เปิดใจ “ลุงพลาม” เมินคนจวกยับ ย้อนจะอิจฉา “ตูน” ทำไม ผมวิ่งสร้างตำนานมาก่อน (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Plam Promjumpa ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ตัวเองนั้นเคยวิ่งลักษณะเดียวกันกับ ตูน บอดี้สแลม มาก่อน และได้เดินทางไปแสดงความยินดีกับตูนที่แม่สาย ก่อนเข้าเส้นชัย ปรากฏว่า ถูกทีมงานก้าวฯกันออกมา

นายพลาม พรมจำปา หรือ ครูพลาม

วันนี้(6ม.ค.61) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางไปพบกับ นายพลาม พรมจำปา หรือ ครูพลาม ผู้อำนวยการสถาบันมัชฌิมาการต่อสู้ เจ้าของเฟซบุ๊ก Plam Promjumpa และเป็นผู้ที่เคยวิ่งทางไกล มาแล้วถึง 4 ครั้ง รวมถึงเส้นทางที่ ตูน บอดี้สแลม วิ่งด้วย คือ เบตง- แม่สาย เปิดเผยว่า ส่วนตัวที่โพสต์ข้อความลงไปในเฟซบุ๊ก เนื่องจากอยากให้สังคมได้รู้ว่าความจริงว่า ตูน บอดี้สแลม ไม่ได้เป็นผู้วิ่งสุดประเทศเป็นคนแรก เส้นทางที่ตูนวิ่ง ตนก็เคยวิ่งมาถึง 2 ครั้ง ที่ผ่านมาเคยเข้าใจผิดว่า ตัวเองเป็นคนแรกที่วิ่งสุดประเทศ แต่สุดท้ายก็ทราบว่ามีคนที่วิ่งก่อนตน แต่สำหรับเส้นทางเบตง-แม่สาย นั้น ตนเป็นคนแรกที่วิ่งเส้นทางนี้

นายพลาม พรมจำปา หรือ ครูพลาม

นายพลาม กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง ไม่ได้ต้องการเกาะกระแสข่าว ในวันที่ ตูน บอดี้สแลม วิ่งจุดสุดท้าย ตนเคยสัญญาออกสื่อหนึ่งว่า จะไปให้กำลัง และแสดงความยินดี เมื่อถึงวัน ตนจึงไปรอที่จุดสุดท้าย ห่างจากตูนเพียง 5-10 เมตร แต่ปรากฎว่ามีการ์ดของทีมงานก้าวคนละก้าว มาดึงเสื้อตนไว้ โดยทีมงานบอกว่า จุดนี้ให้เพียงทีมงานก้าวคนละก้าวเท่านั้น ส่วนตัวก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่คิดเอาว่า อาจจะกลัวว่าจะมีข่าวออกไปว่า แท้จริงแล้วตูนไม่ได้วิ่งเป็นคนแรก เนื่องจากตนได้ยินพิธีกรพูดบนเวที ประมาณว่า เพิ่งมีการวิ่งแบบนี้เป็นครั้งแรก

นายพลาม พรมจำปา หรือ ครูพลาม วิ่งถึงเชียงราย

ยืนยันต้องการโพสต์เพื่อให้สังคมรู้ ไม่ได้อยากดัง อยากให้คนแยกแยะ เพราะตอนนี้หลังจากที่ตนโพสต์ข้อความไป ก็มีหลายกระแสเข้ามา ทั้งให้กำลังใจ และต่อว่า ตนเข้าใจว่า ต้องเป็นแบบนี้ ซึ่งก็ยอมให้คนวิจารณ์ หลายคนถามว่าตนอิจฉาตูนหรือไม่ ตนจะอิจฉาทำไม ในเมื่อตนเคยทำมาก่อน

นายพลาม พรมจำปา หรือ ครูพลาม วิ่งทางไกล

ทั้งนี้ตนยังเตรียมวิ่งครั้งที่5 ซึ่งจะเป็นการวิ่งจาก แม่สาย ถึง เบตง ในวันที่ 13 เมษายน 2561 เพื่อระดมเงินช่วงผู้บาดเจ็บและพิการใน 3 จังหวัดภาคใต้ อีกทั้งยังจะวิ่งด้วยการใช้โซ่หนัก 5.5 กก. รวมรองเท้าเป็น 7 กก. ท่วงที่ขา เพื่อบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ อีกด้วย เนื่องจากยังไม่เคยมีใครใช้โซ่ท่วงขา ขณะวิ่ง ทั้งนี้หากจะมีคนมองว่า ตนลอกเลียนแบบตูน ส่วนตัวก็อยากให้เข้าใจว่า หากเป็นความดี ก็ถือเป็นการลอกกันในทางที่ดี ก็ดีแล้ว อีกทั้งเข้าใจกระแสคนไทย เดี๋ยวก็จบไป

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Plam Promjumpa

keyboard_arrow_up