ และแนะนำให้นำหลักฐานที่มีทั้งหมดไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ เพื่อพิจารณาว่าจะมีความผิดอย่างไร เพื่อยุติพฤติการณ์ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นปัญหามานานหลายปี

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี กล่าวว่า มีชาวบ้านมาแจ้งความมากกว่า 30 คน ส่วนแรกเรื่องกองทุนฌาปนกิจ 2 แห่ง ตร.ได้รับเรื่องร้องทุกไว้แล้ว โดยจะตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมาเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าพบเข้าข่ายความผิดใดก็จะแจ้งข้อหา,ส่วนที่การปล่อยเงินกู้นอกระบบที่แบ่งเป็น 2 ส่วนๆ แรกคือ ปล่อยเงินกู้คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด อีกส่วนคือ การขายฝากแล้วตามหานายทุนไม่ได้ จะต้องสอบสวนว่าเข้าข่ายคดีอาญา หรือคดีแพ่ง

keyboard_arrow_up