ไม่แพงอย่างที่คิด! ครูฟิสิกส์ คำนวณค่าไฟจากการชาร์จมือถือ ตอกหน้าหน่วยงานรัฐ

ภายหลังกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศ ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำโทรศัพท์มือถือส่วนตัวมาชาร์จไฟในสถานที่ราชการนั้น ต่อมาเฟซบุ๊กเพจ “ฟิสิกส์แม่งเถื่อน” ได้เผยแพร่คลิปวีดีโอชื่อว่า “คิดค่าไฟ ” พบว่าราคาการชาร์จไฟโทรศัพท์ 1 เครื่องกินไฟเพียงไม่กี่บาท จึงทำให้คนออกมาวิพากษ์วิจารณ์

คลิปวิดีโอที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ฟิสิกส์แม่งเถื่อน” เผยแพร่โดยใช้ชื่อว่า “คิดค่าไฟ” ที่มีเนื้อหาในการคำนวณค่าไฟฟ้า สำหรับการชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ และเพาเวอร์แบงค์ หลังกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเรื่อง มาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งหนึ่งในข้อห้าม คือ “ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนตัวมาชาร์จไฟในสถานที่ราชการ” จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

โดยเนื้อหาในคลิปวิดีโอได้คำนวณค่าไฟจากการชาร์จโทรศัพท์มือถือว่า ต่อคนต่อเครื่องจะใช้ค่าไฟจำนวนกี่บาท ซึ่งจากการคำนวณพบว่า 1 เครื่องถ้าชาร์จจนเต็มจะใช้เงิน 0.038 บาท หากชาร์จ 100 เครื่อง ต่อวัน เท่ากับ 3.8 บาท หากใช้ต่อปีเท่ากับปีละ 1,387 บาท ซึ่งเทียบกับการใช้ในการติดต่อสื่อสารก็ต้องคิดว่าคุ้มหรือไม่

วันนี้ คุณปัทมา เทพโพด ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับเจ้าของคลิปวิดีโอดังกล่าว คือ นายคมพิสิฐ ประสาท หรือครูอ๋อง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ส่วนตัวรู้อยู่แล้วว่าการชาร์จแบตเตอรี่มือถือไม่ได้ส่งผลกระทบกับค่าไฟมากนัก ซึ่งหลายเสียงก็วิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมต้องห้ามหมอ ห้ามเจ้าหน้าที่ จึงอยากแสดงตัวเลขชี้วัดให้เห็นชัดเจน โดยใช้การคำนวณ นำสเปคเเบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือซึ่งส่วนมากจะไม่ค่อยแตกต่างกัน มาคิดเฉลี่ยตามที่ปรากฏในคลิป เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า จริงๆแล้วค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟชาร์จมือถือไม่ได้มากมายอะไร

ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากสื่อไปถึงกระทรวงสาธารณสุข ว่า จำนวนเงินปริมาณค่าไฟไม่ได้สูงมาก และคนทำงานมีความจำเป็นในการใช้มือถือในการติดต่อสื่อสารระหว่างการทำงาน เพราะทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่า มือถือนับเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการทำงานไปแล้ว ไม่ใช่เพียงเครื่องสร้างความบันเทิง พร้อมย้ำว่าโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้แบตเตอรี่มือถือถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ไม่นานเท่ากับสมัยก่อน

อย่างไรก็ตามกระแสที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นั้น มองว่าต่างเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งตนเองมองว่านโยบายเน้นความโปร่งใส ไม่ให้มีการทุจริตและเบียดเบียนทรัพยากรรัฐ ของรัฐบาลมาถูกทาง แต่ส่วนการห้ามไม่ให้ชาร์จแบตมือถือ เมื่อชั่งระหว่างผลดีกับผลเสียแล้ว เห็นว่าผลเสียมีมากกว่าจึงอยากขอให้ยกเลิกประกาศดังกล่าว พร้อมย้ำว่าโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงาน

ครูอ๋อง กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เคยทำคลิปวิดีโอลักษณะนี้ออกมาแล้ว เมื่อครั้งน้ำท่วม โดยมีการคำนวณขนาดของกะละมังสำหรับการขนของ ว่า สามารถขนได้กี่กิโลกรัม เพราะ ส่วนตัวมองว่าการทำคลิปวิดีโอในลักษณะนี้ เป็นการสะท้อนสังคม และยังทำให้เด็กๆ ที่เบื่อกับการเรียนฟิสิกส์แบบเดิมๆ ไม่รู้ว่าเรียนแล้วจะนำไปใช้อย่างไร ได้คิดว่าเมื่อเรียนแล้วสามารถนำสูตรคิดคำนวณเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

ส่วนความคืบหน้าล่าสุด ในคำสั่งนี้ หลังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากนพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า ตอนนี้ได้สั่งให้มีการทบทวนประกาศฉบับดังกล่าวแล้ว เพื่อให้มีความเหมาะสมเกิดผลดีต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และประโยชน์ของประชาชนต่อไป

keyboard_arrow_up